วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ได้เล่นดนตรีกับพระองค์ท่าน' ที่สุดความภูมิใจชีวิต 'ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี'

เด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่เดินตามความฝันในเส้นทางสายดนตรี ทุกคำดูถูก ทุกคำเหยียดหยาม ได้กลายเป็นแรงผลักดันทุกวันนี้ จนชื่อของ “ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี” ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล) เป็นที่รู้จักในฉายา “จอมยุทธขลุ่ย” ของเมืองไทย

ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสได้พูดคุยกับ อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ครั้งมาชักชวนให้ชาวไทยได้ไปชมฟรีคอนเสิร์ตบทเพลงพระราชนิพนธ์ Still On My Mind The Acoustic Night (Tribute To The Great King) ซึ่งได้บรรเลงไปแล้วในค่ำคืนวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งอาจารย์มาเยือนถึงออฟฟิศไทยรัฐ เรายังได้พูดถึงเรื่องราวประทับใจเกี่ยวกับพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่เป็นแรงบันดาลใจในการเล่นดนตรีตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่เลือกเดินบนถนนเส้นนี้

เพลงพระราชนิพนธ์มีอิทธิพลอะไรกับชีวิต “ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี”

ผมเองเป็นคนบ้านนอก จังหวัดสิงห์บุรี โตมากับท้องไร่ท้องนา ผมได้บทเพลงพระราชนิพนธ์เป็นแรงบันดาลใจ และสิ่งหนึ่งที่ผมติดตัวมานั้นคือ บทเพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียน ผมสามารถอ่านโน้ตสากลได้จากคุณครูทองดำเป็นคนสอน พออ่านโน้ตได้แล้ว ผมก็สามารถอ่านโน้ตเพลงอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะบทเพลงพระราชนิพนธ์ ก็เล่นตั้งแต่ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย เล่นจนโน้ตบางตัวซึ่งมารู้ตอนหลังว่านี่คือลักษณะของเพลงบลูส์ อย่างเพลงเมดอินไทยแลนด์ก็เอาโน้ตเพลงบลูส์มาใช้ ทำให้ขลุ่ยดูนำสมัย แต่จริงๆ เอาเทคนิคของพระองค์มาใช้ ตอนนั้นภูมิใจมาก เห็นเด็กๆ ทั่วประเทศถือขลุ่ยกัน นี่คือสิ่งสำคัญ

อาจารย์เคยบรรเลงต่อหน้าพระพักตร์ไหม?

เคยยิ่งกว่าบรรเลงหน้าพระพักตร์อีก เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2524 ในวันนั้นผมได้รับเกียรติจากอาจารย์วิรัช อยู่ถาวร เชิญให้เข้าไปร่วมบรรเลงในวังสวนจิตรลดา ก็ไปเล่นดนตรีถวายพระองค์ ตอนนั้นผมยังไม่เป่าขลุ่ย ผมเป่าแซกโซโฟน ประมาณ 3 ทุ่ม ในหลวง รัชกาลที่ 9 ขึ้นมาบนเวที ผมเองนึกว่าพระองค์ท่านจะขึ้นมาตรัสอะไรกับข้าราชบริพาร เพราะว่าคนแน่นมาก พระองค์ขึ้นมาประทับที่เปียโนแล้วทรงเปียโน ผมนั่งอยู่ใกล้ๆ ขนลุกจนถึงทุกวันนี้ ผมนั่งเล่นทั้งคืน

สิ่งหนึ่งที่มันเป็นความเจ็บช้ำน้ำใจของผมตั้งแต่เด็ก ผมโตมาจากบ้านนอก ในยุคนั้นคำว่าเต้นกินรำกินมันแรง เจ็บปวดมากตอนเด็กๆ ครูบางคนไม่ยอมให้ลูกมาเล่นกับผม เพราะเขาบอกว่าอย่าไปเล่นกับมัน พวกเต้นกินรำกิน มันจะทำให้เสียคน ในวันนั้นคำนี้มลายหายไปสิ้นจากชีวิตผม ผมมีแต่ความภูมิใจว่าในชีวิตเรามีโอกาสได้นั่งเล่นดนตรีกับพระองค์ท่าน มันเป็นความประทับใจมากๆ

ไปที่ไหนจะต้องบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด”

เมื่อปี พ.ศ.2555 ที่ทุ่งมะขามหย่อง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมมีโอกาสได้บรรเลงขลุ่ยต่อหน้าพระพักตร์ เพลงที่ติดตัวผมตลอดคือบทเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุด เป็นความปลื้มใจสูงสุด ชีวิตผมมาไกลเกินฝันในถนนสายดนตรี เพราะบทเพลงพระราชนิพนธ์นำมา หลังจากวันนั้นทุกคอนเสิร์ต บทเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุดจะเป็นเพลงแรกเสมอ

แนวคำสอนของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่อาจารย์ยึดเป็นหลักในชีวิตตลอดมาคืออะไร?

เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เรามีเงินร้อย เราจะใช้สิบบาท มันเป็นเศรฐกิจพอเพียง มีล้านเราจะใช้แสน นี่คือเศรษฐกิจพอเพียง เราจะซื้อทองมาใส่ก็เป็นเศรษฐกิจพอเพียง เพราะเรากระจายรายได้สู่ช่างทำทอง คนแกะทองรูปพรรณ ถ้าเรามีแล้วไม่ใช้อะไรเลย นั่นคือตระหนี่ ไม่งั้นโลกมันไม่ก้าวหน้า พระองค์ท่านตรัสไว้ว่า ทำให้พอกินพอใช้ เหลือแล้วถึงขาย สิ่งหนึ่งที่ผมนำมาปฏิบัติคือการดูคน คือ 1.ดูว่าเขาคิดอะไร 2.เขาพูดอะไร แต่ 3.ทำอะไร ทั้งข้อ 1 และ 2 เต็มประเทศไปหมด คิด พูด แต่ไม่ทำ เพราะฉะนั้นเรื่องการดูคนนี้สำคัญที่สุด เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด

อยากจะบอกอะไรถึงคนไทยทุกคน

คนไทยนั้นโชคดี มีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่มากๆ ไม่ได้ยิ่งใหญ่ด้วยสงคราม ยิ่งใหญ่ด้วยหัวใจ หัวใจที่เมตตาเปี่ยมล้น รวมทั้งชาวต่างชาติที่มาอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร พระองค์จึงทรงยิ่งใหญ่มาก พระองค์เป็นมหาราชที่ยิ่งใหญ่ แล้วสิ่งที่พระองค์ท่านทิ้งไว้นั้นมากมาย คือ 1.โครงการในพระราชดำริ 4,000 กว่าโครงการ เรานั้นทำตามได้หมด และอยู่ดีกินดี 2.เรื่องราวที่พระองค์ทิ้งไว้ ศิลปะต่างๆ ทุกแขนง มันมหัศจรรย์มากที่พระองค์อุปถัมภ์ไว้อย่างดี วางรากฐานเพลงบลูส์ไว้ให้นักดนตรีไทยไว้อย่างดี ชัดเจนทุกตัวโน้ต 3.หลังจากพระองค์ท่านสวรรคต พระองค์ได้ทรงฝากดวงใจไว้ คือในหลวง รัชกาลที่ 10 พระองค์ก็จะสืบสานงานของพระราชบิดา เพราะว่าเลือดเนื้อจิตใจของพระองค์ท่านก็อยู่ใน ในหลวง รัชกาลที่ 10 ด้วย เพราะฉะนั้นต่อไปจะเป็นยุคชาววิไล คนไทยจะรักสามัคคีกันและพาชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง.