วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หรือยูเอ็นจะเหมือนสันนิบาตชาติ?


สงครามโลกครั้งที่ 1 ประเทศต่างๆ รบกันจนเกิดความเสียหาย จึงมีความเคลื่อนไหว ทั้งในระดับประชาชนและรัฐบาลหลายประเทศเพื่อหาทางให้โลกมีสันติภาพและความมั่นคงร่วมกัน นายวูดโรว์ วิลสัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯจึงเสนอหลักการ 14 ประการของวิลสันต่อสภาคองเกรส ให้ตั้งสมาคมกลางระหว่างประเทศขึ้น และนี่ล่ะครับ เป็นจุดกำเนิดของสันนิบาตชาติ

องค์การสันนิบาตชาติมีหลักการหลายอย่าง เช่น มีความเป็นสากล เป็นสถาบันระหว่างประเทศระดับโลกแห่งแรก มีสมาชิกเป็นชาติรัฐจากหลายทวีป มีระบบความมั่นคงร่วมกัน หากมีสงครามเกิดขึ้น ประเทศสมาชิกต้องมาประชุมกันเพื่อระงับ อีกหลักหนึ่งก็คือ หลักความเสมอภาค ไม่ว่าจะเป็นชาติใหญ่หรือชาติเล็กก็ต้องมีสิทธิเท่ากัน ต้องทำหน้าที่ที่ผูกพันตามพันธะในกติกาสัญญาเท่ากัน

สุดท้ายก็คือ หลักความเป็นเอกฉันท์ การกระดิกพลิกตัวทุกอย่างของสันนิบาตชาติจะต้องได้รับคะแนนเสียงเอกฉันท์จากรัฐสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม

สันนิบาตชาติตั้งเมื่อ ค.ศ.1920 พอถึงทศวรรษ 1930 ก็เริ่มง่อนแง่น ประเทศใหญ่ไม่ฟังสันนิบาตชาติ เริ่มบุกรุกรานประเทศเล็กชาติน้อย ญี่ปุ่นรุกรานแมนจูเรียใน ค.ศ. 1931 อิตาลีบุกเอธิโอเปียใน ค.ศ.1935 สหภาพโซเวียตยึดดินแดนบางส่วนของฟินแลนด์ใน ค.ศ.1939 สันนิบาตชาติก็เอาแต่แบะ แบะ แก้ไขอะไรไม่ได้

เยอรมนีที่แพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 และลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพแวร์ซายส์ ก็ไม่ทำตามสัญญา กลับบุกโปแลนด์จนทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2

องค์กรโลกอย่างสันนิบาตชาติเป็นเสือกระดาษ บทบัญญัติคลุมเครือและไม่ยุติธรรม การจะให้ทุกรัฐมาลงมติเป็นเอกฉันท์เป็นเรื่องยากมาก ขนาดล็อบบี้กันแล้วล็อบบี้กันอีก ก็ยังมีมติเอกฉันท์ลำบากครับ

บนโลกของเราใบนี้มีชาติรัฐถึง 200 แห่ง แต่สันนิบาตชาติมีสมาชิกแค่ 63 ชาติรัฐ ออกกฎกติกามาก็บังคับได้ไม่ทั้งโลก พวกที่ไม่เป็นสมาชิกมักจะบอกว่า เฮ้ย พวกลื้อมายุ่งอะไรกับอั๊ว จะชุมนุมสุมหัวลงมติอะไรก็เชิญ แต่อย่ามายุ่งกับอั๊ว ส่วนพวกมหาอำนาจนี่แหละครับตัวดี ละเมิดกฎกติกาซะเอง พอสันนิบาตชาติช่วยยับยั้งประเทศใหญ่รังแกประเทศเล็กไม่ได้ ชาติเล็กก็ทยอยลาออกจากสมาชิกสันนิบาตชาติกันเป็นแถว โดยเฉพาะชาติรัฐในทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ที่โดนมหาอำนาจรังแกอยู่บ่อยๆ

สภาพแวดล้อมระหว่างประเทศในช่วงนั้นก็มีลัทธิแปลกเกิดขึ้นเยอะแยะ เช่น ลัทธิคอมมิวนิสต์ (สหภาพโซเวียต) ลัทธิฟาสซิสต์ (อิตาลี) ลัทธินาซี (เยอรมนี) ลัทธิชาตินิยมทหาร (ญี่ปุ่น) ที่สเปนเองก็มีสงครามกลางเมือง ความโกลาหลอลหม่านเกิดขึ้นกระจัดพลัดพรายไปทั้งโลก

สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เลยเกิดขึ้นจากความเป็นเสือกระดาษขององค์การสันนิบาตชาติ องค์การหยุดสงครามไม่ได้ตามที่โม้ไว้ พอเสร็จสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาติรัฐสมาชิกทั้งหลายก็ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุติการดำเนินงานของสันนิบาตชาติ

แต่ความพยายามของชาติรัฐที่จะหยุดความขัดแย้งและสงครามให้ได้ ไม่หมดไปดอกครับ ยังไงโลกก็ยังต้องการความมั่นคง ไม่เช่นนั้นก็จะรบกันไม่หยุด

สหประชาชาติจึงถูกตั้งขึ้นเมื่อ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1945 เพื่อฟื้นฟูและรักษาระบบความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยมีโครงสร้างหลักคือ สมัชชาสหประชาชาติที่เรียกกันว่าสมัชชาใหญ่ เป็นที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกทั้งหมดซึ่งตอนนี้มีอยู่ 193 ประเทศ

มีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่มีสมาชิก 15 ประเทศ (ถาวร 5 ประเทศคือ สหรัฐฯอังกฤษ ฝรั่งเศส จีน และรัสเซีย) ที่เหลืออีก 10 ประเทศก็เวียนกันไปโดยเลือกจากที่ประชุมของสมัชชาใหญ่ นอกจากนั้น ก็ยังมีคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม คณะมนตรีภาวะทรัสตี ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ สำนักเลขาธิการ ฯลฯ

ที่นำเรื่องสันนิบาตชาติและสหประชาชาติมาเขียนในช่วงนี้ก็เพราะดูเหมือนว่า สหรัฐฯ ซึ่งเป็นโต้โผใหญ่ของสหประชาชาติ เริ่มงอแง ทรัมป์เองก็คิดแต่เรื่องของสหรัฐฯ โดยมีแนวโน้มให้ความสนใจองค์กรโลกน้อยลง

12 ตุลาคม 2560 สหรัฐฯ ลาออกจากการเป็นสมาชิกองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)

อิสราเอลก็ลาออกตาม

บทบาทของสหประชาชาติตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเริ่มอ่อนแอตามสันนิบาตชาติเข้าไปทุกที.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com