วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘หญิงหน่อย’ ร่ำไห้ ขอโทษ ปัด-แฝงหาเสียง ภาพขึ้นรถแห่ติดป้ายชื่อหรา

‘บิ๊กป้อม’ ฉุนติงไม่เหมาะสม! ตีความก.ม.ลูก-โรดแม็ปขยับ

สนช.ห่วงโรดแม็ปเลือกตั้งขยับ “ครูหยุย” กังวลร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.เจอนักการเมืองต้านหนัก ถูกยื่น ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ส่อยื้อโปรแกรมกาบัตรเป็นต้นปี 2562 ประธาน กมธ.ร่าง พ.ร.บ.ตรวจเงินแผ่นดินเสียงแข็ง เมินข้อท้วงติง กรธ. ลุยโละอำนาจ สตง.ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทุจริต “บิ๊กป้อม” ฉุน “สุดารัตน์” ฉวยโอกาสเคลื่อนไหวหาเสียงขึ้นรถแห่ชวนประชาชนปลูกดอกดาวเรือง โวยไม่เหมาะสมเข้าข่ายโฆษณาตัวเอง เตรียม ส่งเจ้าหน้าที่พูดคุยให้หยุดพฤติกรรม ด้าน “คุณหญิงหน่อย” แถลงข่าวแจงยิบปฏิเสธแฝงหาผลประโยชน์ทางการเมือง น้ำตาคลอขอโทษสร้างความเข้าใจผิด ยอมรับพลาดขึ้นรถแห่โดยไม่ปิดสติกเกอร์ทับชื่อตัวเอง โอดเสียใจถูกนำภาพไปขยายผลสร้างความเข้าใจผิด ผลสอบข้อเท็จจริงนายตำรวจพา “ปู” หนีออกชายแดน ฟันผิดวินัยร้ายแรง “ชัยฤทธิ์” ส่งต่อให้ ผบช.น.ดำเนินการ

หลังจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หลายคนออกมาให้คำยืนยันจะไม่มีการคว่ำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของที่ประชุม สนช. เพื่อยื้อการเลือกตั้ง ล่าสุดนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช.แสดงความเป็นห่วง หากมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างกฎหมายลูก จนต้องมีการแก้ไข อาจเป็นเหตุให้เงื่อนเวลาการเลือกตั้งต้องเลื่อนจากโรดแม็ปเดือน พ.ย.2561 ออกไปเป็นต้นปี 2562

ห่วงยื่นตีความ ก.ม.ลูกฉุดโรดแม็ป

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ต.ค. นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญของ สนช.ว่า ขณะนี้เหลือกฎหมายลูกหลักๆ อยู่ 2 ฉบับคือ ร่างพ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว. และร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่ง สนช.ยังไม่เห็นตัวร่างทั้งสองฉบับ ส่วนตัวไม่ห่วงร่างพ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว. คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องกระบวนการเลือก ส.ว. แต่เป็นห่วงเรื่องร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. ที่คาดว่าจะถูกนักการเมืองจับตามองและรุมท้วงติงอย่างหนัก ถ้า ส.ส.รับกันไม่ได้เกรงว่าจะยุ่ง อย่างไรก็ตามขอให้มั่นใจได้ว่า สนช.จะไม่คว่ำร่างกฎหมายลูกทั้งสองฉบับนี้ เพื่อยื้อการเลือกตั้งออกไปแน่นอน แต่ห่วงตัวแปรเรื่องการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมายลูก โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. หากมีการยื่นตีความจริง และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มีเนื้อหาส่วนใดขัดต่อรัฐธรรมนูญ กรธ.จะต้องไปแก้ไขเนื้อหาที่เป็นปัญหา แต่คงไม่ถึงขั้นแก้ไขทั้งฉบับ จะแก้เฉพาะในส่วนที่มีปัญหา อาจทำให้ไม่สามารถเลือกตั้งได้ทันโรดแม็ปเดือน พ.ย.2561 ตามที่นายกรัฐมนตรีระบุ การเลือกตั้งอาจเลื่อนไปบ้างเล็กน้อย แต่ไม่เกิน 1-2 เดือน อย่างช้าน่าจะเลือกตั้งได้ไม่เกินเดือน ก.พ.2562

กมธ.แจงหัก กรธ.แก้ ก.ม.สตง.

พล.ร.อ.ยุทธนา ฟักผลงาม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน สนช. กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไม่เห็นด้วยกับการที่ กมธ.ปรับแก้ร่าง พ.ร.บ.การตรวจเงินแผ่นดิน โดยตัดเนื้อหามาตรา 7 วรรคสามในร่างเดิมของ กรธ.เรื่องการให้อำนาจผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สามารถไต่สวนเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่กระทำทุจริตทิ้งไปว่า ประเด็นดังกล่าว กมธ.ลงมติได้ข้อยุติไปแล้วว่า ให้ตัดข้อความมาตรา 7 วรรคสามทิ้งทั้งหมด เพราะพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว การให้ผู้ว่าการ สตง.เข้ามาไต่สวนเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่ทุจริตได้นั้น เป็นการก้าวล่วงอำนาจการทำงาน ป.ป.ช. ตามที่ ป.ป.ช.ท้วงติงมาจริง และยังพบว่า เป็นการให้เลือกไต่สวนได้เฉพาะองค์กร ป.ป.ช. อย่างเดียวเท่านั้น ขณะที่องค์กรอื่น สตง.ไม่สามารถเข้าไปไต่สวนทุจริตได้ ดังนั้น กมธ.มองว่า ถ้าจะให้ สตง.มีอำนาจเข้าไปไต่สวนการทุจริตได้ ต้องทำได้ทุกองค์กร ไม่ใช่เลือกเฉพาะ ป.ป.ช. จึงให้ตัดข้อความมาตรา 7 วรรคสามทิ้งทั้งหมด

เสียงแข็งไม่ทบทวนข้อท้วงติง

พล.ร.อ.ยุทธนากล่าวว่า ส่วนที่ กรธ.ยืนกรานว่า ถ้า สนช.ไม่ทบทวนเรื่องดังกล่าว จะขอโต้แย้งให้มีการตั้ง กมธ.ร่วมนั้น อย่าไปห่วงเรื่องการตั้ง กมธ.ร่วม ถ้าจำเป็นก็ต้องตั้ง เพราะ กมธ.ยืนยันจะไม่ถอย และ กรธ. ก็คงไม่ถอย กมธ.พิจารณาเจตนารมณ์แล้ว เห็นว่าข้อท้วงติงของ ป.ป.ช.ถูกต้อง จึงให้ตัดข้อความทิ้งไป การที่ กรธ.ระบุว่า เหตุผลที่ให้ สตง.ไต่สวนทุจริต ป.ป.ช.ได้ เพื่อเป็นไปตามหลักการถ่วงดุลระหว่างองค์กรนั้น เรื่องนี้หาก สตง.เห็นว่า ป.ป.ช.มีการทุจริตสามารถยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเข้าไปตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ สตง.เข้าไปไต่สวนเอง

คาดไม่เสียเวลามากตั้ง กมธ.ร่วม

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า เนื้อหาที่ กรธ.เห็นแย้งกับ กมธ.ถือเป็นความเห็นต่าง ต้องไปว่ากันในที่ประชุม สนช.จะเห็นด้วยกับ กมธ.หรือไม่ แต่ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่ประเด็นความเห็นแย้งทางการเมือง เป็นเรื่องข้อกฎหมาย ถ้า กรธ.ยังยืนกรานตามหลักการเดิม คงต้องตั้ง กมธ.ร่วมขึ้นมาทบทวนเนื้อหาอีกครั้ง คาดว่าคงใช้เวลาไม่นานนัก ไม่ทำให้เสียเวลามากมาย

“พรเพชร” ยอมช้าเพื่อให้รอบคอบ

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการพิจารณา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่า กรธ.ยังไม่ได้ส่งเรื่องมายัง สนช. อยู่ในขั้นตกแต่ง โดย สนช.กำลังรอกฎหมาย ป.ป.ช. ที่ กรธ.จะส่งมาว่าเป็นอย่างไร เพื่อดูประเด็นว่าเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส่วนการประชุม สนช. วันที่ 19 ต.ค.นี้ จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่มีโยงกับร่างกฎหมายลูก ป.ป.ช. โดยร่าง กรธ.ระบุว่า สตง.สามารถเข้าไปตรวจสอบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้ เพราะที่ผ่านมามีช่องโหว่จุดนี้อยู่ เนื่องจากไม่มีใครไปตรวจสอบ ป.ป.ช. ให้เขาตรวจกันเอง แต่ กรธ.บอกว่าต้องตรวจสอบ ป.ป.ช.ด้วย ขณะที่ ป.ป.ช.บอกว่า ไม่ควรถูกตรวจสอบจึงต้องฟังความกันต่อไป อย่างไรก็ตาม กรธ.ยืนยันว่า ยอมไม่ได้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ต้องถูกตรวจสอบ ถ้าไม่เห็นด้วยต้องใช้สิทธิตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย เมื่อถามว่าดูเหมือนต้องตั้ง กมธ.ร่วมเพื่อพิจารณากฎหมายลูกเกือบทุกฉบับ ทำให้เสียเวลาหรือไม่ นายพรเพชรตอบว่า การตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย เกือบทุกฉบับดีกว่าไม่ได้ตั้ง เพราะถ้ามีปัญหาขัดรัฐธรรมนูญแล้วไม่ตั้ง กมธ.ร่วม แล้วไปขัดรัฐธรรมนูญภายหลังจะเกิดความเสียหาย ดังนั้นเสียเวลานิดหน่อยดีกว่า

มั่นใจ ก.ม.เลือกตั้ง ส.ส.ผ่านราบรื่น

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญของ กรธ.ว่า ในส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ขณะนี้คณะอนุกรรมการได้ยกร่างเบื้องต้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอแค่ให้ กรธ.พิจารณาต่อจากร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ที่คาดว่าจะเสร็จภายในสิ้นเดือน ต.ค.นี้ คิดว่าร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. ไม่น่าจะมีปัญหาในการพิจารณา เพราะในชั้นคณะอนุกรรมการที่ตนเป็นรองประธานนั้น ได้เชิญ กกต.และผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมให้ข้อมูลตลอด โดยเฉพาะวิธีคิดคำนวณสูตรจำนวน ส.ส. รวมทั้งได้พิจารณาเปรียบเทียบจากรัฐธรรมนูญฉบับเก่า ร่างของ กกต.และร่างของ กรธ.เอง ถือว่ารัดกุมและละเอียดมาก รายละเอียดในเนื้อหานี้ล้อมาจากกรอบรัฐธรรมนูญปี 60 ทั้งวิธีการและคุณสมบัติต่างๆ ไม่ได้มีอะไรที่ผิดแปลกพิสดารไปกว่านั้น เชื่อว่าการร่างกฎหมายลูกของ กรธ.จะทันกรอบเวลา 240 วัน พร้อมส่งให้ สนช.พิจารณาตามกำหนดในวันที่ 28 พ.ย.60 แน่นอน

แจงขั้นตอนนับวันรับรองผลเลือกตั้ง

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรธ. กล่าวว่า การกำหนดวันเลือกตั้งภายใน 150 วัน นับจาก 4 กฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งประกาศใช้นั้น เมื่อ พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเป็นกฎหมายลูกฉบับสุดท้ายประกาศใช้แล้ว ภายใน 15 วันจะเป็นหน้าที่รัฐบาลและ กกต.ร่วมกันตราพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง การจัดการเลือกตั้งต้องแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายใน 150 วัน นับจากวันประกาศพระราชกฤษฎีกา จากนั้นรัฐธรรมนูญกำหนดให้ กกต.มีเวลา 30 วัน ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 95 เพื่อนำไปสู่การเปิดประชุมสภาโดยเร็ว ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกิจการงานเลือกตั้ง ตีความว่า ภายใน 150 วัน รวมถึงการรับรองผลการเลือกตั้งด้วย เป็นเรื่องของนายสมชัย หากทำได้ก็เก่ง ไม่มีปัญหา เป็นเรื่องการบริหารจัดการเวลาที่รัฐธรรมนูญมุ่งหมายให้จัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน150 วัน และรับรองผลร้อยละ 95 ภายใน 30 วัน

เชื่อ กรธ.-สนช.ไม่ขัดแย้งคว่ำ ก.ม.ลูก

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คิดว่าขณะนี้การร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับที่เหลือ ไม่น่ามีปัญหาจนอาจมีผลกระทบต่อโรดแม็ปเลือกตั้ง แม้บางฉบับจะมีข่าวว่า อาจมีการตั้ง กมธ.ร่วม เพราะเห็นไม่ตรงกันระหว่าง สนช.กับ กรธ. อาทิ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน บางคนกังวลว่า อาจต้องใช้เวลาเพิ่ม แต่คิดว่า กรธ.และ สนช.เป็นผลผลิตแม่น้ำห้าสาย นโยบายการออกกฎหมายคงตรงกัน คงไม่ขัดกันถึงขั้นเกิดคว่ำกฎหมายลูก ต้องเชื่อคำพูด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่บอกเป็นคำมั่นสัญญาว่า กฎหมายลูกจะเสร็จประมาณเดือน มิ.ย.61 และจะมีการเลือกตั้งเดือน พ.ย.61 ซึ่งโรดแม็ปที่นายกฯ บอกไว้เป็นอย่างยาวสุดๆ แล้ว คือรวมถึงอาจมีการตั้ง กมธ.ร่วมด้วย หลังจากนี้แม่น้ำทุกสายคงวางการออกกฎหมายเป็นระบบ ถ้าไม่เป็นระบบ มีความเห็นขัดแย้งกันจนมีการคว่ำกฎหมายลูก จะเลือกตั้ง พ.ย.61 ตามคำสัญญาของนายกฯไม่ได้

มั่นใจนายกฯ ไม่เบี้ยวโรดแม็ป

นายศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มั่นใจในคำพูดชายชาติทหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เรื่องโรดแม็ปการเลือกตั้ง จะพูดคำไหนคำนั้น แม้จะมีกรณีตั้ง กมธ.ร่วมทบทวนร่างกฎหมายลูกระหว่าง สนช.กับ กรธ.กี่ฉบับก็ตาม เชื่อว่าไม่น่าจะมีอุบัติเหตุอะไร เพราะสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ให้คำมั่น ยังคงต้องดำรงอยู่ สนช.และ กรธ.จึงรู้ดีถึงเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้พูดลอยๆ คงวิเคราะห์แล้ว และคิดคำนวณเวลาอย่างยาวเอาไว้รอบคอบแล้ว แม้จะมีอะไรเกิดขึ้นจะทันกรอบเวลาเลือกตั้ง พ.ย. 2561 ไม่น่าจะมีอุบัติเหตุกฎหมายลูกอะไรจากแม่น้ำสายต่างๆ เพราะอยู่ภายใต้การควบคุมของ คสช.ทุกอย่าง คสช. อยู่ใต้ร่มของ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งหมดสิ่งที่พูดกำหนดไว้ช่วงเดือน พ.ย. นายกฯคงคิดอ่านไตร่ตรองละเอียดแล้ว ไม่น่าจะปัญหาทำให้สะดุดหยุดลงได้

ปชป.เฉ่งรัฐบาลแก้ ศก.ไม่ถูกทาง

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีธนาคารส่งเสริมการเกษตร (ธ.ก.ส.) ระบุว่า หนี้เสีย (เอ็นพีแอล) พุ่งขึ้นแตะ 6% จากเหตุสินค้าเกษตรตกต่ำโดยเฉพาะยางพารา ปาล์มน้ำมันว่าหากเป็นจริง นับว่าเป็นการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำที่ล้มเหลวของรัฐบาล น่าแปลกใจว่า สินค้าเกษตรถูกกดราคาซื้อต่ำเกือบทุกตัว ไม่คุ้มต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ทว่าสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะสินค้าแปรรูปกลับมีราคาแพงสูงขึ้นกว่าปีก่อนมาก สะท้อนให้เห็นปัญหาในรัฐบาลว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้แก้ไขปัญหาเกษตรกร หรือแก้ไขไม่ถูกทาง เกาไม่ถูกที่คัน จากการลงพื้นที่พบว่าชาวบ้านทั้งต่างจังหวัดและ กทม. พูดทิศทางเดียวกันคือ รัฐบาลจะอยู่อีกยาวแค่ไหนก็อยู่ไป แต่ขอให้แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน ไม่มีหนี้สินเพิ่มขึ้น เพราะทุกวันนี้ มันสวนทางคือยิ่งอยู่ชาวบ้านยิ่งแร้นแค้น ทำมาหากินยาก สังคมไม่มีกำลังซื้อ

สะดุ้งคนไทยมีหนี้สินพุ่งพรวด

นายวิลาศกล่าวว่า ตัวเลขมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยระบุว่า ขณะนี้คนไทยเป็นหนี้สิน 91.1% หมายความว่า คนไทย 1,000 คน มีหนี้สิน 911 คน มีเพียง 89 คน ที่ไร้หนี้สิน เป็นข้อมูลน่าตกใจ สะท้อนว่า ปัญหาหนี้สิน การเกิดหนี้เสียของคนไทยเพิ่มขึ้นผิดปกติ จึงสงสัยการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคนในรัฐบาลดาหน้าตีปี๊บว่า เศรษฐกิจดีนั้น ถามว่าแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจถูกทางหรือไม่ ถ้าคิดว่า แก้ถูกทาง เหตุใดหนี้สินภาคครัวเรือนและรายบุคคลเพิ่มสูงมากขึ้น หรือรวยกระจุกเฉพาะกลุ่ม แต่จนกระจายทั้งประเทศ ช่วยตอบให้หายสงสัย เพราะเกษตรกร ชาวบ้านต่างจังหวัดมากกว่าครึ่งประเทศที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมขณะนี้ รอฟังคำตอบและการช่วยเหลืออยู่

พท.เย้ย ศก.ฐานรากยังวิกฤติ

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ที่เห็นว่าราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นนั้น ความจริงเศรษฐกิจฐานรากไม่ได้เป็นตามนั้น คนระดับล่างไม่ได้ประโยชน์อะไร เนื่องจากดอกเบี้ยนโยบายที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทยสูงมาก ถึงร้อยละ 1.5 บางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ต่ำมากเพียงร้อยละ 0.25 หรือประเทศญี่ปุ่น ดอกเบี้ยเป็นลบ นอกจากนี้ประเทศไทยประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง รัฐบาลขาดดุลงบประมาณติดต่อกันทุกปี จึงออกพันธบัตรให้ประชาชนและกองทุนต่างประเทศซื้อ เมื่อเงินต่างประเทศไหลเข้ามาเยอะ ค่าเงินบาทจึงแข็ง ประกอบกับอีกส่วนหนึ่งคือ นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาซื้อหุ้นเก็งกำไร ทำให้หุ้นขึ้นในระยะสั้นไม่ใช่ระยะยาว จึงเห็นว่าหุ้นขึ้นสูง แต่รัฐบาลขาดดุลงบประมาณ 6 แสนกว่าล้าน สิ้นปีน่าจะถึง 7 แสนล้าน โรงงานอุตสาหกรรมไม่สามารถทำกำไรได้ เพราะค่าเงินบาทแข็ง เม็ดเงินในประเทศไม่ไหลเวียน ดังนั้นขอเรียกร้องให้มีการลดดอกเบี้ยนโยบายลง เพื่อไม่ให้เงินบาทแข็งค่ามาก

แนะใช้ร่าง กมธ.หากตีตก ก.ม.ลูก

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี กรธ.ระบุจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ในเดือน พ.ย. และจะส่งให้ สนช.พิจารณาวันที่ 28 พ.ย.ว่า เป็นการพิจารณาอยู่ในเงื่อนเวลาที่กำหนด เดิมต้องแล้วเสร็จประมาณเดือน ธ.ค. จากนั้น สนช.ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน คาดว่าอยู่ในช่วงเดือน ก.พ.61 จากนั้นจะส่งให้นายกฯนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญกำหนดให้เลือกตั้งพร้อมประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน ดังนั้นกระบวนการจัดเลือกตั้งพร้อมประกาศผลเลือกตั้งต้องแล้วเสร็จภายในปี 61 ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนใครทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จะสอยทีหลังก็ว่ากันไป ส่วนกรณีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า สนช.อาจโหวตคว่ำกฎหมายลูกนั้น อาจเกิดการตีความได้ว่า สนช. พิจารณากฎหมายลูกไม่เสร็จหรือไม่ ในรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่า เมื่อตีตกกฎหมายลูกแล้วต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป ดังนั้นต้องนำร่างในชั้นกรรมาธิการฯ มาประกาศใช้แทน ไม่อย่างนั้นจะลากยาวไปเรื่อยๆแบบไม่มีกำหนด เงื่อนเวลาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญจะมีความหมายอะไร

เฟ้น กก.สรรหาให้ยึดหลัก รธน.

นายสามารถกล่าวว่า ส่วนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ห่วงการสรรหา กกต.ชุดใหม่จะขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากคณะกรรมการสรรหา กกต.อาจเข้าข่ายขาดคุณสมบัตินั้น เรื่องคุณสมบัติผู้สรรหาเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ขอให้ยึดรัฐธรรมนูญเป็นบรรทัดฐานว่า ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการสรรหา ถ้าพ้นจากตำแหน่งการเมืองไม่ถึง 10 ปี จะเป็นกรรมการสรรหา กกต.ชุดใหม่ไม่ได้ เป็นหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องต้องเปลี่ยนตัวผู้สรรหาใหม่ เราคงไม่ไปร้องอะไร เพราะกฎหมายเขียนชัดเจนแล้ว ถ้าให้มาทำหน้าที่แล้วขัดรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น จะทำให้การสรรหา กกต.มิชอบจะเป็นปัญหาต่อไป ขอฝากว่า ที่ผ่านมาท่านอาจมีวิชาชีพที่ถนัด แต่วันนี้ต้องมาทำหน้าที่กำกับดูแลการเลือกตั้ง บางทีเป็นเรื่องใหม่สำหรับ กกต.ชุดใหม่ ต้องเอาใจใส่พิจารณาตามสภาพแวดล้อมสังคม ความเป็นมาประวัติการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่ามีอะไรเป็นจุดอ่อน จุดแข็ง อย่าทำตามตำราอย่างเดียว

“ไพบูลย์” ตั้งพรรคหลังปลดล็อก

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า ถ้า คสช.ประกาศปลดล็อก ทางการเมืองในเดือน พ.ย. และ กกต.ออกระเบียบว่าด้วยการจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่เสร็จจะเดินทางไปยื่นเรื่องจัดตั้งพรรคการเมืองชื่อ พรรคประชาชนปฏิรูป ตามกฎหมายพรรคการเมืองใหม่เห็นว่า กฎหมายฉบับนี้มีประโยชน์มากจะทำให้พรรค การเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนโดยแท้จริง เชื่อว่าจะทำให้เกิดการปฏิรูปการเมือง ที่ผ่านมาพรรคการเมืองส่วนใหญ่ถูกครอบงำในการแสวงหาผลประโยชน์ โดยใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือเพื่ออ้างความชอบธรรมเท่านั้น หากมีการเลือกตั้งจริงในปลายปี 2561 ยืนยันว่าพรรคประชาชนปฏิรูปจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งทุกจังหวัด จะส่งคนลงสมัครระบบเขตได้มากกว่า90% ของ 350 เขตแน่นอน เป็นพรรคเพื่อให้ประชาชนใช้เป็นเครื่องมือตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ที่สำคัญจะเร่งปฏิรูปเรื่องสำคัญ เช่น การปฏิรูปกิจการสงฆ์และพุทธศาสนาให้อยู่ในหลักธรรมวินัย

“บิ๊กป้อม” ฉุน “เจ๊หน่อย” ฉวยหาเสียง

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ขึ้นรถแห่ทำกิจกรรมเชิญชวนประชาชนปลูกต้นดาวเรือง โดยมีการติดป้ายชื่อตนเอง ระหว่างดำเนินกิจกรรม จนถูกวิจารณ์เรื่องความไม่เหมาะสมว่า มองว่าเป็นการโฆษณาให้ตัวเอง ขอให้ทุกคนใช้ดุลพินิจ ตอนนี้รู้อยู่ว่ายังไม่เหมาะสม การเคลื่อนไหวเชิงการเมืองไม่ควรดำเนินการในช่วงนี้ เรื่องนี้ต้องมาพูดคุยทำความเข้าใจกัน จะมาทำอะไรและติดป้ายชื่อ ย้ำว่าทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นขอความร่วมมือคุณหญิงสุดารัตน์ และจะส่งเจ้าหน้าที่ไปพูดคุย ทำความเข้าใจถึงความเหมาะสม และขอให้นักการเมืองให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว

“สุดารัตน์” โต้แหลกไม่ได้หาเสียง

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่ร้านกาแฟ ซอยลาดปลาเค้า 60 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะกรรมการจัดงานดอกดาวเรืองแทนใจชาวลาดปลาเค้า แถลงกรณีกระแสโซเชียลมีเดีย วิจารณ์กรณีคุณหญิงสุดารัตน์ขึ้นรถแห่เชิญชวนประชาชนถวายดอกดาวเรือง เพื่อใช้ในงานถวาย พระเพลิงพระบรมศพ อาจมีความไม่เหมาะสม โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า กิจกรรมนี้เริ่มตั้งแต่ 4 เดือนที่แล้ว โดยร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งชุมชน วัด โรงเรียน โบสถ์ ตั้งใจว่าอยากถวายความอาลัยครั้งสุดท้าย มีการจัดกิจกรรม 9 ซุ้ม 9 ธีม ให้ประชาชนร่วมกิจกรรม ระหว่างวันที่ 13-15 ต.ค. โดยวันสุดท้ายมีการรวบรวมดอกดาวเรืองจากพื้นที่ต่างๆจึงจัดเป็นริ้วขบวน ตนและคณะกรรมการขึ้นรถคันโน้นบ้าง คันนี้บ้าง เพื่อเคลื่อนไปรับดอกดาวเรืองจากซุ้มต่างๆ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นด้วยหัวใจจริงๆ รู้สึกเสียใจที่นำภาพไม่กี่ภาพ ซึ่งไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมดมาเป็นประเด็น ขอโทษคณะกรรมการทุกคนที่เป็นต้นเหตุให้เกิดข่าวเช่นนี้ขึ้น ยืนยันว่า รถที่เห็นไม่ใช่รถหาเสียง แต่เป็นรถที่ใช้รวบรวมดอกดาวเรืองจากซุ้มต่างๆ รถมอเตอร์ไซค์เป็นรถอาสาสมัคร ไม่ใช่รถตำรวจ เข้าร่วมขบวนเพื่อคอยอำนวยความสะดวก

ขอโทษน้ำตาคลอทำเข้าใจผิด

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวพร้อมน้ำตาคลอและสะอื้นเป็นระยะว่า ถึงเป็นนักการเมือง แต่รักและเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 หากทำงานอาชีพหนึ่ง แล้วบอกว่า อาชีพนั้นไม่สามารถแสดงความจงรักภักดีได้ ไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น พ่อตนสอนมาตลอดว่า ต้องจงรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดิน ตลอด 365 วัน ตนทำกิจกรรมหลายอย่างเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเช่น จัดสวดมนต์ ทำโครงการชวนเด็กๆประกวดเรียงความ ภาพวาด จัดบวชพระ ทำในฐานะคนไทยที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็เสียใจ บางคนนำรูปมาเขียนด้วยความรู้สึกของตัวเอง โดยไม่ได้อยู่ในงาน ขออธิบายว่าไม่มีเจตนา และไม่มีความรู้สึกว่า จะเอาการเมืองมายุ่งกับเรื่องนี้ ป้ายที่ติดตามถนนไม่มีชื่อตนสักชื่อ กรรมการจะให้ใส่ชื่อตนก็บอกไม่ใส่ มาพลาดตรงที่ขึ้นรถคันดังกล่าว ซึ่งเป็นรถเก่าที่ใช้ตั้งแต่ทำกิจกรรมมูลนิธิไทยพึ่งไทย มีสติกเกอร์ชื่อตนติดอยู่ และไม่ได้ปิดสติกเกอร์ทับ ต้องขอโทษประชาชนที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ขอยืนยันว่า ไม่มีจุดมุ่งหวังเพื่อการเมืองใดๆ ไม่มีการเอาเรื่องนี้มาหาผลประโยชน์ ต้องกราบขออภัยที่ทำให้ทุกฝ่ายไม่สบายใจ ยืนยันว่าแม้จะเป็นนักการเมือง แต่ทำในฐานะคนๆหนึ่งที่รักพระองค์ท่าน ทำกิจกรรมนี้ด้วยหัวใจ ไม่คิดเป็นอย่างอื่น ไม่เคยคิดว่าจะมีการนำภาพไปโยงในลักษณะนั้น หากผิดพลาดประการใด ขอกราบขอโทษและน้อมรับจากใจ

พร้อมชี้แจงความจริง คสช.

เมื่อถามว่า จะไปชี้แจงเรื่องดังกล่าวต่อ คสช.หรือไม่ เพราะ คสช.จะส่งเจ้าหน้าที่มาพูดคุย คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ความจริงคือความจริง พร้อมจะชี้แจง ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นไม่บั่นทอนความตั้งใจทำความดี จะไม่ย่อท้อ จะทำความดีถวายพระองค์ท่าน เมื่อถามว่า คสช.มองว่าจะใช้เรื่องนี้เป็นเงื่อนไขปลดล็อกคำสั่ง คสช.คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า เป็นคนละเรื่อง ไม่รู้ว่า คสช.จะคิดอย่างไร แต่ได้อธิบายไปแล้ว หาก คสช.จะมาหาข้อมูล ก็พร้อมให้ข้อมูล สื่อหลายสื่อออกข่าวเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาไปแล้ว เมื่อถามว่าจะดำเนินคดีกับผู้นำภาพไปโพสต์บิดเบือนหรือไม่ คณะกรรมการจัดงานตอบว่า ได้มีการประชุมกัน เห็นว่า ไม่อยากให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต แต่หากยังนำไปโพสต์อีกก็จำเป็นที่ต้องฟ้องร้อง ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่ายมองเจตนาดีของคุณหญิงสุดารัตน์ว่า อยากแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ขอให้ทุกฝ่ายเปิดใจรับฟังเหตุผลคุณหญิงสุดารัตน์ด้วยใจเป็นธรรม ปราศจากอคติ สิ่งที่กังวลคือ หากการแสดงออกถึงความจงรักภักดีถูกจับผิด ใช้เป็นประเด็นโจมตีทางการเมือง อาจทำให้ประชาชนที่มีเจตนาดีหมดกำลังใจได้

ฟันวินัยร้ายแรง ตร.พา “ปู” หนี

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. ฐานะหัวหน้าคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเอาผิดวินัย พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 กรณีพา น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีไม่ไปฟังคำพิพากษาคดีโครงการจำนำข้าว กล่าวว่า ในการประชุมครั้งที่ 3 คณะกรรมการสืบสวนคดีเท็จจริงมีมติสรุปชี้มูลความผิด พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 78 (1) ประกอบมาตรา 79 (6) ในประเด็นแรกกรณีใช้รถ ด้วยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่ง พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ผิดวินัยไม่ร้ายแรงตามมาตรา 78 (1) และกรณีที่สอง การพาอดีตนายกรัฐมนตรีไปส่งที่ชายแดน คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ผิดวินัยร้ายแรง ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรงผิดตามมาตรา 79 (6) จะสรุปสำนวนเสนอให้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รรท.ผบช.น. แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิ์อุทธรณ์ ส่วนของการใช้รถ สน.ปทุมวัน กำลังสอบสวนอยู่ รวมถึงกรณีอดีตนายกฯนั้น จากการตรวจสอบล่าสุด ขณะนี้ดีเอ็นเอสิ่งเจือปนเยอะไม่สอดคล้องกับพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ติดตามเร่งหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว

“บิ๊กเจี๊ยบ” ลั่นขับสิ่งไม่ดีพ้น พศ.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึง ความคืบหน้าการตรวจสอบเงินสนับสนุนบูรณปฏิสังขรณ์วัดว่า ทุกคนรวมถึง พศ.ต้องทำตามหน้าที่ กฎระเบียบอย่างรัดกุม ให้ข้อมูลต่างๆกับหน่วยงานที่มีหน้าที่สอบสวน ทั้งกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติชอบ (ป.ป.ป.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปตามกติกา หากพบทุจริตก็ตรวจสอบกันภายในต่อไป จึงมั่นใจว่าจากนี้จะทำงานไปด้วยดี ส่วนการปรับย้ายข้าราชการใน พศ.ก่อน หน้านี้ เป็นการปรับย้ายตามปกติเพื่อปรับเนื้องานให้เหมาะสม ยังไม่มีใครทำอะไรผิดหรือเกี่ยวเงินทอนวัด ผอ.พศ.ต้องทำตามกติกาอย่างโปร่งใส อะไรไม่ดี ภายใน พศ.ต้องปรับ หากพบใครที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเอกสารต่างๆให้แจ้งชื่อมาเพื่อเรียกมาสอบสวนต่อไป

“บิ๊กป้อม” ให้หยุดโยงวิ่งการกุศล

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม เตรียมวิ่งการกุศลเพื่อหาเงินช่วยเหลือโรงพยาบาล ตามโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมว่า สิ่งที่นายอาทิวราห์ ทำเป็นสิ่งดี ขอสนับสนุน รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ก็สนับสนุน ส่วนที่บางคนวิพากษ์วิจารณ์นำไปเชื่อมโยงถึงการจัดซื้ออาวุธ จนไม่มีงบประมาณดูแลโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้านั้น คิดว่าไม่เกี่ยวกัน เพราะการจัดซื้ออาวุธเป็นขั้นตอนวางแผนระยะยาว เนื่องจากอาวุธมีการใช้งาน 30-40 ปี เมื่อหมดอายุการใช้งานต้องวางแผนจัดซื้อต่อไป ไม่ใช่อยากซื้อวันนี้ พรุ่งนี้ก็ซื้อ งบประมาณทหารไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ขอยกตัวอย่างสมัยเป็น ผบ.ทบ.ไม่ได้ซื้ออะไรเลย แม้แต่น้ำมันเติมเครื่องบินก็ไม่มี ถ้าจะเปลี่ยนอะไรก็ดำเนินการตามนั้น อันไหนถูกและดีก็เอา

จี้รัฐบาลดัน ก.ม.คุ้มครองแรงงาน

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) นายมนัส โกศล ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน อาทิ องค์การแรงงานแห่งประเทศไทย (อรท.) เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้า คสช. ให้เร่งเสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายมนัส กล่าวว่า ครม.มีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เมื่อวันที่ 15 ส.ค.60 จึงอยากให้เร่งกระบวนการพิจารณาที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อเสนอต่อ สนช. โดยเร็ว หวังว่าจะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ เพื่อเป็นของขวัญแก่ผู้ใช้แรงงาน เพราะเป็นร่าง พ.ร.บ.ที่ลูกจ้างทั่วประเทศจะได้รับประโยชน์ ทั้งการเพิ่มค่าชดเชยกรณีลูกจ้างที่มีอายุงาน 20 ปี ถูกให้ออกจะได้รับค่าชดเชย 400 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย การให้ลูกจ้างมีสิทธิ์ลากิจธุระอันจำเป็นโดยได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานในแต่ละปี การให้ลูกจ้างหญิงที่มีครรภ์มีสิทธิ์ลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดบุตร ยืนยันถ้าร่างกฎหมายดังกล่าวบังคับใช้จะไม่กระทบผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขอขอบคุณรัฐบาลที่หยิบยกร่างกฎหมายนี้มาพิจารณา

ชง ครม.แก้กฎหมายทะเบียนราษฎร

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 17 ต.ค.นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เตรียมเสนอขอให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร เป็นการปรับปรุงการปฏิบัติเกี่ยวกับทะเบียนราษฎรให้มีประสิทธิภาพ สาระสำคัญคือ มีการให้เลขประจำบ้านเฉพาะบ้านที่ปลูกอาศัยถูกต้องตามกฎหมายควบคุมอาคารหรือกฎหมายอื่น กำหนดให้ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนดให้มีเลขประจำบ้านสำหรับแพ เรือ หรือสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยประจำ ให้มีทะเบียนบ้านชั่วคราวเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบทางทะเบียน นอกจากนี้แก้ไขเพิ่มเติม มิให้บ้านที่ปลูกสร้างบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ หรือที่ดินรัฐที่ไม่ใช่ที่ดินเพื่ออยู่อาศัย หรือที่ดินทรัพย์สินราชการ ไม่ให้กำหนดเลขประจำบ้าน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากส่วนราชการหรือหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย ทั้งนี้ กรณีบ้านที่ปลูกสร้างบุกรุกที่สาธารณะ และได้รับการกำหนดเลขประจำ บ้านไปก่อนแล้ว ให้คงใช้ทะเบียนบ้านชั่วคราวต่อไปได้ แต่ถ้าบ้านดังกล่าวไม่มีผู้อยู่อาศัย เป็นบ้านร้าง หรือไม่มีสภาพเป็นบ้านแล้ว ให้นายทะเบียนจำหน่ายเลขประจำบ้านและทะเบียนบ้านของบ้านหลังนั้น