วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หักคอจ่ายครึ่ง ชิ่งหนีทั้งโรล! กลเม็ดสุดแสบ ต่างชาติเบี้ยวค่าทำผมร้านดังสยาม

เรียกได้ว่าน้อยคนนักที่จะไม่เคยดูคลิปเจ้าของร้านทำผมชื่อดังถึงกับปรี๊ดแตก เมื่อเจอสองสาวไต้หวันมาทำผมจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่อาศัยลูกเบี้ยวโวยวายไม่พอใจในการให้บริการ อ้างว่าน้ำที่สระผมเย็นเกินไป และจะให้ทางร้านลดค่าทำผมให้ รวมทั้งขอไม่จ่ายเงิน ช่างผมชื่อดังจึงงัดไม้เด็ดดัดนิสัยโดยการปิดไฟ ปิดร้าน หากไม่ยอมจ่ายเงิน สุดท้ายสองสาวจึงต้องยอมจ่ายค่าทำผม โดยคลิปดังกล่าวนี้มีคนรับชมกว่า 9 ล้านครั้ง

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้พูดคุยกับ ‘แจ็ค ฟีนิกซ์ ช่างทำผมชื่อดังของเมืองไทย’ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยคุณแจ็ค เล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 ต.ค. เวลา 21.45 น. ได้ยินเสียงดังในร้าน ทั้งที่อนุญาตให้พนักงานในร้านกลับบ้านเพราะน้ำท่วม จึงตัดสินใจเดินไปดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น ก็เห็นพนักงาน และลูกค้าชาวไต้หวันพูดคุยกันอยู่

“เท่าที่สอบถามพนักงานร้าน เรื่องเริ่มต้นมาจากลูกค้าชาวไต้หวัน 2 คน มาทำผมที่ร้าน ตอนที่ร้านจะปิด เขาบอกว่าทำให้เขาหน่อยได้ไหม Please!! เขาอยากสระผมจริงๆ ขณะเดียวกัน ระบบน้ำอุ่นได้ปิดระบบไปแล้วก็เลยใช้น้ำเย็นแทน โดยผู้หญิงเสื้อดำหลังจากที่ทำผมเสร็จตอนจะจ่ายเงินเขาไม่ยอมจ่าย โดยให้เหตุผลว่า สระน้ำเย็น เราก็เลยบอกไม่เป็นไรถ้าอย่างนั้นเราไม่เก็บเงิน ส่วนผู้หญิงเสื้อขาวที่เป็นผู้ประกาศ เขาเห็นเพื่อนเขาไม่จ่ายตัวเขาก็ไม่จ่าย แต่เขาได้รับบริการทั้งสระผม เป่าผม สุดท้ายแล้วทั้งคู่รอจะเจอผู้จัดการหรือเจ้าของร้าน” ช่างทำผมชื่อดัง เล่า

จากนั้น ตนได้ลงมาช่วยเคลียร์เรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยตอนแรกตนจะไม่เก็บค่าบริการจากสาวไต้หวันเพราะเงินเพียง 350 บาท แต่เมื่อคิดได้อยากดัดนิสัย แม้ 1 บาทก็ต้องเก็บเงิน จึงใช้วิธีปิดไฟ ปิดร้าน หากลูกค้าไม่ยอมจ่ายก็ต้องนั่งอยู่ในร้าน แต่ก็ไม่ได้จะขังไว้จริง เพียงแค่อยากดัดนิสัยคนเท่านั้น ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วลูกค้าก็ยอมจ่ายค่าบริการ

สำหรับเรื่องที่วีวี่ ผู้หญิงเสื้อขาวในคลิป โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้มีการโทรศัพท์จองทำผม โดยที่คุยกับพนักงานร้านบอกไว้ว่าราคา 250 บาท แต่เมื่อทำเสร็จกลับคิดราคา 350 บาทนั้น แจ็ค ฟีนิกซ์ อธิบายว่า ราคาที่บอกเป็นราคาเริ่มต้น 250 บาทคือผมสั้น ผมยาวถึงกลางหลัง 350 บาท และที่ร้านยังมีป้ายราคาบอกทั้งภาษาไทยและอังกฤษด้วย และทางร้านได้ลดราคาให้แล้วเหลือ 250 ด้วย แต่ลูกค้าก็ยังไม่ยอม ส่วนอีกคนไม่จ่ายเพราะเห็นว่าเพื่อนไม่ต้องจ่ายก็ได้

แจ็ค ฟีนิกซ์ ระบุอีกว่า เคยขึ้นโรงพักหลายครั้ง เพราะเจอลูกค้าเบี้ยวบ่อย ส่วนมากจะเป็นอาหรับ โดยใช้วิธีว่ามีปัญหาเรื่องสีผม ตกลงกันแล้วแต่ไม่อยากได้แบบนี้ เพื่อจะได้ไม่ต้องจ่ายเงิน แต่พนักงานจะมีการเคลียร์กับลูกค้าก่อนว่า ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไร ลูกค้าตกลงไหม ถ้าตกลงก็ทำ

แต่ทั้งนี้ หลังจากกลับไปคิดไตร่ตรองดู พบว่า พนักงานที่ร้านก็มีส่วนผิดด้วยเช่นกัน โดยรับลูกค้าทั้งๆ ที่ร้านไม่พร้อมให้บริการ ตนเสียใจในเรื่องนี้ และคิดว่าหากร้านไม่พร้อมให้บริการไม่ควรรับลูกค้าเลยจะดีกว่า เพราะเมื่อรับลูกค้าก็อาจเกิดปัญหาตามมาแบบนี้

“ผู้ประกอบการหลายธุรกิจ ไม่ใช่แค่ร้านทำผมก็โดนเยอะ มีคนเข้ามาคอมเมนต์ในคลิปที่เราลงว่า ก่อนหน้าที่จะมาร้านเรา ทั้งคู่ได้ไปซื้อเสื้อผ้า และมีปัญหามาก่อนด้วย สุดท้ายอยากฝากถึงผู้ประกอบการคนไทยทุกคนว่า ให้ใจเย็นๆ มีสติ อย่าทำร้ายร่างกาย มันเสียชื่อเสียงประเทศชาติ และอยากให้คิดเรตคนไทยต่างชาติเท่าเทียมกัน ทำในสิ่งที่ถูกต้องชัดเจน อย่าคลุมเครือ อย่าเอาเปรียบต่างชาติ โดยเริ่มจากตัวเองก่อน ไม่ใช่ไปเจอประเทศเขาทำ เราเลยทำไม่ดีตาม” แจ็ค ฟีนิกซ์ ช่างผมคนดัง ทิ้งท้าย

แจ็ค ฟีนิกซ์ กล่าวต่อว่า หลังจากเกิดเหตุ ทางสถานทูตไต้หวันได้ติดต่อมา ว่า เห็นคลิปแล้วรู้ว่าผู้หญิง 2 คนนี้ให้การเท็จ และนำคลิปไปตัดต่อเพื่อให้ดูว่าโดนทำร้ายร่างกาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่จริง จึงรู้สึกผิดและละอายใจ พร้อมกับพาทั้งคู่เข้ามาขอโทษที่ร้านในช่วงเย็นวันอาทิตย์

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ชาวไต้หวันทั้งสองรายได้เข้ามาขอโทษทางคุณแจ็ค ฟีนิกซ์ เมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเผยว่า อยากขอโทษที่อาจจะไม่ได้ทำความเข้าใจกับวัฒนธรรมของคนไทยที่ใช้นำ้เย็นสระผม รวมถึงการพูดจาที่ไม่มีมารยาทกับพนักงานร้านก่อน และได้ไปหาซื้อดอกไม้แต่ไม่มี จึงซื้อตุ๊กตาที่มีดอกไม้มาขอโทษแทน พร้อมขอให้ทางร้านให้อภัยต่อการกระทำของทั้งคู่ด้วย

ขณะที่ ทาง คุณแจ็ค ได้กล่าวขอโทษทั้งคู่เช่นกัน เนื่องจากว่าทางร้านให้บริการลูกค้าได้ไม่เต็มร้อย และจะนำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปปรับปรุงในการให้บริการของทางร้าน พร้อมทั้งยินดีให้อภัย และไม่ถือสาการกระทำของทั้งคู่ด้วย และฝากไม่ให้ไปทำแบบนี้กับที่ไหนอีก

ส่องร้านทำผมย่านสยาม เผยประสบการณ์โดนลูกค้าสุดแสบ เบี้ยวค่าทำผม!

ทีมข่าวลุยต่อบุกถึงร้านทำผมชื่อดังแถวสยามและมาบุญครอง พบว่า หลายต่อหลายร้านเคยเจอพฤติกรรมสุดแสบของลูกค้าต่างชาติเช่นเดียวกัน...

คุณจ๋า พนักงานต้อนรับ ร้านฟินิกซ์ สาขาสยามสแควร์วัน เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยมีลูกค้าชาวจีนมาทำสีผมที่ร้าน โดยเปิดรูปสีที่ต้องการให้ช่างดู พอช่างทำเสร็จแล้วตอนจะจ่ายเงินได้โวยวายว่า ไม่ได้สีตามที่ตัวเองต้องการ และไม่ยอมจ่ายเงินค่าทำผมด้วย โดยราคาค่าทำผมลูกค้าคนนั้น 7,500 บาท พอคุยไปคุยมายอมจ่ายแค่ครึ่งเดียว ซึ่งทางร้านก็ต้องยอม เพราะเมื่อเรื่องไปถึงสถานีตำรวจก็ต้องเจรจาจ่ายค่าเสียหายอยู่ดี ไม่ว่าเขาจะจ่ายเท่าไรตำรวจต้องให้จ่ายเท่านั้นอยู่ดี

ถามว่าโดนบ่อยไหมก็ไม่บ่อย แต่เท่าที่เคยเจอลูกค้าเบี้ยวก็มักจะมาในลักษณะแบบนี้ ซึ่งถ้าเจอแบบนี้ต้องดูเป็นเคสๆ ไป ตอนแรกมีเพื่อนมาด้วย และให้ติดต่อทางเพื่อนมาจ่ายค่าทำผมให้ เขาก็จะไม่ยอม ติดต่อเพื่อนไม่ได้แล้ว มีเงินสดแค่นี้ให้แค่นี้จะเอาไหม ถ้าไม่เอาก็คือไม่เอา ซึ่งเราก็ต้องยอม

คุณปุ๊ก เจ้าของร้าน K Two สยาม เปิดเผยว่า ก่อนทำผมจะแจ้งราคาให้ลูกค้าทราบก่อน โดยเริ่มแรกผมเป็นสีดำ และกัดสี 2 รอบ และทำสี หลังจากทำเสร็จเรียบร้อยลูกค้าไม่จ่ายเงิน โดยให้เหตุผลที่ไม่ยอมจ่ายว่า สีไม่เหมือนกับที่ต้องการ เจรจากันอยู่ 2-3 ชม. ไม่มีท่าทีว่าจะยอมจ่าย และไม่ได้ขอให้ลดราคาด้วย ทางตนจึงแจ้งตำรวจ สน.ปทุมวัน สุดท้ายเคลียร์กันที่โรงพัก ลูกค้าก็ต้องเป็นฝ่ายจ่ายค่าทำผมให้ จำนวน 9,000 บาท

“เราทำผมมาหลายสิบปี ส่วนใหญ่เราจะเจอต่างชาติเยอะ พวกลูกค้าดูไบ แขก หรือคนจีน เขาจะใช้กลวิธีที่ว่า ตอนแรกเข้าร้านมาแบบไม่มีปัญหาอะไร แต่จะมีปัญหาตอนใกล้เสร็จ เช่น สีผมที่ไม่ตรงกับที่ต้องการ หรือเวลานอนสระผมทำไม่ได้ ไม่เหมือนบ้านเขาที่นั่งสระผม ซึ่งเขาจะบอกตอนทำเสร็จเรียบร้อย แล้วกำลังจะจ่ายเงิน

อย่างไรก็ตาม วิธีจัดการเมื่อเจอลูกค้าแบบนี้ คือ แจ้งตำรวจ เพราะมั่นใจว่าไม่ทำให้ร้านเราเสียหายอยู่แล้ว เราจะเคลียร์ราคาก่อนทำ แต่ถ้าเกิดเป็นความผิดพลาดของเราเองเราจะบอกลูกค้าเลย เพราะเราเป็นช่าง เรารู้อยู่แล้วว่าเป็นเพราะช่างหรือเป็นเพราะลูกค้า” เจ้าของร้าน K Two สยาม อธิบาย

คุณใหม่ ช่างทำผม ร้านท็อป คัท เล่าประสบการณ์ที่เคยเจอลูกค้าหนีค่าทำผมด้วยว่า ที่เคยเจอส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย เพราะหากเป็นต่างชาติสื่อสารไม่เข้าใจจะไม่รับทำให้ เนื่องจากอาจจะมีปัญหาตามมาในภายหลังได้ และเคยเจอเคสหนึ่งแต่งตัวดี ถือถุงกระดาษดูมีราคา โดยวันนั้นลูกค้ามาทำสีผม ช่วงที่โกรกผมเสร็จห่อด้วยฟรอยด์ทิ้งไว้จนครบกำหนดเวลา ลูกค้าได้ขอตัวไปเอาของที่รถทิ้งถุงกระดาษไว้ แล้วก็หายไปไม่กลับเข้ามาที่ร้านอีกเลย ส่วนถุงที่วางไว้ก็พบว่าข้างในเป็นรองเท้าแตะเก่าๆ คู่หนึ่ง

“เคยมีลูกค้าผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ดูแล้วไม่ค่อยแมน ผิวขาว มาตัดผม และบอกว่า ขอไปเอาเงินที่ร้านเพื่อนตรงนี้ก่อน และวางโทรศัพท์ทิ้งไว้ แต่ข้างในไม่มีแบตเตอรี่ เป็นโทรศัพท์เปล่าๆ ตนนึกขึ้นได้ว่าเคยโดนลูกค้าโกงในลักษณะนี้เยอะก็เลยรีบวิ่งตามไปหลายร้อยเมตร เพื่อไปเอาเงินค่าทำผม 400 บาท แค่ลูกค้ามีแค่ 300 ก็เลยยอม เพราะดีกว่าไม่ได้เลย วันนั้นขำตัวเองแทบตาย (หัวเราะ)” คุณใหม่ เล่าอย่างอารมณ์ดี

คุณริน ช่างทำผม ร้าน ToB1 Hair Station เล่าว่า ที่เคยเจอเป็นลูกค้าคนจีนเข้ามาต่อราคาตัดผม จาก 350 บาท เหลือ 300 บาท พอเข้าไปทำผมก็โวยวายว่าไม่ชอบเลย หลังจากทำผมเสร็จเรียบร้อย ลูกค้าบอกว่า ถ้าอย่างนั้นจ่ายแค่ 200 บาทนะแล้วก็ไป พนักงานในร้านก็งงๆ ไม่รู้จะทำอย่างไร ทำอะไรเขาไม่ได้ ปีๆ หนึ่งก็มีลูกค้าหลายคนที่เป็นแบบนี้

สำหรับวิธีจัดการปัญหาลูกค้าเบี้ยวค่าทำผมนั้น คุณริน กล่าวว่า ถ้าเห็นแววลูกค้าต่างชาติที่ดูเหมือนจะไม่จ่ายเงินหลังจากทำผมเสร็จ บางทีก็ต้องใช้วิธีขอเก็บเงินก่อน หรือถ้ามาด้วยกัน 2-3 คนก็เสนอไปว่า จ่ายรวมกันหมดเลยดีไหม แล้วค่อยให้ลูกค้าไปเคลียร์เงินกับเพื่อนเอง

“เคยเจอลูกค้าอาหรับจะมายืดผม และชอบมาทำตอนร้านใกล้จะปิด แต่ก็ต้องทำให้จนถึง 4-5 ทุ่ม พอทำเสร็จก็โวยวายจะจ่ายเงินแค่ครึ่งเดียว เราก็ต้องยอมเขา ถามว่าค่าทำผมแพงไหมก็แพงอยู่นะ ส่วนลูกค้าจีนจะมาสระไดร์ราคาไม่กี่ร้อยบาท ใช้วิธีโวยวายเหมือนกัน แต่เราทำอะไรไม่ได้ก็ต้องปล่อย เราจะเอาฝีมือเรา ชื่อเสียงร้านไปแลกกับเขาแค่เงินไม่กี่ร้อยบาท มันก็ไม่คุ้มหรอก” คุณริน เล่าอย่างเหนื่อยใจ

คุณจี ช่างทำผม ร้าน Vincent มาบุญครอง เผยว่า เคยเจอลูกค้าเบี้ยวจ่าย ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ในลักษณะที่ตกลงค่าบริการเรียบร้อยแล้ว แต่พอทำเสร็จก็ไม่พอใจ ซึ่งมีทั้งที่มาทำสีผมและต่อผม ราคาเริ่มต้น 2,000 บาทขึ้นไป โดยวิธีแก้ปัญหาของทางร้าน คือ จะแก้งานให้จนกว่าลูกค้าจะพอใจ แต่บางคนไม่ยอมแก้ ไม่มีเวลา และไม่ยอมจ่ายเงินอย่างเดียว สุดท้ายก็ขอให้ลูกค้าจ่ายครึ่งหนึ่ง บางคนไม่จ่ายก็แจ้งความ พอเรื่องขึ้นโรงพักลูกค้าก็ยอมจ่าย

ช่างทำผม ร้าน Big Cut มาบุญครอง กล่าวว่า ลูกค้าที่ทำผมแล้วไม่ยอมจ่ายเงิน ที่เคยเจอเป็นกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง นานๆ เจอสักครั้งหนึ่ง ทั้งทำสีผมและตัดผม โดยลักษณะวิธีที่ใช้ คือ ไม่พอใจในสีผมหรือทรงผม พนักงานก็จะใช้วิธีลดราคาให้ แต่บางคนไม่ยอมจ่ายเลยก็ต้องปล่อยไป ไม่ถึงขนาดที่ไปแจ้งความอะไร

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ผู้ประกอบการร้านทำผมได้พบเจอพฤติกรรมสุดแสบของลูกค้าต่างชาติ แต่บทสรุปท้ายที่สุดของเรื่องนี้ คือ "ต้องจำยอม" หรือ "ไม่ยอมก็แจ้งความ" แต่ก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาปลายเหตุเท่านั้น แล้วจะต้องทำอย่างไร ช่างผมเมืองไทยต้องจำยอมนักท่องเที่ยวแบบนี้ตลอดไปเลยหรือ!?

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง