วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การเมืองสร้างสรรค์ก็เล่นได้

ลุ่มน้ำสะแกกรัง

เมื่อช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปชมเมืองลุ่มน้ำสะแกกรัง

อุทัยธานี จังหวัดเล็กๆ ไม่ค่อยเป็นที่นิยมอยู่ในเทรนด์ปฏิทินท่องเที่ยวของบรรดาขาทัวร์มากนัก ผู้คนมักรู้จักแค่อุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้ง และที่ท่องเที่ยวอีกไม่กี่แห่ง

แต่วิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำสะแกกรังถือว่ามีมนตร์เสน่ห์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คงวิถีแบบชนบทดั้งเดิมสมัย 30-40 ปีก่อนเอาไว้ได้ หากใครมีโอกาสควรไปลองสัมผัสสักครั้งในชีวิต

ก่อนที่มนตร์เสน่ห์เหล่านี้จะถูกลบหายไปตามกาลเวลา

สายน้ำ-ธรรมชาติที่เงียบสงบ ไม่อึกทึกวุ่นวายไปกับกระแสไหลบ่าเหมือนเมืองท่องเที่ยวอื่น อาจจะด้วยเป็นเมืองเล็กที่หลบอยู่ในซอกหลืบ ไม่ใช่เมืองทางผ่าน หรือที่นักเดินทางปักหมุดไว้

วันนี้เราจึงยังเห็นวิถีชีวิตย้อนยุค ที่หลงเหลืออยู่น้อยเต็มทีแล้วในประเทศไทย

โชคดีที่จังหวัดนี้ได้นักการเมืองหัวก้าวหน้าอย่าง คุณสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี อาศัยองค์ความรู้ความเป็นอาจารย์ด้านสถาปัตย์ ที่ยึดโมเดล “วัฒนธรรมสร้างชาติ” มาตลอด ประสานความร่วมไม้ร่วมมือในกลุ่มการเมืองชั้นนำของจังหวัด การเมืองท้องถิ่น และส่วนราชการ

ช่วยกันปลุกการท่องเที่ยวเมืองอุทัยฯให้คึกคักขึ้นมาได้มาก

อาศัยดึงกลุ่มเครือข่ายคอนเนกชั่น จากหลักสูตรแกรนด์สแลมชั้นนำของประเทศ อาทิ วปอ., ปปร. ฯลฯ เข้าไปเห็นการใช้ชีวิตจริงๆของชาวบ้าน จนกลายเป็นการกระจายกันปากต่อปาก หลายคนจึงอยากไปเห็นกับตา

ที่สำคัญคือการร้อยเรียงวิถีชีวิตชุมชนมาผนึกกำลังร่วมกันคนละไม้ละมือ จนสามารถสร้างจุดขายให้เมือง อาทิ ถนนคนเดินตรอกโรงยา ย่านตลาดเก่าลุ่มน้ำสะแกกรัง หรือประเพณีตักบาตรเช้าทางน้ำ ฯลฯ

อย่างถนนคนเดินตรอกโรงยา ทำให้นึกย้อนไปถึงภาพอดีตตลาดไนท์บาร์ซ่าเมืองเชียงใหม่ เมื่อซัก 30-40 ปีก่อน เพราะมีแต่ชาวอุทัยธานีเท่านั้นที่ได้สิทธิเข้ามาขายของที่ผลิตกันในครัวเรือนจริงๆ

แถมอาหารการกินของที่นี่ ต้องบอกว่าอร่อยไม่เป็นสองรองใคร ด้วยเป็นชุมชนจีนเก่าแก่ รสมือจึงไม่ต้องพูดถึง ยังรักษารสชาติดั้งเดิมเอาไว้ได้เหนียวแน่น

ทำให้ทุกเย็นวันเสาร์จึงคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว ที่มาเดินชม–ชิม–ช็อปกันอย่างเพลิดเพลิน

เป็นต้นแบบการกระจายรายได้ลงสู่ท้องถิ่นโดยตรง ที่โครงการประชารัฐน่าจะมาศึกษาดูงานแล้วนำไปปรับใช้ จะได้ไม่ต้องยืมแต่จมูกทุนใหญ่หายใจ

ขณะที่ศาสนสถานหลายแห่งก็น่าสนใจไม่น้อย อย่างวัดวังสาริกา ที่ตั้งอยู่ อ.ทัพทัน ห่างจากตัวเมืองอุทัยฯไปแค่ 20 กว่ากิโลฯ จุดไฮไลต์คือ โบสถ์ไม้เก่าแก่ทั้งหลัง สถาปัตยกรรมพื้นบ้านที่สร้างโดยน้ำพักน้ำแรงชาวบ้าน

ที่น่าจะเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศ ด้วยศิลปะเรียบง่ายแต่เปี่ยมความขลัง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน จากกรมศิลปากรไว้แล้ว

อีกที่คือ หุบป่าตาด ถ้ำป่าดึกดำบรรพ์ เวลาเดินลอดอุโมงค์ถ้ำเข้าไป ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังข้ามกาลเวลาไปสู่ยุคไดโนเสาร์ยังไงยังงั้น

ทั้งหมดนี้คือการดึงสิ่งที่หลายคนมองไม่เห็น มาเป็นจุดขาย เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพให้คนพื้นที่

นี่คือการเมืองสร้างสรรค์แบบ “อุทัยฯโมเดล”

“เพลิงสุริยะ”