วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือนฝนยังหนัก เขื่อนเร่งระบายน้ำ พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาอ่วม

กรมอุตุฯเตือนไทยยังไม่หมดฝนโดยเฉพาะพายุ “ขนุน” หอบ ฝนถล่มภาคอีสานอีกระลอก ส่วนเขื่อนอุบลรัตน์ระบายนํ้าเพิ่มวันแรกส่งผลกระทบหลายจังหวัด ขอนแก่นน้ำทะลักท่วมจม 150 หลัง ส่วนมหาสารคามอ่วมไม่แพ้กันวิกฤติ 4 หมู่บ้าน ขณะที่แม่น้ำเจ้าพระยาผ่านภาคกลางเพิ่มระดับอย่างต่อเนื่อง “หญิงหน่อย” จี้ กทม.ให้ลอกท่อคูคลองเพื่อให้น้ำไหลผ่าน ขณะที่ “ศรีสุวรรณ” ให้ “บิ๊กตู่” ออกมารับผิดชอบฐานตั้งผู้ว่าฯ กทม.แก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ได้

สถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วงในหลายพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ 4 จังหวัดใต้เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ที่ต้องผจญกับน้ำท่วมสูง เนื่องจากเขื่อนต้องเร่งระบายน้ำออกเพราะปริมาณเกินความจุ ขณะที่คนแห่สัมผัสอากาศหนาวในภาคเหนือและอีสานกันอย่างต่อเนื่อง

ดินสไลด์ทับถนนบนดอยสุเทพ

เช้าวันที่ 15 ต.ค. หลังฝนตกหนักติดต่อกันบนดอยสุเทพ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ดินบนดอยตามข้างถนนเกิดสไลด์ลงทับผิวถนน ต้นไม้ล้มระเนนระนาดหลายแห่งบนถนนศรีวิชัย เส้นทางขึ้นดอยสุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่หน้าลานครูบาไปจนถึงหน้าพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ภายหลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอย สุเทพ-ปุย เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลสุเทพได้เข้าเคลียร์พื้นที่ทั้งตัดต้นไม้ล้ม และดินที่ทับถนนออกจนใช้ได้ตามปกติ

ส่วนน้ำตกห้วยแก้ว ด้านหลังอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ทางอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ห้ามไม่ให้ประชาชนลงไปเล่นน้ำอย่างเด็ดขาด เนื่องจากมีน้ำป่าไหลเชี่ยวและสีแดงขุ่น นอกจากนี้น้ำป่าจากอุทยานฯดอยสุเทพ-ปุยได้ไหลลงลำห้วยเอ่อล้นท่วมชุมชนบ้านแม่เหียะในและบ้านสวนกาแฟ หมู่ 3 ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ ต่อมานายธนวัฒน์ ยอดใจ นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะนำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านขนย้ายข้าวของไปไว้ที่ปลอดภัยแล้ว

ดอยอ่างขางถนนทรุดอันตราย

นอกจากนี้ทางขึ้นดอยอ่างขาง ช่วง กม.14-15 เกิดการทรุดตัวเป็นแนวยาว ในเบื้องต้นหมวดทางหลวงไชยปราการ จ.เชียงใหม่ นำป้ายและอุปกรณ์ไปติดตั้งเตือนให้ผู้สัญจรไปมาระมัดระวัง พร้อมนำวัสดุยางผสมไปปิดช่วงรอยแตกเพื่อกันน้ำซึมลงใต้ดิน เนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่องโดยประสานทหารร้อย ม.3 อำนวยความสะดวกในการจราจรและระมัดระวังเหตุ สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่จำเป็นต้องขึ้นลงดอยอ่างขาง ควรเลี่ยงไปใช้เส้นทางจาก อ.ฝาง ให้ย้อนกลับมา อ.ไชยปราการ ผ่านบ้านหนองบัวไปตัดสาย 1178 ที่สามแยกบ้านสินไชยแล้วเลี้ยวขวาไปดอยอ่างขาง หากเดินทางมาจากเชียงใหม่มาถึงเชียงดาวเลี้ยวซ้ายที่สามแยกเมืองงายใช้เส้น ทาง1178 แล้วเลี้ยวขวาที่สามแยกรินหลวงเข้าถนนอรุโณทัยขึ้นดอยอ่างขางได้เช่นกัน

นักท่องเที่ยวแห่สัมผัสหนาว

แม้หลายพื้นที่ยังมีฝนตกดินสไลด์ แต่นักท่องเที่ยวไม่หวาดหวั่นแห่ไปสัมผัสอากาศหนาวกันแน่นโดยเฉพาะที่ดอยอินทนนท์ โดยนายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า สภาพอากาศในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์วัดได้ 11 องศา มีนักท่องเที่ยวมาสัมผัสอากาศหนาวอย่างต่อเนื่องเฉพาะวันที่ 14 ต.ค. เพียงวันเดียวมาเที่ยวถึง 2,922 คน ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมาสัมผัสอากาศหนาวที่เย็นสบาย และชมพระอาทิตย์ยามเช้าตัดกับเมฆทำให้ท้องฟ้ามีสีเหลืองสลับขาวสวยงาม และช่วงสายมีทะเลหมอกบริเวณจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน นักท่องเที่ยวถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกด้วย

ขณะที่อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า อ.เทิง จ.เชียงราย หมอกลงจัด อุณหภูมิยอดภู 13-14 องศา ช่วงสายพระอาทิตย์ขึ้น ท้องฟ้าเปิดมีทะเลหมอกเกิดขึ้นทั่วบริเวณยอดดอยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนไม่ขาดสายโดยนายมณฑล ศิริพงษ์กุล ผู้นำชุมชนและผู้ประกอบการที่พักร้านอาหาร ดอยผาตั้ง กล่าวว่า ช่วงเช้าที่จุดชมวิวจะมีทะเลหมอกช่วงพระอาทิตย์โผล่ขึ้นเหนือขอบฟ้าสวยงามมาก ส่วนนายวีระยุทธ แซ่ท้อ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านร่มฟ้าหลวง ต.ปอ และผู้ดูแล นทท.ขึ้นชมวิวทะเลหมอกบนยอดภูชี้เดือน กล่าวว่า ช่วงเช้ามีนักท่องเที่ยวมารอขึ้นชมทะเลหมอกจำนวนมากเพราะเป็นช่วงวันหยุดยาว ส่วนนายบันเทิง เครือวงศ์ เจ้าของร่วมสรรค์สร้างรีสอร์ต หมู่ 24 บ้านร่มฟ้าไทย เผยว่า ช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวมาพักบ้างแต่มีจองกลุ่มใหญ่ช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ ประมาณ 50-60 คน

นครสวรรค์ท่วมสูง 2.30 เมตร

ที่ จ.นครสวรรค์ น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนกว่า 40 หลัง หมู่ 1 บ้านเกาะเห็ด ต.นครสวรรค์ออก อ.เมืองนครสวรรค์ บางจุดสูงเกือบ 2.3 เมตร ขณะที่ชาวบ้านหลายครอบครัวต่างทยอยขนข้าวของเครื่องใช้ลงเรือไปไว้ที่สูง เนื่องจากน้ำเจ้าพระยาจะเพิ่มสูงขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเดินทางเข้าออกหมู่บ้านต้องใช้เรือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ชาวบ้านต่างได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ส่วน จ.เพชรบูรณ์ น้ำจากแม่น้ำป่าสักเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมถนนสายวังรี-หนองไผ่ หมู่ 1 บ้านวังรี ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ ระยะทางยาวกว่า 400 เมตร ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 40-50 ซม. ส่งผลให้รถ จยย.รถเล็ก ไม่สามารถสัญจรได้และกระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อ่างทองผวาน้ำเจ้าพระยาเพิ่ม

สำหรับ จ.สิงห์บุรี ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง และระดับน้ำเสมอแนวกั้นน้ำบริเวณคอสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่เชื่อมต่อระหว่าง ต.บางน้ำเชี่ยว กับ ต.โรงช้าง อ.อินทร์บุรี เจ้าหน้าที่ต้องเสริมแนวสูงอีก 1 เมตร ขณะที่ จ.อ่างทอง สถานการณ์ยังวิกฤติหนัก หลังเขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมขยายวงกว้าง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน 5 อำเภอ 25 ตำบล 71 หมู่บ้าน จำนวน 1,567 หลังคาเรือน ล่าสุดระดับน้ำที่สถานีวัดระดับน้ำหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง อยู่ที่ 8.78 เมตร เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 3 ซม.

ชาวบ้านขวางสร้างแนวกั้นน้ำ

ขณะเดียวกัน นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผวจ.อ่างทอง ได้รับรายงานจากนายศักดิ์ดา บรรดาศักดิ์ นอภ.เมืองอ่างทอง ว่า นางวงเดือน อ่องละออ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 6 ต.จำปาหล่อ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาถูกน้ำท่วมจนเกือบมิดหลังคาและต้องเฝ้าดูแลพ่อที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ จึงร่วมกับนายกเหล่ากาชาดนำถุงยังชีพไปมอบให้พร้อมประสานขอเต็นท์จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 ชัยนาทมามอบให้อย่างเร่งด่วน ส่วนที่ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ปริมาณน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลทะลักท่วมบ้านเรือน หมู่ 5 ต.บางปลากด ระดับน้ำสูงกว่า 50 ซม. ทางเทศบาลตำบลป่าโมก จึงรีบนำรถแบ็กโฮเข้าขุดดินทำแนวเขื่อนป้องกันน้ำที่บริเวณสะพานปูนบนถนนสาย 309 อ่างทอง-พระนครศรีอยุธยาเพื่อป้องกันไม่ให้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนอีกแต่กลับสร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้าน ต.โรงช้าง ซึ่งอยู่ติดกันรวมกลุ่มเรียกร้องให้เทศบาลหยุดสร้างแนวกั้นน้ำเพราะเกรงน้ำจากบางปลากดจะล้นเข้าท่วมบ้านเรือนใน ต.โรงช้าง แต่ตกลงกันไม่ได้และเตรียมรวมตัวเข้าร้องเรียนจังหวัดต่อไป

ชาวบ้านแห่จับปลาขายคึกคัก

จากปริมาณน้ำเหนือไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาผ่าน จ.อ่างทอง ทำให้ตลาดปลาน้ำจืดสุดคึกคัก โดยชาวบ้านจับปลานานาชนิดจำนวนมากส่งขายตลาดสร้างรายได้เป็นล่ำเป็นสันโดยเฉพาะตลาดเกษตรสุวพันธุ์เมืองทอง อ.เมืองอ่างทอง แหล่งซื้อขายปลาน้ำจืดแห่งใหญ่ที่สุดในเขตภาคกลาง มีชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้านำปลานานาชนิดจากแหล่งธรรมชาติมาขายอย่างไม่ขาดสายทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

สูบน้ำออกจากตลาดบ้านแพน

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายเรวัต ประสงค์ รอง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมเจ้าหน้าที่ป้องกันภัยร่วมสูบน้ำออกจากตลาดบ้านแพน อ.เสนา โดยใช้เครื่องสูบน้ำ 10 ตัวรอบตลาดจนระดับน้ำลดลง ส่วนสาเหตุน้ำท่วมเนื่องจากสายสริงที่ใช้ปิดเปิดประตูกั้นแม่น้ำน้อยในเขตเทศบาลเจ้าเจ็ดขาดทำให้น้ำไหลสู่ตัวอำเภอเสนาและตลาดบ้านแพนทำให้พ่อค้าแม่ค้าขนของหนีน้ำกันโกลาหล ส่วนนายอนุกูล เรือนแก้ว นอภ.เสนา น.ส.นุสรา ยันตรโกวิท ปลัดเทศบาลสั่งระดมเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครและประชาชนร่วมกันบรรจุทรายใส่กระสอบเพื่อสร้างพนันกั้นน้ำต่อไป

เตือนโรคปากและเท้าเปื่อยระบาด

ด้านนายเฉลิมพล จิตรสุทธิทรัพย์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลเทพมงคล อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ในพื้นที่ ต.เทพมงคล ประสบปัญหาน้ำท่วมขังหลายพื้นที่สร้างผลกระทบต่อประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรด้านปศุสัตว์ จึงขอแจ้งเตือนให้เกษตรกรระวังโรคระบาดต่างๆที่ติดมากับน้ำท่วม ส่วนนางปนัดดา จิตรสุทธิทรัพย์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลเทพมงคล กล่าวว่า ในพื้นที่หมู่ 8 ต.เทพมงคล มีน้ำท่วมขังบ้านเรือนหลายหลังโดยเฉพาะบ้านพักครูโรงเรียนวัดมฤคทายวัน ถูกน้ำท่วม 5 หลัง ส่งผลให้ทั้งครูและนักเรียนเสี่ยงเป็นโรคปากและเท้าเปื่อย รวมทั้งสัตว์เลี้ยงที่เคี้ยวเอื้องทุกชนิดและโรคคอบวมที่ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงในกระบือและโค ดังนั้นจึงขอแนะนำประชาชนถ้าในพื้นที่มีน้ำท่วมและสัตว์เลี้ยงป่วยให้รีบไปแจ้งได้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลเทพมงคล อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา ตลอด 24 ชั่วโมง

สองพี่น้องระดับน้ำสูงต่อเนื่อง

ส่วน จ.สุพรรณบุรี ที่หน้าประตูระบายน้ำบางสาม อ.สองพี่น้อง ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากคืนที่ผ่านมามีฝนตกตลอดทั้งคืนส่งผลให้น้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนและไร่นาเป็นวงกว้าง ส่วนในเขตตลาดสดเมืองสุพรรณบุรี ระดับน้ำสูงขึ้นอีก 6 ซม. และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก สอบถามนายประเชิญ จีนขจร ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา เผยว่า ปริมาณน้ำที่ระบายผ่านประตูน้ำโพธิ์พระยาอยู่ที่ 259 ลบ.ม./วินาทีทำให้บ้านเรือนที่อยู่สองฝั่งแม่น้ำท่าจีนถูกน้ำเอ่อล้นท่วมกระจายเป็นวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะ ต.ท่าระหัด ต.ทับตีเหล็ก ต.โพธ์ิพระยา ต.รั่วใหญ่ และ ต.ท่าพี่เลี้ยง บางพื้นที่น้ำสูงขึ้นเกือบ 1 เมตร

พระเณร–ชาวบ้านขนของหนีน้ำ

ที่ จ.ปทุมธานี ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูง เนื่องจากน้ำเหนือไหลมาสมทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมล้นตลิ่งและขยายวงกว้างเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และวัด วาอารามต่างๆ ที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง โดยเฉพาะพื้นที่ ต.บางเตย ต.สามโคก ต.กระแชง อ.สามโคก ระดับน้ำสูงกว่า 60-70 ซม. ทำให้ประชาชนต่างได้รับความเดือดร้อน บางรายต้องใช้โฟมแทนเรือเพื่อนั่งเข้าบ้าน เพราะถนนมีน้ำท่วมขัง นอกจากนี้น้ำยังเอ่อท่วมวัดสะแก วัดไก่เตี้ย ต.สามโคก ระดับน้ำสูงประมาณ 70 ซม. ทำให้ทั้งพระ เณร และลูกศิษย์ร่วมกับชาวบ้าน ต่างต้องมาช่วยกันขนย้ายสิ่งของไปไว้ที่สูงและสร้างทางเดินให้พระออกบิณฑบาตด้วย

โรงเรียนในพิมายอ่วมหนัก

สำหรับ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา น้ำได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลพิมายที่อยู่ในที่ลุ่มต่ำริมน้ำ ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมโรงเรียนกุลโน ต.ในเมือง ซึ่งอยู่ติดกับลำน้ำมูล โดยเข้าท่วมอาคาร 3 ซึ่งเป็นอาคารไม้ 2 ชั้น 16 ห้อง ชั้นล่างมีอุปกรณ์ โต๊ะเก้าอี้และเอกสารต่างๆได้รับความเสียหายจำนวนมาก ขณะที่นายดนัย ตั้งเจิดจ้า นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพิมาย กล่าวว่า มีเพียงพื้นที่ลุ่มต่ำที่อยู่ติดริมน้ำเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ และไม่อยากให้ประชาชนในเขตเทศบาลเกิดความวิตกกังวลเพราะทางเทศบาลมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา

น้ำเขื่อนท่วมบ้านเรือน 150 หลัง

ส่วนเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ได้เพิ่มการระบายน้ำเป็น 46 ล้าน ลบ.ม. ตามแผนการระบายน้ำแบบขั้นบันไดเป็นวันแรก ขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์มี 2,843 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 116 ของความจุอ่าง และในวันที่ 16 ต.ค.นี้จะระบายน้ำ เพิ่มเป็น 50 ล้าน ลบ.ม. จากการระบายน้ำได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ตามเส้นทางน้ำและพื้นที่ทางตอนท้ายของเขื่อนแล้ว โดยนายวินัย ทองทัพ กำนัน ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำพองและแม่น้ำชี ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำจากแม่น้ำพองได้เอ่อล้นเข้าลำห้วยพระคือ ทะลักท่วมบ้านผือ ต.พระลับ บ้านปากเปื่อย บ้านคุยโพธิ์ และบ้านบึงเนียม ต.บึงเนียม อ.เมืองขอนแก่น รวม 150 หลัง และยังคงไหลท่วมนาข้าวที่กำลังตั้งท้องกว่า 5,000 ไร่ด้วย

เฝ้าระวัง 4 จังหวัดท้ายเขื่อน

สำหรับเขื่อนอุบลรัตน์จะเพิ่มอัตราการระบายน้ำ โดยปรับเพิ่มเป็นขั้นบันไดวันละ 4 ล้าน ลบ.ม.จนถึงอัตราการระบายที่วันละ 54 ล้าน ลบ.ม. เริ่มจากวันที่ 15 ต.ค. ระบายอัตราวันละ 46 ล้าน ลบ.ม. วันที่ 16 ต.ค. ระบาย 50 ล้าน ลบ.ม. และวันที่ 17 ต.ค. ระบาย 54 ล้าน ลบ.ม. และจะส่งผลกระทบต่อ 4 จังหวัดท้ายเขื่อน คือขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคามและร้อยเอ็ด ขณะที่ จ.กาฬสินธุ์ พื้นที่ 3 อำเภอคือ อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย และ อ.ร่องคำ เป็นพื้นที่ลุ่มติดแม่น้ำชี ปัจจุบันระดับน้ำยังคงหนุนสูงและเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่ในขั้นวิกฤติ อีกทั้งเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ได้ประกาศเพิ่มปริมาณการระบายน้ำต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา ส่วนนายไกสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 3 อำเภอเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชีอย่างใกล้ชิดและเตรียมรับมือสถานการณ์ตลอด 24 ชม.

มหาสารคามจม 4 หมู่บ้าน

ส่วน จ.มหาสารคาม ระดับน้ำในแม่น้ำชียังสูงขึ้นต่อเนื่องอยู่ในระดับวิกฤติ หลังเขื่อนอุบลรัตน์เปิดระบายน้ำเพิ่ม ส่งผลระดับน้ำในแม่น้ำชีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ อ.โกสุมพิสัย ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนท่วมไร่นา และบ้านเรือนในเขต ต.โพนงาม ถนนถูกตัดขาด พืชผลทางการเกษตรเสียหายเป็นวงกว้างและน้ำได้ไหลเข้าท่วม 4 หมู่บ้าน คือบ้านม่วงใหญ่ บ้านม่วงน้อย บ้านดอนจำปา และบ้านดอนน้อย ต.โพนงาม ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน ระยะทางไกลถึง 7 กม. นายเสน่ห์ นนทะโชติ ผวจ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เชียงยืน อ.โกสุมพิสัย อ.กันทรวิชัย และ อ.เมือง ให้เร่งขนย้ายสิ่งของ ทรัพย์สินมีค่า ตลอดจนสัตว์เลี้ยงไปไว้ที่ปลอดภัยและสั่งเสริมแนวกั้นกระสอบทรายในจุดเสี่ยงให้สูงขึ้นกว่าเดิมอีกประมาณ 50 ซม. ทั้งนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำชีในพื้นที่ อ.โกสุมพิสัย มหาสารคาม มีปริมาณระดับน้ำอยู่ที่ 12.35 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,056.50 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 6 ซม.

เขื่อนราษีไศลเร่งระบายน้ำ

ส่วนเขื่อนราษีไศล ต.หนองแค อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ มีปริมาณน้ำ 78.767 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 105.78 เปอร์เซ็นต์ ความจุเกินปริมาณกักเก็บ เจ้าหน้าที่ได้เร่งระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่องโดยเปิดบานระบายยกแขวนทั้ง 7 บาน ระบายน้ำออกจากเขื่อนวันละ 89 ล้าน ลบ.ม. และจากที่เขื่อนราษีไศล เปิดบานระบายยกแขวนทำให้มีน้ำไหลลงท้ายเขื่อนปริมาณมากส่งผลให้มีปลาจากท้ายน้ำว่ายขึ้นมาเล่นน้ำจำนวนมาก ชาวบ้านหลายหมู่บ้านแห่จับปลาได้คนละ 15-20 กก. ขายให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมเขื่อนและชาวบ้านที่มารับซื้อ กก.ละ 60 บาท

เตือนพายุ “ขนุน” หอบฝนเข้าไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือน “พายุขนุน” ฉบับที่ 9 ใจความว่า พายุโซนร้อนขนุน บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนหรือด้านตะวันออกของเกาะไหหลำ ประเทศจีน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นแล้ว ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 120 กม.ต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวด้วยความเร็ว 28 กม.ต่อชั่วโมง เคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน และอ่าวตังเกี๋ยในช่วงวันที่ 16-17 ต.ค. โดยจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน พายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น ในวันที่ 16 ต.ค. อย่างไรก็ตาม สำหรับร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้นทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักบางแห่ง

แจงน้ำท่วม 9 จังหวัด ตาย 3

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชัน และการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่วันที่ 10-14 ต.ค. ทำให้เกิดน้ำไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี กำแพงเพชร สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ ชัยนาท ตาก และพิจิตร รวม 32 อำเภอ 212 ตำบล 1,211 หมู่บ้าน 3 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 51,669 ครัวเรือน 140,579 คน ผู้เสียชีวิต 3 ราย

“หญิงหน่อย” จี้ กทม.ลอกท่อ

ที่วัดสังข์กระจายวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. ว่าประชาชนต้องรับมืออย่างมีสติ อย่าหลงเชื่อข่าวลือซึ่งน้ำที่ท่วมในพื้นที่ กทม. เป็นเพียงน้ำฝน ไม่ใช่น้ำเหนือซึ่งแนวทางที่ผ่านมาจะต้องเร่งระบายน้ำฝนออกก่อนเดือน พ.ค. เพื่อเตรียมรับน้ำเหนือ ขณะที่การลอกท่อระบายน้ำจะต้องลอกทั้งถนนสายหลักและถนนสายรองรวมทั้งตรอก ซอก ซอย ให้น้ำลงระบายลงคูคลองได้ แต่วันนี้การลอกจุดต่างๆยังไม่มีประสิทธิภาพทำให้น้ำระบายได้ช้า ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว ส่วนประชาชนต้องช่วยกันไม่ทิ้งขยะ เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงผู้ว่าฯ กทม. คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า อันดับแรกต้องให้กำลังใจในการทำงาน แต่อยากฝากให้ไปดูประสิทธิภาพของคูคลองรวมถึงระบบทั้งหมด เช่น อุโมงค์ยักษ์ว่ามีความสะอาดสามารถระบายน้ำได้ทันเหตุการณ์หรือไม่

“บิ๊กตู่” ต้องรับผิดชอบตั้งผู้ว่าฯ กทม.

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า สมาคมฯได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ หัวหน้า คสช. แสดงความรับผิดชอบ กรณีแต่งตั้งคนผิดมาแก้น้ำท่วม กทม.ล้มเหลว จากเหตุการณ์ฝนตกหนักเมื่อวันที่ 14 ต.ค.จนมีน้ำท่วมสูงถึง 55 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชี้ให้เห็นถึงความด้อยประสิทธิภาพของผู้ว่าฯ กทม. ที่มาจากการแต่งตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. พิสูจน์ให้เห็นว่าตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ไม่ใช่ใครก็เป็นได้ ขอให้หยุดอ้างว่าอุโมงค์บางซื่อทำงานยังไม่เต็มที่ หยุดอ้างว่ามีประชาชนทิ้งขยะลงท่อเยอะ หยุดอ้างฝนตกมากที่สุดในรอบ 30 ปี เพราะเป็นเพียงการแก้ผ้าเอาหน้ารอด สมาคมฯไม่ขอเรียกร้องให้ผู้ว่าฯ กทม. ออกมาแสดงความรับ ผิดชอบแต่ขอเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะเป็นผู้แต่งตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนนี้ ต้องแสดงความรับผิดชอบ