วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เวชศาสตร์การกีฬา ไขปัญหาเอ็นเข่าขาด

“สุขภาพดีไม่มีขาย...อยากได้ต้องทำเอง” ดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม กินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนเพียงพอ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

“การออกกำลังกาย” ก็มีหลากหลายวิธี นับตั้งแต่แบบเบาๆ...เดินช้าๆต่อเนื่อง เดินเร็วๆ แกว่งแขน ยกขา เต้นแอโรบิก ฯลฯ แล้วก็พัฒนาไปถึงการออกกำลังกายที่มากขึ้น...หนักขึ้นไปตามลำดับ

ทั้งนี้ทั้งนั้น การออกกำลังกายไม่ใช่ว่าต้องทำตามคนอื่น แต่ควรเลือกที่เหมาะสมกับตัวเอง มีประโยชน์กับร่างกายของตัวเรามากที่สุด

หลักใหญ่มีว่า...การออกกำลังกายที่ถูกต้อง จะต้องให้กล้ามเนื้อหลักๆหรือกล้ามเนื้อชุดใหญ่ได้เคลื่อนไหว เช่น กล้ามเนื้อแขน ขา ท้อง คอ รวมทั้งปอดและหัวใจ เป้าหมายก็เพื่อทำให้กล้ามเนื้อได้ทำงาน เพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อนั่นเอง

ข้อควรระวังระหว่างออกกำลังกายต้องสังเกตตัวเองด้วยว่า หากหัวใจเต้นแรงมาก แรงจนรู้สึกหายใจเหนื่อยจนพูดไม่ไหว ใจหวิวๆคล้ายจะเป็นลมก็ควรหยุดพัก อย่าหักโหม แม้ว่าการออกกำลังกายควรทำอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ควรทำอย่างหักโหมแค่ครั้งคราว

ก่อนที่จะออกกำลังกายควรทำการอบอุ่นร่างกายเสียก่อน ใช้เวลา 5-10 นาที เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้มากขึ้น เตรียมความพร้อม และหลังจากออกกำลังกายเสร็จแล้วก็ไม่ควรหยุดทันที ควรค่อยๆผ่อนลงจนกระทั่งหายใจเป็นปกติ ค่อยหยุดออกกำลังกาย

สำหรับกีฬายอดฮิตใน “นักกีฬาฟุตบอล”...อาการบาดเจ็บบริเวณข้อเข่าเกิดได้บ่อยรองจากข้อเท้า และมักจะสร้างปัญหารุนแรง และใช้เวลารักษานานหลายเดือน

คำกล่าวที่ว่า เมื่อเกิดการบาดเจ็บเข่าแล้ว ต้องหยุดเล่นหรือหมดอนาคตไปเลยนั้น มีโอกาสน้อยลงมากๆในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับอดีต?

นพ.พรเทพ ม้ามณี หรือ “หมอโต้ง” ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกาย รพ.กรุงเทพ ศูนย์เพื่อความเป็นเลิศทางการแพทย์ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) บอกว่า

ปัจจุบันความเข้าใจในกลไกของข้อเข่ามีมากขึ้น ทำให้สามารถรักษา แก้ไขปัญหาซึ่งในอดีตแก้ไขไม่ได้หรือได้ผลไม่ดี กลับมาให้ได้ผลดีเลิศ และกลับไปเล่นต่อได้ในระดับเดิมหรือใกล้เคียงเดิม แต่ถึงกระนั้นการป้องกันก็ย่อมดีกว่ารอรักษาเมื่อเกิดการบาดเจ็บขึ้น

“สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการปะทะ การบิดของเข่า เมื่อเกิดการปะทะหรือเสียบ การกระโดดหรือรีบยกเท้าขึ้นไม่ให้เท้าเรายันอยู่กับพื้นสนามจะช่วยลดความรุนแรงของการบิดหรือกระแทกนั้นได้”

ส่วนการบาดเจ็บที่ไม่ได้เกิดจากการปะทะ ก็มักมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อที่ตึงไม่ยืดหยุ่นหรือไม่มีความแข็งแรง ทำให้เข่าเกิดการบาดเจ็บ แต่มักเป็นการบาดเจ็บแบบค่อยเป็นค่อยไปหรือสะสมมากกว่าจะเป็นการกระแทกแล้วฉีกขาดเลย

การป้องกันคงต้องกล่าวว่า...ทุกองค์ประกอบมีผลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสภาพพื้นสนาม รองเท้า ทัศนคติของเพื่อนร่วมเล่น ปัจจัยภายในของเข่าเอง ทั้งการบาดเจ็บในอดีต หรือกล้ามเนื้อที่ไม่ยืดหยุ่นแข็งแรงเพียงพอ ปัจจัยเหล่านี้สำคัญในการป้องกันการบาดเจ็บได้เสมอ และไม่ใช่เฉพาะแค่เข่าอย่างเดียว

แต่เมื่อเกิดการบาดเจ็บขึ้นแล้ว การดูแลปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือให้นอนอยู่นิ่งๆรอคนมาดู อาจเป็นเพื่อนหรือนักกายภาพอย่าเพิ่งพยายามขยับเอง รีบประคบเย็น

“เมื่อทิ้งเวลาสักพักให้ลองขยับเข่าด้วยตัวเอง และสังเกตว่าเจ็บบริเวณไหน ลองงอเข่า เหยียดเข่าดู พยายามค่อยๆลงน้ำหนัก สังเกตอาการบวมว่าเกิดขึ้นทันทีหรือไม่ หรือมีความรู้สึกมีเสียงดังคล้ายๆ เสียงฉีกขาดของเอ็นในขณะเกิดอุบัติเหตุหรือไม่...สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญเมื่อไปพบแพทย์”

แต่ถ้าปวดมากขยับไม่ได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดามด้วยไม้หรืออุปกรณ์ที่มี และพันผ้ายึดให้แข็งแรง ถ้าข้อเข่าผิดรูป บิดเบี้ยว

อย่า! พยายามกด ดัน ดึง หรือปรับให้เข้าที่เอง ให้ดามอยู่ในลักษณะนั้นไปก่อนจนกว่าจะถึงมือแพทย์

การรักษานั้น ขึ้นอยู่กับว่าได้รับการบาดเจ็บส่วนไหน ซึ่งแพทย์เฉพาะทางจะตรวจร่างกาย ซักประวัติ หรือตรวจเอกซเรย์ หรือสแกนเพิ่มเติมต่อไป โดยในเบื้องต้นถ้ามีอาการเข่าบวมทันที มักจะบ่งบอกว่า อาจมีอะไรฉีกขาดในเข่าแล้วมีเลือดออก....ซึ่งจากสถิติแล้วกว่า 80% มักเป็น “เอ็นไขว้หน้า” หรือ ACL (Anterior Cruciate Ligament) ฉีก และกว่า 60% ของเอ็นไขว้หน้าฉีกจะมีหมอนรองกระดูกเข่าฉีกร่วมด้วย

ถ้าเป็นลักษณะดังกล่าว แพทย์มักจะใส่เฝือกอ่อน และให้ยาเพื่อลดการอักเสบประมาณ 1 สัปดาห์ เมื่ออาการบวมและการอักเสบเฉียบพลันลดน้อยลง จึงจะพิจารณาผ่าตัดส่องกล้องแก้ไข

คำถามสำคัญมีว่า...ทำไมต้องผ่าตัดเลยหรือ?

หมอโต้ง ย้ำว่า เนื่องจากเอ็นไขว้หน้าที่ฉีกไปนั้นมีแรงตึงในตัวเอ็น เมื่อฉีกไปแต่ละปลายของเอ็นจะหดตัวห่างจากกันไปเรื่อยๆ ดังนั้นการสมานของเอ็นด้วยตัวเองจึงไม่เกิดขึ้น

ในปัจจุบันการผ่าตัดส่องกล้องรักษาทั้งเอ็น หมอนรองกระดูกเข่า กระดูกอ่อนเข่า ฯลฯ ถือเป็นการรักษาที่ได้ผลดี หายเร็ว และทำกายภาพบำบัดฟื้นตัวได้เร็ว โดยผู้ป่วยสามารถงอเข่าได้ตั้งแต่ 24 ชั่วโมงแรก และเริ่มทำกายภาพได้เลย ส่วนการเดินโดยใช้ไม้ค้ำยันก็จะแตกต่างกันไปตามอวัยวะที่บาดเจ็บ

หมายความว่า...มีตั้งแต่ไม่จำเป็นต้องใช้เลย จนถึงใช้เต็มที่ 3 สัปดาห์ โดยเฉพาะในรายที่เป็นนักกีฬาอาชีพ แพทย์จะพยายามรักษาฟื้นฟูให้เข่ากลับมาใช้งานได้ดีใกล้เคียงเดิมให้ได้มากที่สุด

ฟื้นฟูกล้ามเนื้อเข่าหลังผ่าตัดด้วยเครื่องกายภาพบำบัด Alter G (Anti-Gravity Treadmill) ลู่วิ่งในสภาวะไร้น้ำหนัก เสมือนเดินอยู่ในลูกบอลลูน ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บขณะลงน้ำหนัก ช่วยให้ขยับเดินได้เร็ว ช่วยฟื้นฟูนักกีฬาหรือผู้ป่วยหลังผ่าเข่า ข้อเท้า

หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ที่ต้องการให้ร่างกายแข็งแรง จำเป็นต้องมีการออกกำลัง เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวของข้อต่อและกล้ามเนื้อ ต้องการให้ปอดและหัวใจทำงานเต็มที่ เพื่อเสริมสร้างความฟิตจากการใช้ออกซิเจนสร้างพลังงาน

แต่หากมีปัญหาในการลงน้ำหนัก การออกกำลังกายด้วยการวิ่งอาจทำไม่ได้ เครื่อง Alter G treadmill จึงถูกออกแบบมาให้มีอุปกรณ์คล้ายถุงลมเพื่อช่วยแบกรับน้ำหนักของร่างกายเอาไว้ได้สูงสุดถึง 80% ของน้ำหนักตัว ดังนั้น...เวลาวิ่งจึงมีน้ำหนักตัวลงในบริเวณที่เป็นปัญหาเพียง 20% เท่านั้น

หมอโต้ง ฝากทิ้งท้ายว่า ทุกคนต้องระวังการบาดเจ็บทุกประเภท โดยการเตรียมตัวให้ดี กล้ามเนื้อต้องแข็งแรงยืดหยุ่น ไม่ใช่เราจะไปเอากล้ามเนื้อที่แข็งแรงยืดหยุ่นตอนที่เราไปเตะบอล อันนี้ไม่ถูกต้องเลย ต้องมีการวอร์มอัพ (Warm Up) ที่ดี และนานพอ อุปกรณ์ต้องดี

ที่สำคัญคือ มีทัศนคติของการไม่ทำร้ายคู่ต่อสู้ ซึ่งฟีฟ่า (FIFA) เน้นมาก และอยู่ในกฎของ FIFA 11+...เป็นกฎการป้องกันการบาดเจ็บ และข้อสุดท้ายคือ “Fair Play”.