วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยุทธศาสตร์ปัตตานี ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

“เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราจะพาเค้าไปด้วย” นโยบายแก้จนระดับประเทศ ของวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าฯ คนปัตตานี

“ความเป็นอยู่เป็นสุขของคนในชาติ” คือเป้าหมายที่รัฐบาลต้องถือเป็นวาระแห่งชาติอันดับต้นๆ หากความเป็นอยู่ของคนในชาติ ไร้ที่ทำกิน ไร้ที่พักนอน ย่อมส่งผลกระทบถึงปัญหาเศรษฐกิจที่อยากจะก้าวข้ามไปข้างหน้า...“ปัตตานี” คือจังหวัดหนึ่งที่ “จน” ระดับต้นๆของประเทศ จากสถิติการสำรวจของสภาพัฒน์แห่งชาติ

วันนี้ วีรนันทน์ ผู้ว่าฯปัตตานี ลูกคนตานีกลับบ้านเกิด ประกาศชัดว่า จะแก้จนตามนโยบายรัฐบาล

“การที่ผมเป็นผู้ว่าฯก็ได้ยึดหลักของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ท่านพูดไว้ว่า...นักปกครองต้องรองเท้าขาด ก่อนที่ก้นกางเกงจะขาด”

นั่นหมายถึงว่า เราต้องดูแลชาวบ้าน ต้องเดินจนกว่ารองเท้าจะขาด ถ้าก้นกางเกงขาดนั้นหมายถึงเอาแต่นั่ง ไม่เดิน ซึ่งช่วงที่เป็นรองผู้ว่าฯปัตตานี มีโอกาสไปเยี่ยมชาวบ้าน ก็พบว่าชาวบ้านจนจริงๆ บางบ้านมีแต่ฝาบ้าน บางบ้านเป็นเพิง ชาวบ้านนอนติดเตียง ลูกเป็นโปลิโอ บางบ้านพ่อแม่แยกทาง ลูกหลานก็อาศัยตามมีตามเกิด

“ใครไม่ไปดูไม่สัมผัสก็ไม่รู้ หลายองค์ประกอบ...หลายอย่างที่ทำให้มีสภาพความเป็นอยู่อย่างนี้ก็อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อม ขาดการศึกษา ขาดการดูแล ถูกทอดทิ้ง ไม่มีงาน ถามว่าเค้าอยู่ได้ แต่อยู่แบบจนๆ”

ในบ้านเราปัจจุบันถึงแม้ว่าไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนเมื่อครั้งก่อนแต่ก็พอหากินหาอยู่ได้แต่ลำบากมากๆ แม้เฉพาะน้ำ “บูดู” ราคายังแพง นับประสาอะไรกับน้ำมันหรืออื่นๆที่แพงขึ้นไปอีก ในอนาคตก็จะแพงขึ้นอีก

วีรนันทน์ เล่าให้ฟังว่า หากย้อนกลับไปสมัยที่ยังเรียนหนังสือ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 บอกว่า จังหวัดที่ยากจนที่สุดของภาคใต้ คือ พัทลุง และปัตตานี คือสมัยปี 2525 ถามว่า...ในฐานะที่เป็นคนจังหวัดปัตตานี พอรู้แล้วก็รู้สึกว่าจะต้องกลับไปพัฒนาจังหวัดปัตตานีให้ได้

เมื่อได้มีโอกาสเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ก็ทำงานทันที ยิ่งพอได้เป็นผู้ว่าฯปัตตานี แล้วมาดูตัวเลขสภาพัฒน์ประกาศ ช่วงปี 2556, 2557 ปัตตานีอยู่ลำดับ 4 และ 5 พอมาปี 2558 ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศ นั่นหมายถึง...จนที่สุดในประเทศ พอมาถึงปี 2559 ล่าสุดลดลงมาเป็นอันดับที่ 2 นั่นหมายถึงว่าอยู่ในระดับท็อปเทนของประเทศที่ยากจนที่สุด ซึ่งจะต้องเร่งแก้ปัญหา

และยังเชื่อว่า “ความยากจนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความไม่สงบในพื้นที่”

ถามว่าปัตตานีมีแหล่งอุตสาหกรรมและการประมงจำนวนมาก ไม่ช่วยอะไรเลยหรือ? วีรนันทน์ ตอบว่า อุตสาหกรรมมากแค่ไหน ตนจะวิเคราะห์แบบเศรษฐศาสตร์ให้ฟังแบบน่าสนใจ คือ ทุนอยู่ที่ใครในข้อเท็จจริง และอุตสาหกรรมมากแค่ไหนกับอัตราการจ้างคน โรงงานอุตสาหกรรมมีกี่โรง ฐานรากที่เป็นคนงานกี่คน กับประชากรปัตตานีเกือบ 7 แสนคน เมื่อรายได้มาก็จะเป็นภาพเศรษฐกิจรวม แหล่งท่องเที่ยวก็ไม่มี ถึงมีนักท่องเที่ยวก็น้อย

แต่ประชาชนอยู่กับประมงพื้นบ้าน ยางพารา ผลิตข้าว ผลไม้นั้นเป็นประชาชนส่วนใหญ่ หากเราไปมองอุตสาหกรรม ถามว่ามีกี่โรง แต่ถ้าประมงพื้นบ้านทำเงินได้มาก ประชาชนก็มีฐานะดีขึ้น การกระจายรายได้ต่างหากที่ตอบโจทย์ปัญหาคนจนคนรวย ที่เค้าเรียกว่า “รวยกระจุก จนกระจาย”...

“ปัตตานีมีอาการอย่างนี้ ฉะนั้นในข้อเท็จจริง มีคนจนเยอะ นี่คือโจทย์ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ ยิ่งพอสำรวจความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) โดยกรมพัฒนาชุมชนลงไปเก็บข้อมูลจริงในพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจมาตรฐานอยู่ที่ 33,000 บาทต่อครัวเรือน แต่ปัตตานีไม่ถึง”

และ...พบว่ายังมีเยอะถือว่ายังจน ด้วยเหตุนี้จึงได้เรียกแต่ละอำเภอมาตรวจสอบข้อมูล ก็พบว่าหลายอำเภอยังมีครัวเรือนอยู่ในเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 33,000 บาท

“นาทีนี้การทำงานจะเอาเป้าจากแบบสำรวจความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) จะทำอย่างไรให้มีคุณภาพชีวิต มีศักยภาพมาพัฒนาด้านเศรษฐกิจให้ได้ก็คือ ตั้งคณะทำงานขึ้นมาสองคณะ...คณะทำงานแก้ไขปัญหาความยากจน กับคณะทำงานให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส”

ที่ผ่านมาประชุมมา 3 ครั้งแล้ว มีการลงไปสำรวจพื้นที่ตามครัวเรือนเรียบร้อยแล้ว เพราะจะเร็ว ทำได้จริง มุ่งไปหาคนจนจริงๆ ได้เรียกนายอำเภอซึ่งเป็นหัวหน้าทีมแต่ละอำเภอเข้ามารายงานข้อมูลด้วยตัวเอง

เช่น อ.มายอ ซึ่งเราเห็นตัวเลขจาก จปฐ. มี 320 ครัวเรือน จึงได้ให้นายอำเภอจัดทีมไปเยี่ยมบ้านในรายแต่ละตำบลเพื่อเอาข้อเท็จจริงมา ว่าเค้าอยู่อย่างไร ทำไมเค้าจน เค้ามีศักยภาพอย่างไรแค่ไหน เอามากางวิเคราะห์ดูกันแบบเข้มข้น

“ถามว่าทำไมต้องทำแบบเข้มข้น เพราะเราสามารถช่วยคนได้ 10 ครัวเรือน ก็ได้ 10 ครัวเรือน ฉะนั้นอำเภอมายอถ้าช่วยได้ก็สามารถช่วยได้ถึง 320 ครัวเรือน กำหนดเวลาไว้สองถึงสามสัปดาห์ นายอำเภอทุกคนกลับไปทำให้เสร็จ ช้าไม่ได้ และจะเรียกมาคุยกันอีกที” วีรนันทน์ ว่า

คนที่จนแยกเป็น 2 ประเภท คือ หนึ่ง...จนแบบต้องสงเคราะห์ เช่น แม่นอนติดเตียง ลูกโปลิโอเลี้ยงแม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะทำงาน พมจ. กาชาด สาธารณสุข จะต้องลงไปดูแลให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สอง...จนที่สามารถพัฒนาได้ (ด้วยตัวเอง) หรือยังพอมีศักยภาพที่จะพัฒนา เช่น เสริมความรู้ให้ ส่งเสริมอาชีพ หรือพัฒนาให้พออยู่พอกิน เหมือนปัจจุบันที่ไปพัฒนา เช่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่ม SME บางคนมีที่แต่ไม่มีทุน นี่แหละที่เราต้องเสริม

ฉะนั้นตัวเดินคือ “อำเภอ”...“จังหวัด” คือตัวหนุนผ่านงบประมาณของรัฐจากหลายช่องทางสามารถบูรณาการได้ แต่เป้าหมายต้องชัด ไม่ใช่เอามาทำ แต่ไม่ประเมิน เช่น เอาสัตว์เลี้ยงไปแจก แต่ไม่ประเมิน ชาวบ้าน เบื่อก็เชือดทำแกงกิน เราต้องตามดู แนะตลาดให้เค้า

“การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาความยากจนของปัตตานีทำทั้งสองระดับ คือ ระดับบน ในเชิงที่เป็นนโยบายแบบทั่วไป เช่น การปศุสัตว์ การส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เป้าหมายประชาชนที่ยากจนชัดเจน เพราะต่อไปกลุ่มพวกนี้จะได้เป็นผู้ประกอบการเล็กๆ เป็นเกษตรกรส่งพืชสมุนไพรเข้าโรงพยาบาลได้ เราเดินนโยบายแบบกว้างๆอย่างเดียว บางทีคนพวกนี้จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”

ตอนนี้นโยบายรัฐบาลชัดเจนว่า “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ผู้ว่าฯเป็นกลไกของรัฐ หรือตัวแทนของรัฐบาล ฉะนั้นคนพวกนี้เราจะไม่ทิ้งเค้า แต่แค่เค้าขาดศักยภาพ เราจะต้องเสริม ต้องให้เค้าได้ประโยชน์จากรัฐบาล ซึ่งเราตอบโจทย์ของรัฐบาลได้...เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราจะพาเค้าไปด้วย

วีรนันทน์ ย้ำว่า เราต้องสงเคราะห์ให้เค้าพึ่งหรือยืนอยู่บนขาตนเองได้ ฉะนั้นทุกคนทำอะไรต้องเป็นระบบ มีเป้าหมายสูงสุด เป้าหมายอาจจะไม่จบแค่ 1 หรือ 2 ปี แต่ก็ต้องทำงานให้เป็นเนื้องานชิ้นเดียวกัน ทุกคนต้องเดินไปข้างหน้าด้วยกัน อย่าฝันว่า...ต้องใช้เวลา มันไม่ได้ เราต้องเริ่มทำทันทีและเร็วด้วย ผมพูดมาตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า เดือนกันยายนไม่ใช่เดือนสิ้นสุดงบประมาณ 2560 แต่ย้ำบอกข้าราชการทุกส่วนว่า “เราไม่ถือว่าเป็นเดือนสุดท้าย แต่ให้ถือว่าเป็นเดือนที่เราต้องออกวิ่งและไม่เดิน”

จังหวัดปัตตานีมีปัญหามากมาย ไม่ว่าปัญหาความไม่สงบ...ความยากจน เราเดินไม่ทันแล้ว เราต้องวิ่ง โดยเริ่มสตาร์ตวิ่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป วิ่งไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ เราจะประเมินทุกหน่วยงานทุกๆ 3 เดือน ถ้าไม่ถึงเป้าต้องเรียกมาคุยกัน...“อย่าพูดลม เพราะจะได้ลม”

“การแก้จนยั่งยืน เป้าหมายหลักที่ผู้ว่าฯปัตตานีต้องแก้ปม เพื่อนำพาคนปัตตานีข้ามกำแพงความจน...ลบสถิติอันดับต้นๆจังหวัดผู้คนยากจนระดับประเทศ”.