วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กตู่' วอน ปชช.หยุดหาจำเลย เซ่นน้ำท่วม ยันไม่ซ้ำรอย ปี 54

'บิ๊กตู่' วอน ปชช.หยุดหาจำเลย เซ่นน้ำท่วม ยันไม่ซ้ำรอย ปี 54

  • Share:

นายกฯ แจงระบายน้ำเพิ่มขึ้น เหตุเกิดจากน้ำล้นตลิ่ง วอนประชาชนเลิกหาตัวจำเลย พร้อมสั่งเร่งช่วยเหลือ ปชช.ที่ได้รับผลกระทบ ยันไม่ซ้ำรอย ปี 54

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำ ว่า การระบายน้ำมากขึ้นในตอนนี้เกิดจากภาวะน้ำล้นตลิ่ง ที่มีผลต่อประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำ ซึ่งรัฐบาลต้องเข้าไปดูแลคนส่วนนี้ แต่ถ้ารัฐบาลไม่ระบายน้ำออก จะทำให้น้ำยิ่งเพิ่มขึ้นจนล้นคันกันน้ำแล้ว จะส่งผลมาสู่กรุงเทพฯ และพื้นที่อื่นๆ นี่จึงทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกับน้ำได้อย่างไรในอนาคต ในวันนี้ (17 ต.ค.) มีการเสนอแผนหลายอย่างเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม.ทั้งการตัดตอนน้ำในภาคเหนือ การทำเส้นทางลัดน้ำในภาคตะวันตกและตะวันออก ซึ่งจะใช้งบประมาณจำนวนมาก และมีการศึกษารายละเอียดมานานพอสมควร แต่ติดปัญหาการเวนคืนที่ดินและการใช้งบประมาณจำนวนมาก สำหรับการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้รัฐบาลได้ทำทุกอย่างในช่วงที่ผ่านมา ทั้งเรื่องของน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การเก็บกักน้ำ การระบายน้ำ และการส่งน้ำ โดยเราใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีอย่างใคร่ครวญให้ดี ขณะที่รัฐบาลและ คสช.มีแผนยุทธศาสตร์ด้านการบริหารจัดการน้ำที่ชัดเจน อีกทั้งจะต้องแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับน้ำทีละเปลาะ ไม่สามารถทำให้เสร็จทั้งหมดได้ทีเดียว เพราะเป็นปัญหาที่หมักหมมมานาน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังและการแจ้งเตือนภัย รวมถึงการช่วยเหลือผู้ที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ ซึ่งวันนี้อาจมีฝนตกลงมา แต่ประเทศไทยไม่มีทางที่จะไม่มีปัญหาน้ำท่วมขังหรือรอการระบาย ถ้าเรายังไม่แก้ไขผังเมือง ระบบท่อระบายน้ำ และปัญหาขยะอุดตัน ดังนั้น แม้ทุกหน่วยงานพยายามแก้ไขเรื่องเหล่านี้มาตลอด แต่ก็ต้องทำให้ประชาชนมีความรู้และให้ความร่วมมือด้วย เพราะขยะที่ปรากฏออกมาบนถนนเมื่อเกิดน้ำท่วมนั้นมาจากที่ทุกคนทิ้งเลอะเทอะ ซึ่งไม่มีทางที่เจ้าหน้าที่ผู้จัดเก็บขยะจะเก็บไปได้หมด ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันในเรื่องดังกล่าว อย่าปัดความรับผิดชอบ รวมถึงขอให้เพิ่มความสนใจต่อแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ทั้งส่วนของน้ำเหนือเขื่อน น้ำใต้เขื่อน น้ำฝน และการระบายน้ำ

"ปัญหาน้ำท่วมเมื่อปี 2554 เป็นอีกเรื่องหนึ่ง วันนี้เรามีการระบายน้ำในตะวันตกและตะวันออก เมื่อถึงเวลาหนึ่งที่มันอั้นไม่ไหว ก็ต้องปล่อยออกมาบ้าง มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาเหมือนปี 2554 ส่วนการแก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืนที่จะต้องมีการสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ คลองผันน้ำตะวันตก-ตะวันออก อีก 100 กว่ากิโลเมตรนั้น ก็มีปัญหาว่าประชาชนจะยอมหรือไม่ จะใช้เงินเท่าไร แต่เราต้องแก้ให้ ต้องใช้เวลาด้วย แต่ผมไม่อยากให้สร้างความได้เปรียบเทียบทางการเมืองอะไรเลอะเทอะในตอนนี้ ขอให้ฟังผมบ้าง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนสั่งการให้ดูแลลุ่มน้ำมูลและลุ่มน้ำชี โดยเฉพาะเขื่อนอุบลรัตน์ที่น้ำเต็มความจุ ซึ่งหากล้นมาถือว่ายังน่าเป็นห่วง ขณะเดียวกันในอนาคตจะมีการบริหารน้ำด้านตะวันออก โดยระบายจากแม่น้ำป่าสักมาอ่าวไทย ซึ่งตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังศึกษาว่าสามารถทำได้หรือไม่ และด้านตะวันตกซึ่งจะต้องไปศึกษาเรื่องการทำอุโมงค์เชื่อมต่อการระบายน้ำผ่านคลองไส้ไก่ ออกสู่แม่น้ำแม่กลอง ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณหมื่นล้านบาท ซึ่งคลองผันน้ำจากตะวันออกไปตะวันตกจะต้องผ่านพื้นที่การเกษตรและที่อยู่อาศัยของเกษตรกรที่ขวางทางน้ำ แต่เป็นปัญหาที่รัฐบาลจะต้องแก้ไข ดังนั้น ขอให้เข้าใจการทำงานของรัฐบาลแล้วมาให้ความร่วมมือ อย่ามาโทษแต่รัฐบาล สำหรับปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ครั้งล่าสุดนั้น แม้ตนสั่งการมาตลอด แต่ต้องขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาและการระบายน้ำ ทั้งนี้ ตนขอทุกคนอย่าโทษกันไปมา อย่ามุ่งหาแต่จำเลยกับเรื่องนี้ให้มากนัก เพราะไม่มีทางที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้