วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ท้านายกฯลงพื้นที่ แบบไม่มีผักชีโรย

ปชป.โต้-อย่าเหมาราคาหุ้นดีจะดีหมด ชี้ ‘ร้านค้า’ เจ๊งระนาว

กรธ.เร่งทำ ก.ม. ลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง อีก 2 ฉบับที่เหลือ ส่งถึงมือ สนช.ปลายเดือน พ.ย. ตามแผนโรดแม็ป เดินหน้าสู่วันเลือกตั้งตามวาจา “บิ๊กตู่” สนช.ยันไม่มีเกมยื้อคว่ำ ก.ม.ลูก เชื่อเสร็จทันตามเวลาแน่ ปชป.สวนนายกฯหุ้นดีดขึ้นใช่ว่าทุกอย่างจะดีหมด นักลงทุนยังไม่เชื่อมั่นจนกว่าจะเห็น พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ชีวิตเกษตรกรคนฐานรากยังเผชิญกับราคาผลผลิตตกต่ำ ร้านค้าเจ๊งเป็นแถบ ท้า “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ของจริง แบบไม่จัดฉากโรยผักชี อย่ามัวแต่หลอกตัวเอง ผลโพลสุดว้าเหว่ เชื่อหลังเลือกตั้งคอร์รัปชัน-ความขัดแย้งยังตามหลอกหลอนเหมือนเดิม

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาประกาศวันเลือกตั้งว่าจะมีขึ้นในช่วงเดือน พ.ย.2561 โดยขั้นตอนโรดแม็ปช่วงนี้อยู่ที่การทำกฎหมายลูกของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขณะที่นักการเมืองพยายามออกมาดักคอเกมเตะถ่วง ไม่ให้มีการยื้อโรดแม็ปเลือกตั้งออกไปอีก

กรธ.เร่งทำ ก.ม.ลูก ส.ว.ให้เสร็จ ต.ค.

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการทำงานของ กรธ.ว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ขณะนี้เสร็จไปแล้วในรอบแรก กำลังทบทวนอีกครั้งว่ามีส่วนใดที่ขาดตกบกพร่องหรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนของวิธีการเลือกไขว้และคุณสมบัติของผู้สมัครในแต่ละกลุ่มอาชีพ คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือน ต.ค. จะเสร็จสมบูรณ์ ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะเริ่มพิจารณากันในเดือน พ.ย. จะเร่งให้เสร็จทันส่งให้ สนช.พิจารณาตามที่ กรธ.ได้กำหนดไว้ คือวันที่ 28 พ.ย.60 กรธ.เตรียมข้อมูลเบื้องต้นไว้หมดแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร สำหรับการประชุม กรธ.ในสัปดาห์นี้จะนำข้อเสนอของ ป.ป.ช. เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาพิจารณาว่ามีส่วนใดต้องปรับแก้หรือไม่ หากมีเหตุผลดีเราจะปรับแก้ให้ โดยจะทำให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ และส่งให้ สนช.ต่อไป

ถกคำร้อง ป.ป.ช.เสร็จสัปดาห์นี้

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวว่า วันที่ 16-17 ต.ค. กรธ.จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ว่ามีประเด็นอะไรที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตามที่ ป.ป.ช.ได้ร้องเรียนมา บางประเด็นเราได้คิดดูอย่างรอบคอบแล้วว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อมีการทักท้วงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ต้องมาพิจารณากันให้ชัดเจนอีกครั้ง อาทิ ประเด็นที่จะให้หน่วยงานใดเป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบ ป.ป.ช.ได้นั้น คงจะต้องตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระเพื่อตรวจสอบ ป.ป.ช.จริง ส่วนประเด็นที่ ป.ป.ช.ท้วงติงว่า กรธ.เขียนกฎหมายให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ในการตรวจสอบ ป.ป.ช.นั้น ตรงนี้ กรธ.ต้องมาพิจารณากันอีกครั้งให้ชัดเจนว่ามีมาตราใดที่เราไปเขียนไว้ว่าอย่างนั้นจริงหรือไม่ โดย กรธ.จะพิจารณาเสร็จภายในสัปดาห์นี้และส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป

แยกเขี้ยวตั้ง กมธ.ร่วม ก.ม.ลูก สตง.

นายธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย กรธ. ฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับปรุงและแก้ไขเนื้อหา และเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม สนช. วันที่ 19 ต.ค. ว่ามีหลายประเด็นของเนื้อหาที่ปรับปรุง ไม่สามารถยอมต่อการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะมาตรา 7 วรรคสาม ว่าด้วยอำนาจของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่มีหน้าที่ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่กระทำทุจริตต่อหน้าที่หรือทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ที่ กมธ.เสียงข้างมากให้ตัดออกทั้งวรรค โดย กรธ.เห็นว่าเป็นประเด็นที่ยอมไม่ได้ และหากในชั้นประชุม สนช.วาระสองและวาระสาม ไม่สามารถนำบทบัญญัติดังกล่าวคืนร่างเดิมได้ จะเป็นประเด็นที่ กรธ.ขอตั้งกมธ.ร่วมกัน 3 ฝ่ายทันที เพราะบทบัญญัติที่ถูกปรับเปลี่ยนนั้นอาจเป็นประเด็นที่ทำให้ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญใหม่ และทำลายส่วนของการตรวจสอบถ่วงดุลการทำงานของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทั้งนี้ ขอให้สื่อมวลชนช่วยตรวจสอบด้วยว่า ที่ผ่านมากรณีที่มีผู้ร้องเรียนเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. สามารถตรวจสอบหรือดำเนินการได้มากน้อยเพียงใด

สนช.ยันไม่มีเกมยื้อคว่ำ ก.ม.ลูก

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกกรรมาธิการกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่ กรธ.พิจารณาใกล้เสร็จแล้วและจะส่งให้ สนช.พิจารณาในวันที่ 21 พ.ย.60 เบื้องต้นหลักการการเลือกไขว้และการแบ่งกลุ่มอาชีพที่ กรธ.กำหนดไว้ในร่างกฎหมายนั้น เป็นบทบัญญัติตามที่รัฐธรรมนูญ 60 ได้กำหนดไว้ รายละเอียดต่างๆ สนช.ยังไม่เห็น คงต้องรอให้ กรธ.ทำให้เสร็จเรียบร้อยและส่งมาให้สนช.พิจารณาก่อน แต่คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร
และจะเสร็จทันตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ เป็นไปตามโรดแม็ปการเลือกตั้งอย่างแน่นอน ไม่น่าจะมีการคว่ำร่างเพื่อยื้อเวลาตามที่เป็นกระแสข่าว เพราะถึงแม้จะต้องตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายก็มีกรอบเวลาอยู่แล้วว่าต้องใช้เวลาเท่าใด ดังนั้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ย้ำ กก.สรรหา กกต.ขาดคุณสมบัติ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการสรรหา กกต. ที่จะประชุมนัดสอง วันที่ 18 ต.ค. ก่อนเปิดรับสมัครผู้เข้ารับการสรรหาเป็น กกต.ว่า อยากให้คณะกรรมการสรรหาได้พิจารณาถึงคุณสมบัติของกรรมการสรรหาที่มาจากการเสนอชื่อขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะนายเจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ ตัวแทนจากศาลรัฐธรรมนูญ ที่อาจจะขาดคุณสมบัติ เนื่องจากพ้นจากการเป็นข้าราชการการเมือง คือที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์มาไม่ถึง 10 ปี กรรมการสรรหาที่ถูกกล่าวหาว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามจะต้องไม่อยู่ร่วมประชุมในขณะพิจารณาและวินิจฉัย หากคณะกรรมการสรรหาพิจารณาเรื่องคุณสมบัตินายเจริญศักดิ์ในวันที่ 18 ต.ค. และเห็นว่าขาดคุณสมบัติ นายเจริญศักดิ์ก็ต้องพ้นไปทันที และศาลรัฐธรรมนูญจะต้องเสนอชื่อบุคคลมาเป็นกรรมการสรรหาใหม่ ในกรณีจะไม่ติดเงื่อนไขพ้นกรอบเวลา 20 วัน เพราะในมาตรา 11 วรรค 5 ระบุว่าให้กรรมการสรรหาที่เป็นตัวแทนองค์กรอิสระ อยู่ในวาระการดำรงตำแหน่งจนถึงวันก่อนวันที่ต้องมีการสรรหากรรมการใหม่ ซึ่งในกรณีนี้รวมถึงการพ้นจากตำแหน่งเมื่อขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม แต่หากวันที่ 18 ต.ค.ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว และกรรมการสรรหาประชุมไปจนถึงการลงมติคัดเลือกจนได้ กกต.ใหม่ ก็อาจจะถูกร้องในภายหลังว่าละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 อาจทำให้การสรรหาสูญเปล่า ตนกลัวว่าเขาจะทำเฉยๆไม่รู้ ไม่เคยอ่านข่าวว่ามีคนท้วง การที่ตนให้ข่าวกับสื่อก็ถือว่าเป็นการสื่อสารผ่านสื่อสาธารณะ จะมาบอกว่าไม่รู้ข่าวไม่ได้ เมื่อรู้แล้วก็ขอให้พิจารณาให้ถูกต้องถี่ถ้วน เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง

ปชป.สวนนักลงทุนยังไม่มั่นใจ

นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. แสดงความดีใจที่สภาพเศรษฐกิจไทยดีขึ้น ตลาดหุ้นไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก หลังมีความชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.2561 ว่า เห็นว่าต้องแยกแยะตามข้อเท็จจริง สำหรับความเชื่อมั่นในความสงบเรียบร้อยของสถานการณ์ทางการเมือง หรือการชุมนุมต่างๆ ถือว่าสอบผ่านและเป็นเครดิตของรัฐบาล คสช.จริง แต่หากจะเหมารวมถึงความเชื่อมั่นด้านธุรกิจและการลงทุนของนักธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะในห้วงเวลาตลอด 3 ปีที่ผ่านมานั้น เชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่ทั้งไทยและต่างประเทศยังคงรอคอยความชัดเจนทางการเมืองจนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกาประกาศการเลือกตั้งมากกว่าที่จะเสี่ยงลงทุนในรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ ดังนั้นจึงต้องแยกแยะตามข้อเท็จจริง

ท้า “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่แบบไม่โรยผักชี

นายประมวลกล่าวว่า ที่นายกฯระบุว่าตลาดหุ้นมีความเชื่อมโยงถึงประชาชนในทุกระดับนั้น ตนเห็นต่าง เพราะประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ยังเป็นเกษตรกร หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน กล้าฟันธงว่า ร้อยละ 75 ของคนไทย หรือพี่น้องประชาชนเกษตรกรไทยส่วนใหญ่ไม่มีใครเล่นหุ้น ดังนั้น การเหมาว่าตลาดหุ้นมีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศจึงไม่จริง แต่เป็นการตีเคลมเพื่อเหมารวมเพียงเพื่อจะยึดตัวเลขยอดการซื้อขาย หรือการทำกำไรของคนส่วนน้อยที่เล่นหุ้น ซึ่งมียอดซื้อขายกำไรมาถัวเฉลี่ยกับพี่น้องเกษตรกรมากกว่า อยากให้นายกฯเปิดตาให้กว้าง แล้วกล้าที่จะลงไปดูพื้นที่ ไปดูของจริง ไม่ใช่ไปแบบ ครม.สัญจร ผักชีโรยหน้าตั้งแต่ออกจากทำเนียบฯ ไปสัมผัสให้เห็นของจริงว่าวันนี้สภาพเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจรากหญ้าในชุมชน ในต่างจังหวัดที่วิถีชีวิตของขาวบ้านผูกกับราคาผลผลิตการเกษตรที่ตกต่ำเตี้ยเรี่ยดินเป็นอย่างไร ร้านค้าชุมชนเจ๊งปิดกิจการ เพราะรากหญ้าไร้กำลังซื้อไปกี่หมื่น กี่แสนราย ฉะนั้นอย่าหลอกตัวเอง ดูแค่ยอดการส่งออก หรือราคาซื้อขายทำกำไรแค่ในตลาดหุ้น คนถึงพูดติดปากว่ารัฐบาล คสช.เอื้อกลุ่มทุนใหญ่

วางเป้าส่งแผนปฏิรูปสื่อ 28 ธ.ค.

นายจิรชัย มูลทองโร่ย ประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนสนเทศ ตาม พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าการทำงานว่า จากการรับฟังความคิดเห็นตัวแทนสื่อ ศึกษาแนวทางการปฏิรูปสื่อของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และสภาการปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พบว่าในส่วนของ สปท.ได้จัดทำร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน และร่าง พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ ซึ่งมีหลายมติ ทั้งรัฐคุมสื่อ สื่อดูแลกันเอง และผู้บริโภคควรได้รับการคุ้มครองอย่างไร ตรงนี้จะมาดูว่ามีอะไรเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยบ้าง อย่างการควบคุมสื่อ ทางสภาวิชาชีพสื่อเห็นว่า ควรให้ผู้เป็นสมาชิกเป็นรูปแบบในนามองค์กร ไม่ควรเสนอเข้ามาเป็นรายบุคคล โดยให้องค์กรนั้นๆ ไปกำกับดูแลกันเอง ส่วนของ สปช.ตนจะเชิญมาให้ความคิดเห็นบ่ายวันที่ 17 ต.ค. ที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ โดยการจัดทำแผนปฏิรูปสื่อจะดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อส่งมอบให้คณะกรรมการชุดใหญ่ในวันที่ 28 ธ.ค.

โพลชี้คอร์รัปชัน-ขัดแย้งเหมือนเดิม

วันเดียวกัน ซุปเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่องการเมืองกับการปฏิรูปตัวเองในสายตาประชาชน จากความคิดเห็นของประชาชนจำนวนทั้งสิ้น 1,208 คน ระหว่างวันที่ 5-14 ต.ค.60 เมื่อถามว่า คิดอย่างไรกับปัญหาทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง ร้อยละ 68.9 ระบุว่า ทุจริตคอร์รัปชันเหมือนเดิม รองลงมาร้อยละ 20.2 ระบุทุจริตคอร์รัปชันมากขึ้น มีเพียงร้อยละ 10.9 ที่เชื่อว่าการทุจริตคอร์รัปชันจะน้อยลง ส่วนความขัดแย้งรุนแรงของคนในชาติจะเป็นอย่างไรหลังการเลือกตั้ง ร้อยละ 56.3 ระบุว่าขัดแย้งรุนแรงเหมือนเดิม ร้อยละ 27.8 ระบุขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น และร้อยละ 15.9 ระบุขัดแย้งรุนแรงลดลง

สำหรับการรับรู้ของประชาชนถึงการปฏิรูปตัวเองของนักการเมือง ร้อยละ 75.9 ระบุว่ายังไม่เห็น ร้อยละ 24.1 เห็นว่า นักการเมืองได้ปฏิรูปตัวเองแล้ว เมื่อถามความเห็นต่อการปฏิรูปตัวเองของนักการเมืองกับการเลือกตั้ง ร้อยละ 73.4 ระบุว่าควรปฏิรูปตัวเองก่อนการเลือกตั้ง นักการเมืองต้องปรับปรุงตัวเองให้ดีก่อน จะได้มั่นใจว่ามีนักการเมืองที่ดีมีคุณภาพ ไม่โกง กลัวจะได้นักการเมืองทุจริตคอร์รัปชันกลับมาเหมือนเดิม ซื้อสิทธิ์ขายเสียงกลับมา คนไทยยังยอมรับรัฐบาลทุจริตถ้าตัวเองได้รับส่วนแบ่ง กลัวความวุ่นวายขัดแย้ง รุนแรง กลัวพวกเผาบ้านเผาเมืองกลับมา การปฏิวัติยึดอำนาจเกิดขึ้นอีก ถ้านักการเมืองไม่ปฏิรูปตัวเองบ้านเมืองจะหยุดชะงักถอยหลังอีก ไม่หลุดพ้นวงจรเดิม ขณะที่ร้อยละ 26.6 ระบุว่า ควรเลือกตั้งก่อน แล้วให้นักการเมืองปฏิรูปตัวเอง เพราะเป็นประชาธิปไตยและอยากเลือกตั้ง

นายกฯให้กำลังใจ “ตูน บอดี้สแลม”

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) ฝากให้กำลังใจนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม ที่ตั้งใจวิ่งการกุศลเพื่อหาเงินช่วยเหลือโรงพยาบาล ตามโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.60 โดยขอให้ปฏิบัติภารกิจสำเร็จและปลอดภัย รวมทั้งขอบคุณที่ได้ทำหน้าที่ของคนไทยคนหนึ่งในการช่วย เหลือประเทศชาติและเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน นายกฯย้ำว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และไม่ทำให้ใครเสียหาย การทำความดีไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาบังคับ หากมีความมุ่งมั่นแน่วแน่ก็จะต้องไม่หวั่นไหวต่อการวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่น พร้อมทั้งเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ยินดีให้การสนับสนุน และขอเชิญชวนให้ทุกคนลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ดีเพื่อชาติบ้านเมือง เช่นเดียวกัน

โต้เสียงวิจารณ์บริหารภาษีเหลว

พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า นายกฯยังได้กล่าวถึงกระแสวิจารณ์ในโซเชียลมีเดียที่ระบุว่า รัฐบาลนำงบประมาณไปใช้ในทางที่ไม่จำเป็นหรือการบริหารภาษีของรัฐล้มเหลวจนทำให้ตูน บอดี้สแลม ต้องออกมาวิ่งระดมทุนนั้น ถือเป็นความเห็นของแต่ละบุคคล ยืนยันว่ารัฐบาลมีหน้าที่บริหารบ้านเมืองให้ก้าวหน้าไปในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทุกระดับ จึงไม่สามารถทุ่มเทงบประมาณไปในสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ จึงอยากประชาชนเข้าใจในเรื่องนี้ ส่วนการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพนั้น เป็นการใช้งบประมาณประจำปีที่ได้ตั้งเอาไว้ล่วงหน้า เช่นเดียวกับการพัฒนาด้านอื่นๆ ทั้งการศึกษา การคมนาคมขนส่ง หรือแม้แต่การสาธารณสุข ซึ่งต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยและ สร้างให้เกิดความเป็นธรรม การดูแลพัฒนาโรงพยาบาลทั่วประเทศมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น อัตราประชากร ผู้ป่วย จำนวนแพทย์ พยาบาล ขนาดโรงพยาบาล สถานที่ตั้ง รัฐบาลต้องดูแลในภาพรวมและเฉลี่ยงบฯที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดความคุ้มค่า