วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนไปชมซ้อมริ้วขบวน ห้ามเซลฟี่ ขอให้สำรวม ย้ำหากพกร่มใช้สีดำ-หม่น

ชาวสวนกล้วยเมือง จันท์-นนท์ ปลาบปลื้ม สำนักพระราชวังนำต้น กล้วยตานีไปใช้แทงหยวก ร่วมเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้านกรมศิลปากรแจงนำนพปฎลมหาเศวตฉัตรประดับยอดพระเมรุมาศ ของรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 8 มาเป็นต้นแบบ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศระบุขณะนี้มี 30 กว่าประเทศตอบรับร่วมงานพระราชพิธี ด้าน ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มวันซ้อมใหญ่ ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ สั่งเพิ่มกล้องวงจรปิด วอนประชาชนเข้าชมการซ้อมเดินริ้วขบวนฯอยู่ในอาการสำรวม-งดถ่ายเซลฟี่-ใช้ร่มสีดำหรือสีหม่น

ความคืบหน้าในการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ในส่วนของการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธานที่ต้องมีการตัดต้นกล้วย เพื่อให้ ช่างนำไปใช้ในงานแทงหยวกและเตรียมงานเครื่องสด นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.14 น. วันที่ 17 ต.ค. ที่สวนผลไม้ของนายวรรณยุทธ เชยสมบัติ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 บ้านคานรูด ม.3 ต.เกวียนหัก อ.ขลุง จ.จันทบุรี นายธนวินทร์ จุ้ยอนันต์ นักจัดการงานในพระองค์ปฏิบัติการ กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง ได้นำประกอบพิธีบวงสรวง พร้อมเครื่องขมารุกขเทวดา ในพิธีตัดต้นกล้วยตานี เพื่อใช้ร่วมเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยมีชาวบ้านใกล้เคียงเข้ามาร่วมชมด้วยความปลาบปลื้มที่ได้มีส่วนร่วมในพระราชพิธีสำคัญครั้งนี้ ซึ่งหลังพิธีบวงสรวง นายธนวินทร์ได้นำลงมีดตัดต้นกล้วยตานีต้นแรกในพื้นที่ของ จ.จันทบุรี ก่อนจะมอบให้เจ้าหน้าที่ผู้ติดตาม ตัดต้นอื่นๆพร้อมกันกับสวนอื่นในจังหวัดที่ได้คัดเลือกไว้แล้ว ร่วมกับชาวบ้านช่วยกันขนย้ายต้นกล้วยใส่รถบรรทุก เพื่อนำเข้ามาพักไว้แล้วในเขตพระบรมมหา ราชวัง ก่อนที่ช่างคณะทำงานจะดำเนินงานแทงหยวกและเตรียมงานเครื่องสด เพื่อนำขึ้นติดตั้งประกอบบนพระจิตกาธาน ที่พระเมรุมาศ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 25 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ นายวรรณยุทธ เชยสมบัติ เจ้าของสวนกล้วยชาวบ้านคานรูด เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ทราบว่า ต้นกล้วยตานีอายุกว่า 3 ปีของตนที่ปลูกไว้ในสวนหลังบ้าน ได้รับเลือกจากตัวแทนนายช่างแทงหยวก ถวายงานพระราชพิธี จะนำไปใช้เป็นเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ทำให้ตนตลอดจนครอบครัวและญาติพี่น้อง รู้สึกปลาบปลื้มดีใจจนทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าในชีวิตนี้ จะได้มีโอกาสรับใช้ใต้ฝ่าพระบาท เนื่องจากเป็นแค่ชาวสวนสามัญชน ทำให้ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และตลอดชีวิตการทำสวนที่ผ่านมา ยึดหลักการทำงานของพระองค์ท่าน มาปรับใช้โดยตลอด และจะยังคงใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไป

สำหรับต้นกล้วยตานีของ จ.จันทบุรี ที่คัดเลือกแล้วนำไปใช้แทงหยวก ใช้ร่วมเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน มีจำนวนกว่า 60 ต้น มาจากสวนของนายวรรณยุทธ เชยสมบัติ และชาวบ้านในพื้นที่บ้านคานรูด ต.เกวียนหัก อ.ขลุง จำนวน 40 ต้น สวนกล้วยของชาวสวน พื้นที่บ้านสามผาน ต.สองพี่น้อง ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ และจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.ท่าใหม่ รวมกันอีกจำนวนหนึ่ง โดยเหตุที่คัดเลือกใช้ต้นกล้วยตานีจากพื้นที่ใน จ.จันทบุรี เนื่องจากมีลำต้นอวบใหญ่ สูงตระหง่าน อยู่ในเชิงเขาที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติสมบูรณ์ โดยต้นกล้วยตานีที่ใช้ในการประกอบพิธี จะมีคุณสมบัติพิเศษ คือลำต้นตรง กาบกล้วยมีมาก ไม่หนาหรือบางจนเกินไป ภายในมีกาบมีรังผึ้งมากกว่าต้นกล้วยชนิดอื่น ทำให้กักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้นานกว่า เมื่อนำไปใช้จึงไม่เหี่ยวเฉา ที่สำคัญ การตัดกล้วยตานีไปใช้ในงานพระราชพิธีจะต้องเป็นต้นกล้วยที่ยังไม่ออกเครือเท่านั้น

เช่นเดียวกับที่สวนกล้วย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เวลาไล่เลี่ยกัน นายเกษม ปฐมฤกษ์ อายุ 37 ปี ข้าราชการ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมกระทรวงวัฒนธรรม เจ้าของสวนกล้วย พร้อมด้วยนายวัฒนา เดชศรีสุข อายุ 75 ปี ได้ทำพิธีบายศรีเซ่นไหว้ในการตัดต้นกล้วยตานีหม้อ จำนวน 9 ต้น เพื่อนำไปใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งนี้ นายเกษม กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือในความปลื้มปีติว่า หลังจากทราบข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ตนได้รีบหาพันธุ์ต้นกล้วยตานีหม้อมาปลูกเพราะทราบว่าจะต้องมีการนำไปใช้ประกอบในพระราชพิธีถวายพระเพลิงตามพระราชพิธีแต่โบราณ ซึ่งปลูกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และหลังต้นกล้วยโตได้ประมาณหนึ่ง จึงสอบถามไปยังสำนักพระราชวัง ว่าพอจะใช้ได้หรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าได้ จึงทำพิธีตัดต้นกล้วยตานีหม้อเพื่อนำไปส่งที่สำนักพระราชวัง ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจและเกียรติยศของครอบครัวที่ได้มีส่วนร่วมในพระราชพิธีในครั้งนี้ นอกจากนี้ ยังมีต้นกล้วยที่ตกเครือแล้วอีก 2 ต้นจากสวนนายวัฒนา ตาของตน ที่สำนักพระราชวังต้องการนำไปทำพู่กริ่งประดับพระจิตกาธาน

สำหรับการจัดเตรียมความพร้อมในด้านอื่นๆ วันเดียวกัน ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช (กอร.พระราชพิธีฯ) แถลงข่าวเรื่องพระราชพิธียกนพปฎลมหาเศวตฉัตรประดับยอดพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดย น.ส.ศุภร รัตนพงศ์ รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า การยกฉัตรประดับยอดพระเมรุมาศ เป็นการบอกถึงพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ หรือพระบรมวงศานุวงศ์ที่สวรรคตหรือสิ้นพระชนม์ อีกทั้งเป็นการบอกว่า การจัดสร้างพระเมรุมาศเสร็จแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนพปฎลมหาเศวตฉัตรถือเป็นฉัตรสูงสุดของพระมหากษัตริย์ ส่วนการจัดสร้างครั้งนี้ได้นำนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศของรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 8 มาเป็นต้นแบบ ดำเนินการจัดสร้างตามแบบโบราณราชประเพณีที่ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์ มีความกว้างจากฐานล่าง 1.10 เมตร ความสูงตั้งแต่ ส่วนปลียอดจนถึงยอดสุด 5.10 เมตร น้ำหนักรวม 80 กิโลกรัม ใช้เหล็กสตีมดำเป็นโครงสร้างหลัก และมีก้านออกไปเหมือนร่ม ตกแต่งด้วยผ้าเบาทิ้งตัวสีขาวมีขลิบทองรวมสามชั้น แขวนประดับด้วยจำปา 14 ช่อที่ติดทองคำเปลวทั้งข้างในและข้างนอกห้อยลงมา ทำให้เวลาถูกแสงอาทิตย์จะเป็นสีทองสวยงาม ที่สำคัญที่สุดบริเวณส่วนยอดของฉัตรมีลักษณะเป็นทรงองค์ระฆัง จากนั้นเป็นบัวกลุ่มคั่นด้วยลูกแก้ว บัวกลุ่มต่อด้วยปลีปลาย เป็นโลหะทองแดงกลึงรับเพื่อต่อเป็นสายล่อฟ้า

ด้านนายพรพิทักษ์ แม้นศิริ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ ขอความร่วมมือประชาชนที่ชมการเดินริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ไม่ว่าจะเป็นวันซ้อมใหญ่ในวันที่ 21 ต.ค. และในวันถวายพระเพลิงวันที่ 26 ต.ค.เมื่อริ้วขบวนฯเคลื่อนผ่าน โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯมาด้วย ขอให้อยู่ในอาการสำรวม ไม่เปล่งเสียงใดๆ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความเคารพนอบน้อม อีกเรื่องคืองดการถ่ายภาพแบบเซลฟี่ในระหว่างริ้วขบวนฯ เคลื่อนผ่าน และย้ำอีกครั้งสำหรับผู้ที่พกร่มมา ขอให้เป็นร่มสีดำหรือสีหม่นๆ เพื่อให้ภาพที่ปรากฏออกไปเกิดความสมพระเกียรติมากที่สุด

ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการเชิญแขกสำคัญต่างประเทศ ร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระ บรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช วันที่ 26 ต.ค.นี้ว่า ขณะนี้มีแจ้งความประสงค์เข้าร่วมงานแล้วกว่า 30 ประเทศ ส่วนความพร้อมในการจัดเตรียมสถานที่วางออกไม้จันทน์ในสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในต่างประเทศนั้น มีความพร้อม และอยู่ในขั้นตอนการประชุมของกระทรวงต่างประเทศ สำหรับเวลาการวางดอกไม้จันทน์จะจัดในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกับประเทศไทย

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการจัดสร้างพระจิตกาธานทุกจังหวัด 878 แห่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การจัดสร้างพระเมรุมาศจำลองเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว ขณะที่ซุ้มต่างๆในพื้นที่ กทม.ประมาณ 100 กว่าซุ้ม ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย กทม.กำลังเตรียมการอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางมายังจุดต่างๆ

ขณะที่นายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนัก นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการจำหน่ายและสั่งจองเข็มที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 22 ต.ค.จำนวน 40,000 เข็ม ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. (เดิม) ถนนพิษณุโลก กทม.ว่า พบว่าพื้นที่มีความคับแคบ จึงเห็นสมควรย้ายไปจำหน่ายไปยังหอประชุมใหญ่ กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จำหน่ายราคาเข็มละ 300 บาท คนละไม่เกิน 2 เข็ม พร้อมทั้งยกเลิกการจำหน่ายที่งานนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ ท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 1-30 พ.ย. และจะประชาสัมพันธ์กำหนดสถานที่จำหน่ายเข็มในเดือน พ.ย.ให้ทราบอีกครั้ง ส่วนการสั่งจองเข็มที่ระลึกฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไป ในส่วนกลาง สามารถสั่งจองได้ที่กองคลัง สปน.และธนาคารกรุงไทย เฉพาะเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และในส่วนภูมิภาคอยู่ระหว่างหารือ ซึ่งจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวถึงความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรว่า ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.เป็นต้นไป ที่จะมีการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ บพิตร บนพื้นที่จริง ได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดการคัดกรองบุคคลที่เข้าพื้นที่ และอำนวยความสะดวก ด้านการจราจรโดยรอบ นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในที่ประชุมกองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระ บรมศพว่า ให้ดูแลประชาชนที่จะมาร่วมงานที่พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง และพระเมรุมาศจำลอง รวมถึงจุดวางดอกไม้จันทน์ทั่วประเทศ พร้อมสั่งเพิ่มกล้องวงจรปิด ให้มีความสมบูรณ์เต็มรูปแบบ มั่นใจว่าจะดูแลความสงบเรียบร้อยในพระราชพิธีนี้อย่างเต็มที่ และจากการข่าวยังไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด

ด้าน พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม รอง ผบช.น.กล่าวว่า การดูแลความเรียบร้อยในวันที่ 26 ต.ค.นั้น ประชาชนทั่วไปไม่สามารถนำรถเข้ามาได้ ต้องมาจอดตามจุดที่กำหนดไว้แล้วนั่งรถสาธารณะมาลงตามจุดได้แก่ จุดแรกสนามม้านางเลิ้ง 2.แยกวิสุทธิกษัตริย์ 3.บ้านมนังคศิลา 4.บริเวณ สน.พระราชวัง และ 5.ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า จากนั้นต้องเดินผ่านจุดคัดกรอง โดยต้องโชว์บัตรประชาชนเดินผ่านจุดคัดกรองเข้ามา การวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจะวางไว้หมดเต็มพื้นที่ชั้นใน เพื่อภารกิจถวายความปลอดภัย และดูแลประชาชน

สำหรับที่บริเวณถนนหน้าพระลาน หน้าพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทั้งวัน มีประชาชนเดินทางนำดอกไม้และพวงมาลัยสดมาถวายสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาตลอด 24 ชั่วโมง โดยเดินผ่านจุดคัดกรองที่ท่าช้างกับถนนหลักเมือง แต่ในวันที่ 21-22 ต.ค.จะปิดการเข้าวางดอกไม้เพราะต้องใช้พื้นที่ซักซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

ต่อมาในเวลา 18.35 น. ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) และนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เข้าซักซ้อมยกนพปฎลมหาเศวต ฉัตรยอดพระเมรุมาศจำลอง เป็นครั้งที่ 2 โดย พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวภายหลังว่าเมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน ในพระราชพิธีทรงยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ ในวันที่ 18 ต.ค. ฤกษ์ระหว่างเวลา 17.19-21.30น.จะถือว่าพระเมรุมาศเสร็จสมบูรณ์ และช่างจะถอดรื้อนั่งร้านพระเมรุมาศองค์ประธานทันที และจะเชิญศิลปินแห่งชาติ 25 คน มาถ่ายภาพพระเมรุมาศ เพื่อเผยแพร่สู่ประชาชน รวมถึงสื่อมวลชนด้วย

ด้านนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า วธ.โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรม (สศร.) จัดนิทรรศการศิลปกรรมเทิดพระเกียรติ “99 น้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร” เพื่อเทิดพระเกียรติที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชย์ โดยเป็นการรวมตัวของศิลปินชั้นนำของประเทศ อาทิ นายปัญญา วิจินธนสาร นายปรีชา เถาทอง นายธงชัย รักปทุม นายเดชา วราชุน ร่วมกับศิลปินร่วมสมัย รวม 99 คน สร้างสรรค์ผลงานขึ้น ในช่วงระยะเวลาในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ ครบ 70 ปี จนถึงปี 2560 จำนวน 99 ผลงาน นำมาจัดแสดงวันที่ 17 ต.ค.-5 ธ.ค.นี้ ที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน