วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รถยนต์พระที่นั่งในอดีต LAND ROVER SERIES 3

รถยนต์พระที่นั่ง Land Rover รุ่น Series 3 เป็นพระราชพาหนะในอดีตที่สามารถพบเห็นได้บ่อยครั้งในภาพข่าวพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในช่วงปี พ.ศ.2519 ราชยานยนต์หลวงสั่งรถยนต์รุ่นนี้เข้ามาประจำการในกองงานส่วนพระองค์ เพื่อถวายเป็นพระราชพาหนะในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ห่างไกลยากแก่การเข้าถึง 

ย้อนเวลากลับไปเมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2524 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎรโดยรถยนต์พระที่นั่ง Land Rover Series 3 ณ บ้านเจาะบากง หมู่ 3 ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ขณะที่รถพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินผ่านไปบนสะพานไม้ในหมู่บ้านเจาะบากง ประชาชนในหมู่บ้านที่มีทั้งชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมกำลังทำนาอยู่ในพื้นที่ เมื่อได้ยินเสียงรถยนต์พระที่นั่งจึงพากันออกมาเฝ้ารับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ได้ทรงลงจากรถยนต์พระที่นั่ง แล้วเสด็จประทับที่สะพานไม้ข้างรถพระที่นั่ง ทรงทอดพระเนตรสภาพพื้นที่และมีพระราชปุจฉากับราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จ

รถยนต์พระที่นั่ง Land Rover Series 3 เป็นรถอเนกประสงค์แบบ 3-5 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ ตัวถังผลิตจากอลูมินั่มอัลลอย ในสมัยนั้นถือว่าเป็นรถยนต์ออฟโรดที่มีประสิทธิภาพสูง เหมาะกับการขับใช้งานในพื้นที่ทุรกันดาร ไม่ว่าจะเป็นป่าดิบชื้นเขตร้อน หรือแม้แต่ในทะเลทราย Land Rover Series 3 เป็นรถที่ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับบรรพบุรุษ Land Rover ในรุ่น Series-1 และ 2 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีการพัฒนาให้มีสมรรถนะที่ดีขึ้น และกลายเป็นยานพาหนะที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการหรือเอกชน โดยเฉพาะกรมทางหลวง กรมป่าไม้ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรฯ จากประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนที่สามารถบุกป่าฝ่าดงเข้าไปในพื้นที่ที่ยากลำบากได้ดีกว่ารถยนต์แบบอื่นๆ ในยุคนั้น

Land Rover เป็นบริษัทผลิตรถยนต์ในเครือ British Leyland จากประเทศอังกฤษ ปัจจุบันอยู่ในการกำกับดูแลของบริษัท TATA Motor สำหรับรถ Land Rover รุ่น Series 3 มีตัวถังช่วงยาวหรือ Long Wheel Base แบบ 5 ประตู และใช้พื้นฐานเดียวกับ Land Rover รุ่น Series 2 A เริ่มต้นสายการผลิตในปี พ.ศ.2514 จำนวนที่ผลิตทั้งสิ้นรวม 440,000 คัน เอกลักษณ์ของรถยนต์ออฟโรดจากประเทศอังกฤษรุ่นนี้ก็คือ ตัวถังผลิตจากอลูมินั่มอัลลอยเพื่อลดน้ำหนัก แชสซีเป็นเหล็กหล่อขึ้นรูปเพื่อความแข็งแกร่ง เหมาะกับการลุยฝ่าทางวิบาก ไฟหน้าของรุ่น Series 3 ถูกย้ายตำแหน่งเพื่อความเหมาะสมมาอยู่ที่แก้มข้างรวมถึงไฟเลี้ยวทรงกลม กระจังหน้าประทับตราสัญลักษณ์ Land Rover ทำจากอลูมินั่มอัลลอย

เครื่องยนต์ของ Land Rover Series 3 เป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ ขนาด 2.25 ลิตร 2,286 ซีซี กำลัง 73 แรงม้า แรงบิด 124 ปอนด์-ฟุต หรือ 168 นิวตันเมตร ที่ 2,400 รอบต่อนาที พร้อมเกียร์ธรรมดาแบบ 4 สปีด รวมถึง transfer gearbox 2 จังหวะ (Hi-Low) โดยมีการติดตั้งซินโครเมชเกียร์เพื่อทำให้เข้าเกียร์ได้ง่ายขึ้น ระบบรองรับหรือช่วงล่างออกแบบให้มีความแข็งแรงสูง ชุดบังคับเลี้ยวหรือพวงมาลัยยังไม่มีพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรงหมุน ทำให้มีวงเลี้ยวกว้างมากกว่าปกติ และมีน้ำหนักของพวงมาลัยรวมถึงคลัตช์ที่หนักเอาเรื่อง

ระบบเบรกของ Series 3 ใช้จานเบรกหน้าแบบเหล็กหล่อขนาด 280 mm x 76 mm (11" x 3") ส่วนเบรกหลังมีขนาด 280 mm x 63 mm (11" x 2.25") ล้อเหล็กขอบ 16 นิ้ว แบบ 5 รูน็อตยึด พร้อมยาง Dunlop ขนาด 9.0 x 16 ถังน้ำมันเชื้อเพลิง 2 ถัง มีความจุถังละ 18 แกลลอน โครงสร้างของ chassis นำมาจากบริษัท Willys แต่ในสายการผลิตใช้แผ่นหล็ก 4 แผ่นเชื่อมติดกัน ตัวถังใช้อลูมิเนียมด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ โลหะเหล็กในยุคนั้นหายาก รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ก็อยู่ในช่วงของการชะลอตัว การผลิตรถยนต์อเนกประสงค์ที่มีความเรียบง่ายและมีราคาไม่สูงมากจนเกินไป ทำให้สามารถแข่งขันกับคู่ต่อสู้ได้.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/