วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อเฒ่าเล่าความปลาบปลื้ม เข้าเฝ้าฯ ร.9-เด็กอาข่า ร้องเพลงดังกึกก้องดอย

พ่อเฒ่าอาข่า อดีตผู้ใหญ่บ้านดอยสะโง้ เล่าความปลาบปลื้ม เข้าเฝ้าฯ ร.9 ถึง 2 ครั้ง เช่นเดียวกับหนุ่มวัย 50 เคยเข้ารับพระราชทานเครื่องเขียนจากพระหัตถ์ เก็บภาพไว้ที่บ้านจนทุกวันนี้ พร้อมนำเยาวชน ร้องเพลงภาษาอาข่า ”พ่อของแผ่นดิน"...

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. นายนิคม หรือ(อาสู่) สะโง๊ะ อายุ 71 ปี บ้านเลขที่ 23 หมู่ 7 บ้านสะโง้ ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย อดีตผู้ใหญ่บ้านดอยสะโง้ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชนเผ่าชาวอาข่า พร้อมนำเหรียญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานแก่ชาวเขา มีการตอกหมายเลขจังหวัดด้านหลัง เล่าถึงความปลาบปลื้ม ได้เข้าเฝ้าถวายรายงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมชาวบ้านที่หมู่บ้านดอยสะโง้ เมื่อปี 2512 และในปี 2518 ว่า ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯถวายงานถึง 2 ครั้ง นึกถึงตอนนั้นยังรู้สึกตื่นเต้น ขณะนั้นตนเป็นผู้ใหญ่บ้าน อายุเพียง 24 ปี ทางอำเภอแจ้งว่าพระองค์ท่านจะเสด็จทางเฮลิคอปเตอร์ ตนได้พาลูกบ้านมารอรับเสด็จ ที่สนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราวบนบ้านดอยสะโง้ พระองค์ท่านได้เยี่ยมราษฏร และให้คำแนะนำในการปลูกพืช เช่น ลิ้นจี่ มะม่วง และพืชเมืองหนาว เป็นการสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านดอยสะโง้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ กับพวกเราซึ่งอยู่ห่างไกลความเจริญ อยู่บนดอยสูงซึ่งทุรกันดาร แต่พระองค์ท่านทรงห่วงใยเสด็จมาเยี่ยม และพระราชทานอาชีพการปลูกพืชให้กับพวกเราชาวเขา

ขณะที่นายอาพี สะโง้ อายุ 50 ปี ประธานกลุ่มชาติพันธ์สามเหลี่ยมทองคำ และผู้ประสานงานเด็กและเยาวชนบ้านหลังเขาชนเผ่าอาข่า ได้เล่าความประทับใจที่จดจำไม่มีวันลืม ว่า ในปี 2522 ขณะที่ตนเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดอยสะโง้ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จฯ มาที่โรงเรียนและตนได้มีโอกาสเข้ารับพระราชทานเครื่องเขียนจากพระหัตถ์ของพระองค์ท่าน เป็นความปลาบปลื้มอย่างที่สุดในชีวิต และทุกวันนี้ตนเก็บภาพนั้นแขวนไว้ที่บ้าน

นอกจากนี้ผลแห่งพระมหากรุณาธิคุณ ส่งผล ต่อทุกชีวิต ทุกวัย ทุกอาชีพ ทุกฐานะ ที่อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ไม่มีที่สิ้นสุดกว้างใหญ่ไพศาล ประเมินค่าไม่ได้ แม้ว่าจะล่วงเลยมานานแล้ว พระมหากรุณาธิคุณนั้นยังคงอยู่ชาวเขาอาข่าในหมู่บ้านดอยสะโง้ ในการเปลี่ยนพื้นที่ที่เคยปลูกฝิ่นในอดีต มาส่งเสริมเป็นพื้นที่ปลูกพืชและดอกไม้เมืองหนาว เช่น ดอกเก๊กฮวยสีเหลือง ดอกคาโมมายล์ ฟักทองญี่ปุ่น ปลูกทดแทนฝิ่น เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตชาวเขาจากรุ่นปู่ ไปสู่รุ่นพ่อ สู่รุ่นลูก สู่รุ่นหลาน ทำให้ทุกวันนี้หมู่บ้านดอยสะโง้ มีความเป็นอยู่และชีวิตที่ดีขึ้นเพราะพระองค์ท่าน ได้ทรงนำทุกอย่างมาให้ชาวอาข่าและทรงนำโครงการหลวงมาตั้งที่บ้านสะโง้ ให้อีก เพื่อส่งเสริมอาชีพให้กับชาวสะโง้ นับเป็นมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

นายอาพี กล่าวอีกว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น อันหาที่สุดมิได้ ของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ได้ทำให้กับชาวอาข่าบ้านสะโง้ และตนมีความประทับใจมาก ในวัยเด็กที่ได้เข้ารับสิ่งของจากพระหัตถ์พระองค์ท่าน จึงตั้งปณิธานว่า จะทำความดีเพื่อพ่อ ซึ่งทุกคำสอนของพระองค์ที่ผ่านมา ล้วนสะท้อนความจริง และมีความลึกซึ้ง จึงเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยมีกำลังใจก้าวต่อไป ด้วยความอดทนและมุ่งมั่น ตนจึงได้รวมกลุ่มเด็กและเยาวชนบ้านหลังเขา ทำประโยชน์ให้กับชุมชนบ้านดอยสะโง้

อย่างไรก็ตามเพื่อน้อมรำลึกพระองค์ท่าน เป็นการถวายอาลัยแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 จึงร่วมกันร้องเพลงเป็นภาษาอาข่า “อ่าดา ส่องผ่า” หมายถึง พ่อของแผ่นดิน ดังกึกก้องบนดอย อีกด้วย.