วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนช.พร้อมชน กมธ.ร่วม ย้ำจุดยืนไม่แก้ ก.ม.สตง.ตามข้อท้วงติง

สนช.ไม่ถอย ย้ำจุดยืนไม่แก้กฎหมาย สตง.ตามข้อท้วงติง แจงหั่นอำนาจ สตง.สอบ ป.ป.ช.เหตุเลือกปฏิบัติ ชี้หากไม่ยุติก็ตั้ง กมธ.ร่วม

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 60 พล.ร.อ.ยุทธนา ฟักผลงาม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การตรวจเงินแผ่นดิน ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการตัดมาตรา 7 วรรคสาม อำนาจผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในการตรวจสอบเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า เป็นมติของ กมธ.เสียงข้างมาก โดยมีความเห็นสอดคล้องกับตัวแทนจาก ป.ป.ช.ที่มาชี้แจงว่า อำนาจหน้าที่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คือ การตรวจสอบบัญชีการใช้เงิน และประสิทธิภาพประสิทธิผล ไม่ได้มีอำนาจสอบผิดถูกเกี่ยวกับการทุจริต ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. หากมีปัญหาการทุจริตภายในหน่วยงาน ป.ป.ช.ก็จะนำเอกสารพยานหลักฐานทั้งหมดให้กรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาทันที อีกทั้งยังเป็นการเลือกปฏิบัติ เพราะองค์กรอิสระอื่น เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ก็ไม่อยู่ภายใต้การตรวจสอบโดย สตง.

พล.ร.อ.ยุทธนา กล่าวว่า ส่วน กมธ.ตัวแทนจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็คัดค้าน โดยให้เหตุผลเรื่องการถ่วงดุลอำนาจ หากตัดมาตรานี้ออกแล้วให้ ป.ป.ช.สอบกันเอง อาจทำให้มีการช่วยเหลือกัน ทางตัวแทนจาก ป.ป.ช.ก็ชี้แจงว่า หากเกรงว่า จะมีการซูเอี๋ยกัน ก็มีกลไกในการยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ามาชี้ขาดได้อยู่แล้ว ดังนั้นการพิจารณาร่างกฎหมายว่าด้วย การตรวจเงินแผ่นดิน วาระ 2-3 ของ สนช.ในวันที่ 19 พ.ย.นี้ จึงต้องอภิปรายกันอีกครั้ง ทั้ง กรธ.ที่ขอสงวนความเห็นและ กมธ.ที่มีมติให้ปรับแก้ แล้วให้สมาชิก สนช.ออกเสียงชี้ขาด หากผลออกมาเห็นชอบกับการปรับแก้แล้ว กรธ.จะเสนอตั้ง กมธ.ร่วมเพื่อพิจารณาอีกครั้ง ก็ต้องไปว่ากันด้วยเหตุและผลกันอีกที