วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หุ้นไทยจะไป 2,000จุด...??


พลันที่...พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาให้สัมภาษณ์พูดชัดเจนว่าน่าจะจัดการเลือกตั้งได้ในช่วงเดือน พ.ย.ปี2561 (สัมภาษณ์บ่ายวันอังคารที่ 10 ต.ค.)

พลัน...ตลาดหุ้นไทยก็เหมือนโดนผีกระทิงเข้าสิง นักลงทุนกระโจนเข้าไปตะลุยซื้อหุ้นกันอย่างไม่คิดชีวิต ดันดัชนีหุ้นไทยวิ่งฉลุยเข้าวินผ่านด่านดัชนี 1,700 จุดขึ้นไปอย่างง่ายดาย!!!

เป็นการกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,700 จุดได้ เป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี!!

แรงซื้อแรงขายประดังประเดเข้ามาภายในวันเดียวมากกว่า 8.1 หมื่นล้านบาท พบว่าเป็นคำสั่งซื้อจากนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศแทบทั้งสิ้น

หลังจากนั้น นักวิเคราะห์แทบทุกสำนักต่างดาหน้ากันมาขยับปรับเพิ่มเป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้และปี 2561 ขึ้นโดยทุกสำนักมองว่า ปีหน้าดัชนีหุ้นไทยจะทะยานขึ้นมาทุบสถิติสร้างประวัติศาสตร์จุดสูงสุดใหม่ของไทย!!

บางสำนักว่าจะไปถึง 1,800 จุด เรื่อยขึ้นไปถึง 1,900 และ 2,000 จุด!!

หากย้อนประวัติศาสตร์กลับไปดู จะพบว่าดัชนีหุ้นไทยเคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดมา ที่ระดับ 1,789.16 จุด เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ปี 2537 หรือเมื่อ 24 ปีที่แล้ว หลังจากนั้นปี 2539-2540 เกิดวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ที่มีจุดเริ่มต้น จากประเทศไทยก่อนจะขยายลุกลามไปทั้งเอเชีย

นับจากจุดสูงสุดนี้ ใช้เวลาเพียง 4 ปี ที่ไม่มี ใครคาดคิดว่า ดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวดำดิ่งลงมา สู่จุดต่ำสุดของประวัติศาสตร์ตลาดหุ้น ไทยที่ระดับ 204.59 จุดได้ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2541

และต้องใช้เวลา นานกว่า 19 ปี นับจากจุดต่ำสุดในวันนั้นที่ตลาดหุ้นไทยผ่านร้อนผ่านหนาว กลับขึ้นมาใกล้กับจุดสูงสุดที่เคยทำไว้เดิมในวันนี้

มีนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จร่ำรวย และขาดทุนบาดเจ็บ ล้มหายตายจากตลาดหุ้นไปเป็นจำนวนมาก!!

ในวันนี้ที่นักวิเคราะห์พากันแห่ปรับเป้าดัชนีขึ้นไปถึง 2,000 จุดนั้น แม้จะมีเหตุผลปัจจัยบวกที่นำมาสนับสนุนมากมาย ทั้งเศรษฐกิจไทยที่น่าจะฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง จากการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐที่มีความคืบหน้าเริ่มมีการลงทุนจริง

และความคาดหวังการลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่จะดึงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนโดยตรง ทำให้เกิดการจ้างงานและการจับจ่ายใช้สอย กระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตตามมา

รวมทั้งปัจจัยบวกล่าสุด คือความชัดเจนของช่วงเวลาในการจัดการเลือกตั้ง!!

ปรากฏการณ์ไม่ต่างจากเมื่อ 24 ปีก่อน เพราะในวันนั้น ยังคงมีการคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยจะไปต่อได้ถึง 1,800 จุด หรือ 2,000 จุด โดยแทบไม่มีใครคิดถึงตัวเลขดัชนีที่ 204 จุด!!

ในวันนี้ที่ทุกคนกำลังตื่นเต้นกับกำไรในตลาดหุ้น แทบไม่มีใครพูดถึงความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง เพราะกลัวเสียบรรยากาศในการลงทุน!!

แน่นอนว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับขึ้นมาระดับนี้ ซึ่งขึ้นมาราว 10% นับจากปลายปี 2559 ถือว่า “แพงหรือไม่ถูก” แล้วเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาค ขณะที่ยังมีเรื่องการปรับ ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ และการปรับลดขนาดงบดุลของสหรัฐฯที่เป็นการดึงเงินหรือสภาพคล่องออกจากระบบ รวมทั้งนโยบายเรื่องภาษีต่างๆที่จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เงินทุนบางส่วน ไหลกลับเข้าไปลงทุนในสหรัฐฯ

หรือความเสี่ยงด้านจิตวิทยาการลงทุน กรณีความไม่สงบในคาบสมุทรเกาหลี!! และอีกหลายปัจจัยที่ยังไม่อาจ
คาดเดาได้

ตลาดหุ้นมีขึ้นก็ย่อมมีลง ปัจจัยและอิทธิพลที่มีผลต่อการปรับขึ้นลงของตลาดหุ้นในวันนี้หลากหลายและรวดเร็วมากกว่า ในอดีต สภาพคล่องของเงินทุนจำนวนมหาศาลที่หมุนเวียนในระบบการเงินโลก มีผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งตลาดหุ้นไทย

ถึงวันนี้ไม่อาจฟันธงได้ว่าหุ้นไทยจะไปต่อได้แค่ไหน แต่หวังว่าประสบการณ์และข้อมูลในอดีต จะทำให้นักลงทุนมีความรอบคอบ ระมัดระวังการลงทุน ไม่ผลีผลามเข้าไปติดกับดักของความโลภในตลาดหุ้น!!

วณิชยา แสงทอง