วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"พระจักรีบารมียิ่งฟ้า"

"โขน" งดงาม ตระการตา สานสัมพันธ์ 120 ปี ไทย-รัสเซีย ณ นครเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก

120 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-รัสเซีย

นับตั้งแต่การเสด็จประพาสรัสเซียของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 3-11 ก.ค.2440 ถือเป็นจุดเริ่มต้นการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนปัจจุบัน นับเป็นระยะเวลาที่ยาวนานถึง 120 ปีแล้ว

ตลอดระยะเวลาตั้งแต่เริ่มสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งสองประเทศมีการส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆมาตลอด โดยเฉพาะทางด้านวัฒนธรรม

ปี 2547 มีการจัดทำพิธีสารว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงวัฒนธรรมแห่งสหพันธรัฐรัสเซียและกระทรวงวัฒนธรรมแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นฉบับแรก คือตั้งแต่ปี 2547-2549 กระทั่งถึงฉบับที่ 3 ถือเป็นพิธีสารฯฉบับล่าสุด คือตั้งแต่ปี 2558-2560

ทั้งเมื่อวันที่ 2-11 ก.ค. 2550 พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯแทนพระองค์เยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมฉลองโอกาสครบรอบ 110 ปี ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย ยิ่งเท่ากับยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างไทยและรัสเซียอย่างเด่นชัด

เนื่องในโอกาสครบ 120 ปี รัฐบาลไทยจึงมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อกำกับและดูแลกิจกรรมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-รัสเซียในปี 2560 โดยมีกิจกรรมการแสดงโขนเป็นหนึ่งในแผนการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองดังกล่าว พร้อมมอบให้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เป็นหน่วยงานดำเนินงาน

การจัดแสดงโขนดังกล่าวมีขึ้นในวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯเป็นประธานการแสดงโขนที่โรงละครมาริน-สกี้ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย

“ทีมข่าววัฒนธรรม” ได้มีโอกาสติดตามคณะผู้แทนจากรัฐบาลไทย นำโดย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี นายวีระ โรจน์-พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ไปเฝ้ารับเสด็จฯ และร่วมชมความยิ่งใหญ่ในการแสดงโขน ณ สหพันธรัฐรัสเซียในครั้งนี้ด้วย

สำหรับการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ในครั้งนี้ จัดแสดงในชื่อชุด พระจักรีบารมียิ่งฟ้า (นารายณ์ปราบนนทุก–สีดาหาย–ถวายพล–ยกรบ– พระรามครองเมือง) รวมระยะเวลา 1.30 ชั่วโมง โดยคณะนาฏศิลป์และดนตรีจากกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จำนวน 55 คน

ทันทีที่การแสดงจบลง ชาวรัสเซียที่เข้าร่วมชมโขนจนเต็มความจุ 1,200 ที่นั่งของโรงละครมารินสกี้ ต่างพากันลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับนักแสดงทุกคนเป็นเวลานานเกือบ 5 นาที เพื่อแสดงถึงความประทับใจต่อการแสดงที่มีความงดงาม ตระการตาเป็นอย่างยิ่ง

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรมกล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการแสดงว่า ไทยกับรัสเซียมีความสัมพันธ์มายาวนานทั้งในระดับราชวงศ์และด้านต่างๆ ทั้งมีการกระชับความสัมพันธ์กันมาโดยตลอด รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือและความตกลงทวิภาคีเรื่องต่างๆมาต่อเนื่อง ขณะที่ในส่วนของการจัดโขนไปแสดงยังประเทศต่างๆ จนถึงขณะนี้ทาง วธ.ได้นำคณะโขนไปแสดงเกือบครบทุกภูมิภาคทั่วโลกแล้ว ซึ่งแต่ละประเทศที่ วธ.นำคณะโขนไปจัดแสดง ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยในปี 2561 จะมีการนำคณะโขนไปแสดงยังกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรียด้วย

“การนำคณะโขนไปจัดแสดงยังประเทศต่างๆเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์นั้น วธ.จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะถือว่าเป็นแผนในการประชาสัมพันธ์โขนให้ทั่วโลกได้รู้จัก ทั้งยังจะมีผลต่อการผลักดันให้โขนได้รับการบรรจุเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ซึ่ง วธ.ได้เสนอเรื่องไปยังยูเนสโกแล้ว” นายวีระกล่าวย้ำถึงอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายในการนำการแสดงโขนเผยแพร่ออกไปให้ทั่วโลกได้รู้จัก นอกเหนือจากการสานสัมพันธไมตรี และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกับประเทศต่างๆ

“ทีมข่าววัฒนธรรม” มองว่า การที่ วธ.นำการแสดงโขนไปเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักเนื่องในโอกาสฉลองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ถือเป็นอีกแนวทางที่สำคัญเพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายสูงสุดในการผลักดันให้การแสดงโขนได้รับการบรรจุเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติของยูเนสโก

แต่สิ่งหนึ่งที่เราอดห่วงไม่ได้ และคงต้องขอฝากไว้ คือในเมื่อต้องการส่งเสริมการแสดงโขนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนแล้ว วธ.ควรส่งเสริมให้ครอบคลุมทุกด้านและครบวงจร เช่น ด้านผู้แสดง ด้านนักดนตรี เพื่อให้มีบุคลากรเพียงพอต่อความต้องการ และที่สำคัญคือ ต้องมีคุณภาพ

ไม่เช่นนั้น เมื่อถึงวันที่โขนไทยโด่งดังระดับโลก และกลายเป็นจุดขายที่หลายประเทศทั่วโลกต้องการจะนำไปจัดแสดง อาจประสบปัญหาในส่วนของคณะนักแสดงที่ไม่เพียงพอ หรือมีเพียงพอ แต่ขาดคุณภาพ

คงไม่มีใครอยากเห็นชื่อ เสียงของ “โขนไทย” ที่ วธ. เพียรพยายามสร้างกันมานานนับสิบปี จนเป็นที่ต้องตา ตรึงใจของนานาประเทศที่ได้ชื่นชมในความงดงาม ตระการตา

ต้องพลันหายไปภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี เพียงเพราะขาดเตรียมการแบบครบวงจร...


ทีมข่าววัฒนธรรม