วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตี๋' เรียกถก 11 กุนซือ คกก.ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านความมั่นคง

“บิ๊กตี๋” คิกออฟ ถก 11 กุนซือ คกก.ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ตั้งกรอบ 4 เดือนเสร็จ ม.ค. 61 เปรียบความมั่นคงเหมือนทะเล ต้องทำให้สงบ ยัน ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ ไม่ใช่แค่งานวิชาการ แต่คือของจริง


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ต.ค. ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร อดีต ผบ.ทหารสูงสุด ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ครั้งที่ 2 โดยมีคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง 11 คน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

พล.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 65 บัญญัติให้รัฐจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติขึ้น เพื่อเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี คือ ส.ค. 61 ทั้งนี้ ขั้นตอนการจัดทำก็จะต้องตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆ 6 คณะ ในส่วนของตนดำเนินการคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ซึ่งมีผู้แทนจากหลายภาคส่วน อาทิ ด้านความมั่นคง ด้านการต่างประเทศ นักวิชาการ นักการทูต นักการทหาร เป็นต้น มีหน้าที่ดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน คือ ช่วง ม.ค. 61 จากนั้นส่งต่อให้เลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และเลขานุการคณะกรรมการจัดทำด้านต่างๆ นำไปรับฟังความคิดเห็นในภาพรวม จากนั้นก็จะปรับแก้ก่อนส่งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่อไป เพื่อขอความเห็นชอบจาก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อผ่านความเห็นชอบแล้ว จากนั้นนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไปเพื่อออกเป็นกฎหมาย

“คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ เพราะช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการบริหารประเทศและกำหนดยุทธศาสตร์เอาไว้เป็นพื้นฐานแล้ว ในกฎหมายก็ระบุให้เรานำยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลมาเป็นกรอบ รวมถึงยุทธศาสตร์ของ วปอ. และสภาปฏิรูปต่างๆ ผมดูงานด้านความมั่นคง ดังนั้นก็จะมาดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพราะเป็นความมั่นคงจากทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการทหารของทุกภาคส่วนตั้งแต่ระดับชาติ สังคม ชุมชนและปัจเจกบุคคล ซึ่งต้องมีการนำมาบูรณาการการทำงาน ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงก็เหมือนกับทำทะเลให้สงบ เพื่อให้เรือทุกประเภทออกจากฝั่งไปปฏิบัติภารกิจได้ คือทำประเทศให้สงบเพื่อให้ยุทธศาสตร์ด้านอื่นๆ เดินหน้าต่อไปได้ด้วย” พล.อ.วรพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า แต่ทะเลบ้านเราก็เหมือนการเมือง ซึ่งไม่ค่อยจะสงบ พล.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า ทุกเรื่องมีคลื่นอยู่ แต่ทุกมิติเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทั้งสิ้น ไม่ใช่เฉพาะแต่การเมือง แม้ทะเลจะมีคลื่นแต่ก็ต้องทำให้เรือเล็กและเรือใหญ่ออกทะเลได้ ส่วนประเด็นกรอบความชัดเจนของความมั่นคง มองถึงเรื่องงบประมาณการจัดซื้ออาวุธและยุทโธปกรณ์นั้น เราจะเน้นทุกมิติ เพราะยังมีความมั่นคงของมนุษย์ เศรษฐกิจและไซเบอร์ ที่ทหารไม่ได้เป็นพระเอก ผู้ที่รับผิดชอบแก้ไขปัญหาไม่ใช่มีแต่ทหารเพียงอย่างเดียว ดังนั้นจะมีการพูดถึงการพัฒนาศักยภาพในยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ทั้งเรื่องบุคลากร ความสามารถ เครื่องมือแผนและระเบียบปฏิบัติ นโยบายต่างๆ ของทุกส่วนราชการ เราต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่า ยุทธ์ศาสตร์ด้านความมั่นคงไม่ใช่ยุทธศาสตร์ของกระทรวงกลาโหม แต่ยังมีสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และทุกกระทรวง เราต้องทำทุกอย่างคู่ขนานกัน นอกจากยุทธศาสตร์ชาติยังมีปฏิรูปประเทศ นำมารวมกันเพื่อทำเป็นแนวทางให้สอดคล้องกัน ยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะงานวิชาการ แต่เราจะทำวิชาการให้ปฏิบัติได้จริง

ด้านนายชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง กล่าวว่า รัฐบาลมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งทุกกระทรวงได้ดำเนินการทำแผนยุทธศาสตร์กระทรวง 20 ปีรองรับไว้ แต่เรื่องความมั่นคงถือเป็นฐานหลักที่จะก่อให้เกิดความมั่งคั่งและยั่งยืนทั้งหมด จึงต้องให้ความสำคัญ แต่ความมั่นคงนี่เป็นความมั่นคงรูปแบบใหม่ ไม่ใช่เฉพาะแต่ทางทหารเท่านั้น ส่วนเรื่องการเมืองก็ได้เขียนไว้ว่าการเมืองต้องมีเสถียรภาพ ซึ่งคณะปฏิรูปด้านการเมืองก็กำลังดำเนินการอยู่เช่นกัน โดยต้องมีแผนแม่บทมารองรับ เป็นขั้นตอนต่อไปที่จะต้องทำ โดยแผนปฏิรูปและแผนแม่บทต้องสอดคล้องกันทั้งหมด

เมื่อถามว่า เมื่อปฏิรูปการเมืองแล้ว แต่ทหารก็อาจจะกลับมาทำรัฐประหารอีกได้ ก็จะเข้าไปสู่ปัญหาเดิมๆ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เราต้องทำให้การเมืองมีเสถียรภาพ ซึ่งต้องดำเนินการในรายละเอียดต่อไป ขณะนี้ทางคณะกรรมการปฏิรูปกำลังดำเนินการอยู่เพื่อทำให้การเมืองมีความมั่นคง โดยเฉพาะระบบการเลือกตั้งและพรรคการเมือง