วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพิ่มเงินบัตรคนจนซื้อสินค้า คลังเล็งโยกค่ารถไฟ-บขส.ให้คนภูธรช็อป

คลังดิ้นหาทางเพิ่มวงเงินในบัตรคนจน ยันไม่เพิ่มงบ ประมาณดำเนินการแน่ แต่อาจโยกวงเงินในบัตรให้คนจนภูธรรูดซื้อสินค้าผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐเพิ่มเติม จากคนละ 200–300 บาทต่อเดือน เป็น 700–800 บาทต่อเดือน ส่วนอีก 7 จังหวัด ทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล พร้อมรับบัตรแมงมุมวันแรก 17 ต.ค.นี้

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยถึงกรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงการคลังหาแนวทางเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในส่วนการใช้จ่ายซื้อสินค้าที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ ซึ่งปัจจุบันมีวงเงินซื้อสินค้าได้ 200 บาท และ 300บาทต่อคนต่อเดือนว่า จะเร่งศึกษาหาแนวทางที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยได้รับความช่วยเหลือตรงกับความต้องการมากที่สุด “เบื้องต้นอาจไม่เพิ่มวงเงินงบประมาณ แต่จะปรับเปลี่ยนวงเงินในบัตร เช่น หากประชาชนในต่างจังหวัด ไม่จำเป็นต้องใช้รถไฟ/รถ บขส.ก็สามารถนำวงเงินในบัตร 500 บาทมาใช้ซื้อสินค้าที่ร้านธงฟ้าประชารัฐได้ ซึ่งจะทำให้มีเงินซื้อสินค้าเพิ่มจาก 200-300 บาทต่อเดือน เป็น 700-800 บาทต่อเดือน โดยสัปดาห์นี้จะหารือกับนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน”

ส่วนการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 7 จังหวัดในกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งวันที่ 17 ต.ค.นี้จะแจกบัตรวันแรก มีประชาชนที่ได้รับบัตร 1.3 ล้านใบนั้น ขณะนี้มีความพร้อม 100% โดยประชาชนสามารถใช้บัตรขึ้นรถไฟและรถ บขส.ได้ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. ส่วนรถเมล์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะเริ่มใช้ได้วันที่ 1 พ.ย.นี้ ขณะที่รถไฟฟ้ายังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ คาดจะเริ่มใช้ได้กลางปี 61

นายสมชายกล่าวต่อถึงกรณีที่ภาคเอกชนเรียกร้องรัฐบาลให้จัดทำโครงการช็อปช่วยชาติช่วงสิ้นปีนี้ว่า ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล โดยต้องมองหลายปัจจัยประกอบกัน เช่น ภาวะเศรษฐกิจ ความจำเป็นในการจัดทำ แต่เท่าที่เห็นเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวดีขึ้น สะท้อนจากการปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยของหลายสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ “สิ่งที่เห็นตอนนี้อาจจำเป็นในการส่งเสริมให้เกิดธุรกรรมทางเศรษฐกิจในต่างจังหวัดและในภูมิภาค ที่ผ่านมา องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมีเงินที่เหลือเกินดุลทุกปีมากถึงราว 100,000 ล้านบาท จึงอยากให้นำงบประมาณที่ใช้ไม่หมดออกมาใช้เพิ่มเติม”

สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของไทยปีนี้นั้น มีแนวโน้มขยายตัวได้ถึง 4% โดยในช่วง 3 เดือนที่เหลือ ยังมีปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนคือ การลงทุนภาคเอกชน การลงทุนภาครัฐ แต่ยังลุ้นให้ต่างจังหวัดนำเม็ดเงินออกมาใช้ เพื่อให้เงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น ขณะที่การจัดเก็บภาษี e-Business หรือเก็บภาษีจากธุรกิจออนไลน์ เช่น Facebook, Google, YouTube, Line และเว็บไซต์ขายของทั่วไป อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวง ก่อนเสนอให้ ครม.พิจารณาต่อไป

ด้านนางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า กรมได้จัดส่งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรแมงมุม) ไปยังหน่วยรับลงทะเบียนทั้ง 7 จังหวัดแล้ว ซึ่งได้ทำสติกเกอร์ติดไว้บนบัตรระบุว่า 200 บาท หรือ 300 บาท เพื่อให้ประชาชนรู้ว่ามีเงินซื้อสินค้าในร้านธงฟ้าประชารัฐอยู่ในบัตรเท่าไร ซึ่งพร้อมให้ผู้มีสิทธินำบัตรประชาชนมาติดต่อขอรับบัตรได้ที่หน่วยรับลงทะเบียนที่เคยลงทะเบียนไว้ ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค.60 เป็นต้นไป.