วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยันมีเนื้อพะยูนขาย บนเกาะลิบง จ.ตรัง

กรมอุทยานฯยันมีการนำเนื้อ “พะยูน” มาขายทำเมนูเด็ดจริง หลังส่งสายสืบซื้อเนื้อพะยูนจากตู้แช่ร้านอาหารพิสูจน์แล้วเป็นเนื้อพะยูน โดยเมนูยอดฮิตมีทั้งผัดพริกและแกงคั่ว สั่งเฝ้าระวังอุทยานฯเจ้าไหม เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จ.ตรัง รวมทั้งในพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ อ่าวขาม-ปากเม็ง เกาะมุก เกาะไหง เกาะเชือก อ่าวบุญคง หาดหย่ง แฉจังหวัดขอให้ปิดข่าวกลัวเสียชื่อเสียง

กรณีนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาเปิดเผยสถานการณ์วิกฤติของพะยูน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีจำนวนประชากรลดลงอย่างน่าตกใจ โดยในทะเลไทยทั่วประเทศเหลือไม่ถึง 200 ตัว สาเหตุเพราะถูกล่าเอาเนื้อไปขาย กระดูกไปทำยาโด๊ป เขี้ยวไปทำเครื่องรางของขลัง รวมทั้งได้รับอันตรายจากเรือประมงนั้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ต.ค.นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯเปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า สิ่งที่กรมอุทยานฯออกมาพูดเรื่องพะยูนว่ามีจำนวนลดน้อยลงนั้น ไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวโทษ หรือว่าใคร แต่ต้องการให้เกิดความตื่นตัวเรื่องการดูแลสัตว์ตัวหนึ่งที่ใกล้สูญพันธุ์เต็มที และที่ต้องมาเจาะจงในพื้นที่ เกาะลิบง จ.ตรัง เพราะเป็นพื้นที่ใหญ่ที่สุดที่มีพะยูนเหลืออยู่มากที่สุดเวลานี้ จากนี้ กรมอุทยานฯจะไปหารือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เพื่อหามาตรการในการดูพื้นที่ ประกาศพื้นที่ คุ้มครองทั้งพะยูน และหญ้าทะเล รวมทั้งเข้าไปติดตามในพื้นที่ว่า ยังมีใครในหมู่บ้านไหนที่ยังมีพฤติกรรมการล่าหรืออยู่ในกระบวนการการล่าบ้าง เชื่อว่าข่าวที่ออกไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจจะทำให้พวกล่าพะยูนระวังตัวมากขึ้น และอาจจะหยุดชั่วคราว แต่กรมอุทยานฯต้องการให้คนพวกนี้หมดไป และหันกลับมาร่วมอนุรักษ์พะยูนอย่างยั่งยืน

ด้านนายณัฐพล รัตนพันธุ์ ผอ.ส่วนจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเล สำนักอุทยานฯ กล่าวว่า พะยูนจะมีประชากรหนาแน่นบริเวณอุทยานฯเจ้าไหม จ.ตรัง กับเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จ.ตรัง รวมทั้งในพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ อ่าวขามปากเม็ง เกาะมุก เกาะไหง เกาะเชือก อ่าวบุญคง หาดหย่ง เป็นต้น ดังนั้น กรมอุทยานฯจะเฝ้าระวังการล่าพะยูนรวมทั้งการทำประมงและจะมีการฟื้นฟูหญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหารของพะยูนให้มีความสมบูรณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การล่าพะยูนเพื่อเอาเนื้อและอวัยวะส่วนต่างๆไปขายนั้น เป็นความจริง เพราะก่อนหน้านี้ กรมอุทยานฯได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสืบหาข้อมูลในพื้นที่เกาะลิบง จ.ตรัง อยู่หลายวัน ได้ข้อมูลลับส่งกลับมาว่า มีการล่าพะยูนจริง โดยชาวประมงบางกลุ่มในพื้นที่ ทั้งล่าและเอาซากพะยูนที่ตายติดเครื่องมือประมงกลับเข้าฝั่งโดยไม่แจ้งใคร เมื่อได้ซากพะยูนตายมาแล้วก็แล่เนื้อแยกออกเป็นส่วนๆ กระดูกและเขี้ยวก็แยกไว้ส่วนหนึ่ง ส่วนที่แพงที่สุดคือ กระดูก และเขี้ยว ซื้อขายกันในราคากิโลกรัมละ 1 หมื่นบาท มีความเชื่อกันว่ากระดูกเอาไปทำยารักษาโรคมะเร็งได้ ส่วนเนื้อนั้นมีรสชาติคล้ายเนื้อวัว ราคากิโลกรัมละ 150 บาท คนที่ซื้อเนื้อพะยูนไปกิน เพราะราคาถูกกว่าเนื้อวัว ส่วนใหญ่นำไปทำแกงคั่ว หรือผัดพริกที่มีรสชาติเผ็ดจัดๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่ลงพื้นที่ ไปเห็นถุงเนื้อบรรจุอยู่ในถุงวางพร้อมขายอยู่ในตู้แช่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งบริเวณเกาะลิบง ถุงละ 1 กิโลกรัมบ้าง 2 กิโลกรัมบ้าง ถามคนขายบอกว่า เป็นเนื้อพะยูน ตอนแรกไม่เชื่อว่าจะมีใครกล้าทำเช่นนี้ เพราะคนในพื้นที่จะรักและห่วงพะยูนกันมาก จึงขอซื้อเนื้อดังกล่าวไป 1 ถุง แล้วส่งไปพิสูจน์ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน จ.ภูเก็ต ได้รับการยืนยันว่า เนื้อที่ส่งไปให้พิสูจน์นั้น เป็นเนื้อพะยูนจริงๆ ต่อมาได้มีการแจ้งเรื่องดังกล่าวเข้าไปในพื้นที่ กลับขอให้มีการปิดข่าวกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะหากข่าวแพร่ออกไปจะทำให้จังหวัดเกิดความเสียหายได้ ทั้งที่เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหญ่มากและพะยูนเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ หากปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปพะยูนก็จะหมดไปจากทะเล