วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หน่วยปราบทุจริตภาครัฐ

จุดเริ่มต้น ป.ป.ท. ตาม พ.ร.บ.มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ พ.ศ.2551 เป็นเครื่องมือของฝ่ายนิติบัญญัติ ช่วยกันเขียนเพื่อมอบให้ ป.ป.ท. ไว้ฟาดฟันพวกทุจริตต่อบ้านเมือง

คนที่เขียนบอกว่า 9 ปี ที่ก่อร่างสร้างตัวมาเป็นหน่วยงานระดับ “กรม” อยู่ภายใต้กระทรวงยุติธรรม จนถึงปัจจุบัน ป.ป.ท.เป็นหน่วยงาน ระดับท้ายๆ ที่คนในกระทรวงยุติธรรม ตำรวจ หรือนักกฎหมายสนใจเลือกมาอยู่

เสมือนหน่วยงานที่ “โลกลืม”

ขณะที่ดีเอสไอในขณะนั้นเนื้อหอมมากที่สุด ด้วยอำนาจหน้าที่ และงบประมาณสำหรับทำงาน

หลายคนทั้งที่มีฝีมือและอยากสร้างผลงานพากันย้ายไปอยู่ แต่ความพยายามของรัฐบาลยกระดับมาตรฐานบทบาทและการทำหน้าที่ของหน่วยปราบทุจริตของรัฐ ได้ดึง ป.ป.ท.เป็นหน่วยขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี คาดหวังจะใช้เป็นมือเป็นไม้ของนายกรัฐมนตรี ไว้เล่นงานเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานที่ทุจริต

แต่บทบาทหน้าที่โดยธรรมชาติของ ป.ป.ท.เป็นสิ่งที่ไม่น่าจูงใจ คนในหน่วยไม่ค่อยผูกพันกับองค์กร

จะอยู่ก็ได้จะย้ายก็เชิญ

ผู้บริหารตั้งแต่ เลขาธิการ ป.ป.ท. จนถึงผู้อำนวยการ ไม่ค่อยได้รับความเคารพยำเกรงจากเจ้าหน้าที่เหมือนหน่วยงานอื่น

การบริหารเป็นแบบ “การบริหารแบบไม่บริหาร” กลัวๆ กล้าๆ ไม่ทำงานเชิงรุก อาศัยทำงานแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย จึงทำให้ไต่สวน ค้างเป็นจำนวนมาก

คนเขียนบอกว่า ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนหรือรับโอนจากหน่วยงานอื่น ประมาณ 30,000 เรื่อง

ปัจจุบันมีคดีไต่สวนค้างอยู่ในมือ ป.ป.ท.จำนวนมาก

มีเรื่องอยู่ระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริง เรื่องไหนพอมีมูลจะรับไต่สวน คณะกรรมการไต่สวนรวบรวมหลักฐานเพียงพอประมวลเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อชี้มูลอาญาและวินัยร้ายแรง

สำนวนไม่มีมูลตกไปอยู่ในมือพนักงานกว่า 6,000 สำนวน สำนวนการแสวงหาข้อเท็จจริงชั้นสืบสวน 3,000 เรื่อง เป็นสำนวนที่อนุกรรมการไต่สวนแล้ว 3,000 เรื่อง ที่ยังไม่สรุปพยานเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท.ชี้มูลส่งอัยการ หรือแจ้งผู้บังคับบัญชาผู้กระทำผิดทางวินัยได้

ยังไม่นับคดีที่หลั่งไหลเข้ามาใหม่ๆอีกทุกวัน มีทั้งสำนวนจากรัฐบาลผ่านศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติและเรื่องร้องเรียนตรงจากประชาชนและหน่วยงานอื่นส่งมาอีก

งานค้างเป็นจุดด้อยของหน่วย.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th