วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระเทพฯมีรับสั่ง แก้เสียงกลองริ้วขบวนพระอิสริยยศฯ

อุปสมบทหมู่ 28,262 รูป

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีรับสั่งกับนายกฯ ปรับการบรรเลงดนตรีประกอบริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ หลังเสียงกลองดังไม่ชัด ด้าน “ธนะศักดิ์” พร้อมรับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร พระเมรุมาศ 18 ต.ค.นี้ และจะเปิดให้สื่อเข้าชมความสมบูรณ์ 20 ต.ค. ย้ำหลังงานพระราชพิธีฯ จัดนิทรรศการให้ทุกคนเข้าชมได้ 2-30 พ.ย. ขณะที่วัดทั่วประเทศเริ่มแล้ว จัดพิธีบวชพิธีอุปสมบทหมู่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ โดยมีผู้เข้าอุปสมบททั้งหมด 28,262 คน

ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับคลื่นมหาชน ที่จะเข้ามาร่วมถวายดอกไม้จันทน์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ 18 ต.ค.

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ต.ค. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ พระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช กล่าวถึงความคืบหน้าต่างๆ ว่า งานก่อสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างโดยรอบเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะพระเมรุมาศที่ยังเหลือนั่งร้านไว้ตรงกลาง โดยวันที่ 17 ต.ค.นี้ จะมีการซักซ้อมยกนพปฎลมหาเศวตฉัตร ก่อนที่วันที่ 18 ต.ค.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ซึ่งเมื่อพิธียกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะมีการรื้อนั่งร้านออกทุกอย่างจะเสร็จสิ้นเป็นทางการ และวันที่ 20 ต.ค.จะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าชมความสมบูรณ์ของการก่อสร้างทั้งหมด และภายหลังเสร็จงานพระราชพิธีฯ จะจัดนิทรรศการให้ประชาชนได้เข้าชม ในวันที่ 2-30 พ.ย.

สปน.ขอความร่วมมือใช้ร่มสีดำ

ด้านนางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากได้เข้าร่วมซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระ เพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ทุกอย่างทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขณะเดียวกันสังเกตว่าประชาชนที่มาร่วมชมการซ้อม แต่งกายด้วยชุดเรียบร้อยสีดำล้วน ถ้าไม่ใช้ร่มมีสีสันจะดีมาก อยากขอความร่วมมือให้ใช้ร่มสีดำ หรือสีเทามาใช้กันแดดทั้งการร่วมชมการซ้อม และในวันพระราชพิธีจริง ภาพในงานจะถูกถ่ายทอดไปยังทั่วโลก จะได้เห็นว่าคนไทยทุกคนถวายพระเกียรติยศอย่างสูงที่สุด

รับสั่งปรับจังหวะเสียงกลองริ้วขบวน

นางพัชราภรณ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังพบว่า ระหว่างการเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 2 เสียงกลองดังไม่ค่อยชัด มีเสียงซ้อนกับเสียงปี่พาทย์และเสียงอื่นๆ แต่ทุกคนยังเดินจังหวะเปลี่ยนเท้าได้ต่อไป แต่เมื่อเข้าสู่การเปลี่ยนเข้าริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 3 เป็นการเวียนรอบพระเมรุมาศ ซึ่งในส่วนนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี มีรับสั่งกับนายกรัฐมนตรีว่า ต้องปรับการบรรเลงดนตรีที่ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ การบรรเลงเพลงบัวลอย กลองใหญ่ ปี่พาทย์ ทรงรับสั่งว่า ด้านหลังขบวนจะไม่ได้ยินเสียงจากจังหวะกลอง ขอให้ใช้เสียงกลองใหญ่เป็นเสียงนำ ซึ่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดรับเรื่องนี้ไปปรับปรุง วันที่ 21 ต.ค.น่าจะปรับปรุงเรื่องดังกล่าว ทุกอย่างจะมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น

ทำบัตรเชิญร่วมงานพระราชพิธี

นางพัชราภรณ์กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันรัฐบาลได้ทำบัตรเชิญผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระ บรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค. จำนวน 5,000 ใบ หน้าปกบัตรเชิญเป็นภาพพระเมรุมาศบนพื้นสีเทา ปกหลังเป็นตราสำนักนายกรัฐมนตรี บัตรเชิญดังกล่าวเป็นสิ่งมีค่า เนื่องจากสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานลายขอบที่เป็นลายไทยที่กรมศิลปากรจัดทำมาให้ทรงเลือกให้ไปปรากฏบนบัตรเชิญ จากการที่คณะกรรมการจัดทำบัตรเชิญของ สปน. ส่งร่างถ้อยคำในบัตรกราบบังคมทูล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณปรับแก้ไขถ้อยคำดังกล่าว ทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จากเดิมที่ระบุเพียง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เพิ่มคำว่าในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ และไม่มีบัตรเชิญใดในโลกนี้ที่พระราชโอรสและพระราชธิดาทรงทำถวายสมเด็จพระบรมราชชนก อยากให้คนไทยรับทราบ พร้อมกับซาบซึ้งสิ่งที่ทั้งสองพระองค์ทำไว้ สปน.หวังว่าผู้ได้รับบัตรเชิญจะเทิดทูนไว้เป็นสิ่งสูงสุด

“บิ๊กป้อม” ยันงานพระราชพิธีเต็มร้อย

ส่วนที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการร่วมพระราชพิธี ภายหลังการประชุม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทุกอย่างมีความเรียบร้อย เน้นการดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนเป็นหลัก และสั่งการให้ทุกภาคส่วนดูแลริ้วขบวน และประชาชน รวมถึงเฝ้าระวังกลุ่มต่อต้าน ขณะนี้การข่าวยังไม่มีอะไรผิดปกติ ทุกอย่างเรียบร้อย 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้น สำหรับพระเมรุมาศจำลองดำเนินการเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่พระจิตกาธาน หรือเตาเผาดอกไม้ จันทน์นั้น กำลังดำเนินการสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ต.ค. คิดว่าการดำเนินการทุกอย่างไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

ทอ.ตั้งศูนย์แอนตี้โดรน

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ส่วนการดูแลอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนนั้น กองทัพอากาศตั้งศูนย์อำนวยการแอนตี้โดรนขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ โดรนที่จะใช้งานได้ในช่วงพระราชพิธีทั้งส่วนกลาง และต่างจังหวัด ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ที่เกี่ยวข้อง หากใครไม่ขออนุญาต ห้ามนำโดรนขึ้นบินเด็ดขาด ขณะนี้กองทัพอากาศควบคุมได้ทั้งหมด พร้อมออกคำสั่งบังคับใช้ทั่วประเทศ

นาฏศิลป์ไทยจัดพิธีคำนับครู

ขณะที่ช่วงสายวันเดียวกัน ที่ตึกสำนักงานอธิการบดี วิทยาลัยนาฏศิลป์ ศาลายา จ.นครปฐม สำนักการสังคีต กรมศิลปากร และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (สบศ.) จัดพิธีคำนับครูเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีนายสมบัติ แก้วสุจริต ครูนาฏศิลป์ไทย ผู้ได้รับพระราช ทานครอบจากในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นผู้ประกอบพิธี พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่ผู้ร่วมพิธีคำนับครู ซึ่งมีนายจตุพร รัตนวราหะ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์-โขน) นายประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์-โขน) นางรัจนา พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์-ละคร) นายชวลิต สุนทรานนท์ นักวิชาการละครและดนตรีทรงคุณวุฒิ ในฐานะประธานการแสดงมหรสพ เนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ นางนิภา โสภาสัมฤทธิ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ คณาจารย์ นักเรียน นักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป์ 12 แห่งทั่วประเทศ จำนวนกว่า 1,000 คน ร่วมพิธี เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนการแสดงเนื่องในพระราชพิธีฯ

ยอดบวชทั่วประเทศกว่า 2.8 หมื่น

อีกด้านหนึ่ง ที่วัดยานนาวา กรุงเทพฯ มีพิธี อุปสมบทหมู่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จำนวน 138 รูป โดยมีพระพรหมวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรรมการ มส. เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล พศ. เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ทั้งนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า การอุปสมบทครั้งนี้ คณะรัฐมนตรี มีมติให้ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว และพนักงานรัฐวิสาหกิจ เข้าร่วมบวชระหว่างวันที่ 15-30 ต.ค. โดยไม่ถือเป็นวันลา ซึ่งผู้สมัครเข้า ร่วมอุปสมบททั่วประเทศ ในส่วนกลาง 3,075 คน ส่วนภูมิภาค 25,187 คน รวม 28,262 คน

จัดพิธีบวงสรวงทำเครื่องสด 19 ต.ค.นี้

ส่วนความคืบหน้าของการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธานตามราชประเพณี ซึ่งทางช่างฝีมือของกองศิลปกรรมสำนักพระราชวัง ได้ออกแบบขึ้นอย่างวิจิตร โดยยึดต้นแบบจากงานถวายพระเพลิงพระบรมศพของรัชกาลที่ 6 ล่าสุด สำนักพระราชวังแจ้งว่าในวันที่ 19 ต.ค.นี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระ ราชดำเนินไปในพิธีบวงสรวงสังเวยการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง โดยพิธีเริ่มระหว่างเวลาฤกษ์ คือ 09.14-10.59 น.

ทยอยตัดต้นกล้วยในหลายพื้นที่

นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม นักจัดการในพระองค์ชำนาญการ กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง หนึ่งในทีมออกแบบเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน กล่าวว่า การตระเตรียมจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธานขณะนี้คืบหน้าไปมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนดอกไม้ประดิษฐ์ปาริชาต 77 ดอก ที่เป็นหัวใจสำคัญและสื่อถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ประกอบเป็นดอกไม้ไหว และดอกไม้เฟื่อง ประดับชั้นรัดเอวพระจิตกาธานนั้น จัดทำล่วงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว เหลือรอทีมช่างทั้งหมดเข้าร่วมเพื่อทำส่วนที่เป็นดอกไม้สด ทั้งนี้ ในวันที่ 17 ต.ค. มีพิธีกรรมสำคัญ คือการตัดกล้วยตานี ที่ปลูกขึ้นสำหรับใช้ในการทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธานโดยเฉพาะ จำนวน 50 ต้น เพื่อใช้ในการแทงหยวกประดับพระจิตกาธาน ที่สวนกล้วยเอกชนแห่งหนึ่ง ใน อ.ท่าใหม่ อ.ขลุง อ.เมืองจันทบุรี โดยช่างศิลปกรรม สำนักพระราชวัง 2 คน เป็นตัวแทนนำเครื่องประกอบในพิธีไปเข้าร่วมแล้ว นอกจากนี้ ในวันที่ 18 ต.ค. จะมีการตัดกล้วยจาก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 9 ต้น จ.อ่างทอง 9 ต้น เพื่อมาใช้ในการจัดทำเครื่องสด ส่วนวันที่ 19 ต.ค. จะมีพิธีกรรมตัดกล้วย ที่ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี จำนวน 40 ต้น โดยลำเลียงเข้ามาในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 20 ต.ค. ทั้งนี้ หลังพิธีบวงสรวง ในวันที่ 19 ต.ค.เสร็จสิ้น จะเริ่มแจกงานกับเหล่าช่างที่มารวมตัวกัน โดยจะเน้นไปที่การทำกรองดอกบานไม่รู้โรย ที่จะมาติดดอกไม้ไหว และดอกไม้เฟื่อง และการทำดอกข่าประดิษฐ์จากกลีบกล้วยไม้เหลืองมาทำอุบะ 3 พันดอก สำหรับการแทงหยวกตามแบบโบราณรวม 6 แบบนั้น จะมีการไหว้ครูช่างแทงหยวกในวันที่ 22 ต.ค. ก่อนเริ่มลงมือ ทั้งนี้ งานทั้งหมดจะต้องเสร็จตามกำหนด และต้องนำขึ้นติดตั้งบนพระจิตกาธาน พระเมรุมาศ ในเวลา 05.30 น. วันที่ 25 ต.ค.

เปิดศูนย์สื่อมวลชนฯเป็นทางการ

จากนั้นเวลา 14.30 น. นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แถลงข่าวเปิดหอประชุมใหญ่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เป็นศูนย์สื่อมวลชนงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์สื่อมวลชน, ศูนย์ถ่ายทอดโทรทัศน์และศูนย์ถ่ายทอดวิทยุกระจายเสียง สำหรับแพร่ภาพและเสียงงานพระราชพิธีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษไปให้ประชาชนใน 177 ประเทศ ได้รับชม นอกจากนี้ ยังถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์ www.kingrama9.th และเฟซบุ๊กศูนย์ข่าวงานพระบรมศพฯ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ ได้รับชมงานพระราชพิธีครั้งนี้ได้ทั่วโลก โดยสามารถรองรับสื่อมวลชนได้ประมาณ 1,500 คน ตั้งแต่วันที่ 16-31 ต.ค.นี้ ระหว่างเวลา 08.30-17.00 น. สำหรับช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ 25-29 ต.ค.2560 ศูนย์สื่อมวลชนจะเปิดให้บริการแก่สื่อมวลชนที่ปฏิบัติงานตามหมายกำหนดการพระราชพิธี

แห่วางดอกไม้สดหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

สำหรับบรรยากาศการเข้าวางดอกไม้สด ถวายสักการะ หน้าซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ถนนหน้าพระลาน หน้าพระบรมมหาราชวัง นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันประชาชนในชุดไว้ทุกข์ เดินทางนำพวงมาลัยดอกดาวเรือง พวกมาลัยดอกมะลิ มาถวายสักการะ กันอย่างคับคั่ง ขณะที่จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ จะคอยทำหน้าที่อัญเชิญพานดอกไม้ที่วางเต็มแล้วออกมาเก็บเพื่อส่งต่อให้ กทม. นำไปจัดการต่อไป ทั้งนี้ สามารถเข้ามาถวายสักการะได้ 2 จุด คือ ฝั่งท่าช้างและถนนหลักเมือง อย่างไรก็ตาม วันที่ 21-22 ต.ค. จะปิดการให้เข้าวางดอกไม้อีกครั้ง เพราะต้องใช้พื้นที่การซักซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

จิตอาสากระจายกันทำความดี

ด้านประชาชนต่างดีใจที่ได้เข้ามาถวายดอกไม้ แต่ยังคงไม่หายจากความเสียใจ โดยนางใหญ่ สังข์เสวก อายุ 81 ปี จาก จ.นครปฐม กล่าวว่า ผ่านมา 1 ปีแล้ว แต่ความเสียใจยังคงไม่คลายลง ยังคิดถึงตลอดเวลา ตนได้เฝ้ารับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 บ่อยครั้งที่ รพ.ศิริราช และเคยได้ถวายผลมะม่วงแก่พระองค์ด้วย ตลอด 70 ปีที่ผ่านมา พระองค์ได้สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่และคำสอนที่มีค่าให้ประชาชน ตนได้นำมาใช้ตลอด คือการทำความดี เพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ขณะเดียวกัน จิตอาสากว่า 1,000 คน ตามโครงการทำความดีด้วยหัวใจ ได้มาร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ ที่ทางเจ้าหน้าที่กำหนดไว้ อาทิ ทำความสะอาดคลองพระสวัสดิ์ วัดตรีทศเทพ วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม ท่าเรือท่าราชินี ท่าเรือท่าเตียน ถนนราชดำเนินกลางจากลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ และปรับปรุงภูมิทัศน์สวนนาคราภิรมย์ นอกจากนี้ ยังมีภารกิจเพิ่มเติมในเรื่องของการเปิดช่องทางน้ำไหล คูน้ำริมคลองบางซื่อ เขตบางซื่อ อีกด้วย

จัด 6 ซุ้มดอกไม้สดประดับทาง

ด้าน นางพรสมใจ ฮวดหุ่น อายุ 44 ปี ผอ.โครงการจัดดอกไม้เพื่อพ่อ กล่าวว่า ได้ร่วมกับมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ชาวชุมชนปากคลองตลาด จะจัดซุ้มดอกไม้ บริเวณถนนจักรเพชร รวมระยะทางประมาณ 400 เมตร รูปแบบจะจัดเป็นซุ้มต่างๆ จำนวน 6 ซุ้ม ในแต่ละซุ้มจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับในหลวง ร.9 อาทิ ซุ้มคนไทย ซุ้มที่ 2 สายฝน ส่วนซุ้มที่ 3 รอยเท้าพ่อ ซุ้มที่ 4 บ้าน ซุ้มที่ 5 เลข ๙ และซุ้มสุดท้าย มณฑารพ โดยจะเริ่มจัดดอกไม้ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.นี้ และจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมในวันที่ 22-27 ต.ค. เพื่อน้อมถวายและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านและร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ดอกไม้ที่จะนำมาใช้ 95% ปลูกในเมืองไทย ส่วนที่เหลือนำเข้าจากต่างประเทศ จำนวนดอกไม้ที่นำมาใช้ประมาณ 10 ตู้คอนเทนเนอร์ ใช้คนจัดเป็นอาสาสมัคร 4 พันคน จะมีผู้เชี่ยวชาญการจัดดอกไม้จากทั่วประเทศประมาณ 1,500 คน และมีนักออกแบบอีก 40 คน ร่วมงานนี้

จยย.อาสาพาไปถวายดอกไม้จันทน์

ขณะที่ นายมุเนะโอะ ทาชิโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของบริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ บริษัท ธนบรรณ จำกัด เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯ ได้จัดทำโครงการ “ทำดีเพื่อพ่อ” ให้บริการรถจักรยานยนต์ รับ-ส่งฟรีแก่ประชาชนทั่วไป เพื่อไปถวายดอกไม้จันทน์และถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ที่วัดเสมียนนารี ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจะตั้งจุดบริการ รับ-ส่ง 3 จุด ได้แก่ ตลาดนัดบองมาร์เช่ ศูนย์กีฬาประชานิเวศน์ และเรือนจำกลางคลองเปรม ตั้งแต่เวลา 07.30-18.00 น. โดยมีพนักงานอาสาสมัคร 107 คน และอาสาสมัครพร้อมรถจักรยานยนต์จำนวน 209 คัน จะคอยอำนวยความสะดวกและดูแลสถานที่ให้บริการแก่ประชาชนฟรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

ทล.ตั้ง 14 จุดบริการคนเดินทาง

ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยถึงการอำนวยความสะดวกและปลอดภัย ตลอดจนรองรับการเดินทาง ของประชาชนที่จะมาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพฯว่า ได้ให้สำนักงานทางหลวงและแขวงทางหลวงทั่วประเทศดูแลปรับปรุงเส้นทาง ทำป้ายบอกทาง ไฟส่องสว่างและอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งาน นอกจากนี้ ยังจัดตั้งเต็นท์บริการประชาชนบนเส้นทางสายหลังมุ่งหน้าเข้า กทม.จำนวน 14 จุด ในระหว่างวันที่ 22-29 ต.ค.นี้ อาทิ ทางหลวงหมายเลข 1 ตอนบ้านหว้า-แยกเวียงดอย กม.331-340 ทางหลวงหมายเลข 32 ตอน อ่างทอง-ไชโย กม.49+00 ทางหลวงหมายเลข 340 ตอน สาลี-สุพรรณบุรี กม.58+400 เป็นต้น โดยในจุดบริการจะมีเครื่องดื่มบริการ ข้อมูลการเดินทาง ห้องน้ำ อุปกรณ์ปฐมพยาบาล ฯลฯ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทร.ฟรี 24 ชม.