วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โต้ลือ ประตูระบายน้ำบางหลวง-เชียงราก แตก! ยันยังแข็งแรง

ผู้อำนวยการโครงการชลประทานปทุมธานี โต้ข่าวลือ ประตูระบายน้ำบางหลวง-เชียงราก แตก ยันยังแข็งแรง และสามารถป้องกันน้ำไม่ให้ท่วมพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดปทุมธานีได้ แต่พบจุดรั่วซึม แก้ไขชั่วคราวแล้ว ...

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 16 ตุลาคม 2560 นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี นายธานินทร์ เนื่องทศเทศ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานปทุมธานี พร้อมด้วยตัวแทนนิคมอุตสาหกรรมบางกะดีส่วนเกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาที่ประตูระบายน้ำบางหลวง-เชียงราก หมู่ที่ 3 ต.บางกะดี อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี เพื่อตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรง สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมและชาวบ้าน หลังจากโลกโซเชียลมีการแชร์ข้อความระบุว่า ประตูระบายน้ำบางหลวง-เชียงราก แตก น้ำทะลัก ทำให้พ่อค้าแม่ค้าชาวปทุมธานีหวั่นน้ำท่วม หลังประตูระบายน้ำบางหลวง-เชียงราก จุดใกล้วัดศาลเจ้า มีรอยรั่วขนาดใหญ่ น้ำเริ่มทะลักสูงขึ้น ขณะที่เครื่องสูบน้ำเสียหายหลายจุด

นายธานินทร์ เนื่องทศเทศ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานปทุมธานี เปิดเผยว่า ชลประทานมีการเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง และเฝ้าระวังทุกพื้นที่เสี่ยง โดยจากการตรวจสอบรอยรั่วซึมที่เกิดเป็นรอยรั่วที่อยู่ด้านล่างอาคาร ต่ำกว่าสันเขื่อนประมาณ 5 เมตร อยู่ระหว่างรอยต่อของเขื่อนป้องกันตลิ่งเดิม กับกำแพงของประตูระบายน้ำ โครงการชลประทานได้รับทราบปัญหา และได้ดำเนินการป้องกันชั่วคราวแล้ว โดยการปักเสาเข็มไม้ และลงกระสอบทรายตามแนวเข็มเพื่อชะลอการรั่วซึม ส่วนการแก้ปัญหาได้เสนอแผนงานต่อจังหวัดปทุมธานีและชลประทานแล้ว

สำหรับประตูระบายน้ำมีเครื่องสูบน้ำพร้อมใช้งาน 8 เครื่อง ขนาด 3 ลบ.ม./วินาที ปัจจุบันอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ดังนั้น ชลประทานจังหวัดปทุมธานียืนยันว่า ประตูระบายน้ำบางหลวง-เชียงราก มีความแข็งแรง ยังป้องกันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ เพื่อไม่ให้เข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดปทุมธานี

ด้าน นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า จุดรั่วซึมนั้นมีการรั่วซึมของน้ำอยู่ที่ 1 วินาที ต่อ 1 คิว ขณะที่เครื่องสูบน้ำสามารถสูบน้ำได้ที่ 1 วินาทีต่อ 24 คิว จึงเชื่อมั่นว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอ กรณีประตูระบายน้ำนั้นจะแตก ตนเองยืนยันได้ว่าไม่เป็นความจริง

น้ำท่วมบ้านเรือนริมเจ้าพระยา 2 ฝั่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยาในจังหวัดปทุมธานี ขณะนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมวลน้ำจากทางภาคเหนือได้ไหลมาสมทบอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมเอ่อล้นตลิ่ง โดยเฉพาะบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง และขยายวงกว้างเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และวัดวาอารามต่างๆ ที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นมาก ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมน้ำ

ด้านวัดสวนมะม่วงตำบลบ้านงิ้ว อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี น้ำเอ่อเข้าท่วมลานวัด สูงกว่า 40 เซนติเมตร และบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงก็ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้น ชาวบ้านที่อยู่ริมฝั่งเจ้าพระยาตั้งแต่ อ.เมืองปทุมธานี ขึ้นไปถึง อ.สามโคก ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือน ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะที่วัดโพธิ์เลื่อน ต.บ้านกระแชง น้ำเอ่อเข้าท่วมลานวัดสูง 50 เซนติเมตร จนไม่สามารถประกอบศาสนกิจได้ ประกอบกับสภาพพื้นที่วัดโพธิ์เลื่อนเป็นแอ่งกระทะ ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่วัด หากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูง

นอกจากนี้ น้ำยังเอ่อท่วม วัดชินวราราม วัดน้ำวน ในเขต อ.เมือง วัดสะแก วัดไก่เตี้ย วัดอัมพุวราราม ในเขต อ.สามโคก ที่มีระดับน้ำสูงประมาณ 50 ซม. ทำให้ทั้งพระ เณร และลูกศิษย์วัด ร่วมกับชาวบ้าน ต่างต้องมาช่วยกันขนย้ายสิ่งของไปไว้ที่สูง และสร้างทางเดิน ไว้ให้พระในการออกบิณฑบาตตอนเช้า