วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาวบ้านบุกโรงพัก จี้สอบ อส.ตร. กระทำเกินเหตุชน จยย.โจ๋ เจ็บสาหัส

ชาวบ้านกว่า 300 คน ลุกฮือหน้าโรงพักสุราษฎร์ ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม กรณีอส.ตร. ทำเกินกว่าเหตุ ใช้รถสายตรวจไล่ติดตามเฉี่ยวชนจักรยานยนต์วัยรุ่น จนเจ็บสาหัส ขณะที่พ่อเมือง สั่งฝ่ายปกครองร่วมสอบสวน ย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย...

เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 16 ต.ค. ชาวบ้าน กว่า 300 คน รวมตัวหน้า สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ต่อพล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยผ่าน พ.ต.อ.ศิริชัย ทรงวศิน ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อเรียกร้อง 1.ความคืบหน้าของคดี ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ก่อเหตุแล้วหรือไม่ 2.ให้ยกเลิกอาสาตำรวจทั้งหมด 3.ให้ตรวจสอบสารเสพติดอาสาตำรวจและการพกพาอาวุธ และตรวจสอบใบอนุญาตอาวุธ 4.เรียกร้องให้หน่วยงานจากส่วนกลางมาทำคดี 5.ให้ตรวจสอบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการตั้งด่าน โดยไม่ชอบ และ 6.ให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุในฐานแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ 7.ให้เร่งรัดการดำเนินคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว จากนั้นได้แยกย้ายกลับ ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง

ทั้งนี้การเข้ายื่นหนังสือดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้มีสายตรวจรถยนต์ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ไล่ติดตามรถจักรยานยนต์ของเด็กวัยรุ่น แล้วเกิดการเฉี่ยวชนกันขึ้น จนทำให้นายภูวรินทร์ เมืองขำ อายุ 20 ปี ชาวต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับบาดเจ็บสาหัส อีกรายบาดเจ็บเล็กน้อย บนถนนสายโฉลกรัฐ เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ซึ่งชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจงใจใช้รถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของวัยรุ่นเพื่อให้หยุดรถ ซึ่งต่อมาพบว่าผู้ที่ก่อเหตุใช้รถยนต์สายตรวจของ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือกิจการตำรวจ (อส.ตร.) จุดบริการประชาชนบางกุ้ง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี และลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับตำรวจ

ต่อมาทาง พล.ต.ต.อภิชาติ ได้ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด และได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.วิชอบ เกิดเกลี้ยง รอง ผบก.ฝ่ายกฎหมาย เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน เข้าพบญาติผู้บาดเจ็บ เพื่อสอบถามถึงความสมัครใจในการดำเนินการทางคดี ซึ่งยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ ขณะที่นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี ได้แสดงความห่วงใยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเพื่อเป็นการคลี่คลายคดี จีงได้มอบหมายให้ฝ่ายปกครองเข้าร่วมการสอบสวนในคดีดังกล่าวด้วย เพื่อความเป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่าย โดยขณะนี้ได้มีคำสั่งให้ อส.ตร. ดังกล่าวหยุดปฎิบัติหน้าที่ทันที และมอบหมายให้ ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ทบทวนถึงบทบาทหน้าที่ของ อส.ตร.เมืองสุราษฎร์ธานี ทุกคนอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าการแต่งกาย หรือพฤติกรรม ต้องเป็นไปตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ.