วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยจะเป็นศูนย์กลางระบบส่งไฟฟ้า

สปป.ลาว

โครงการ LTM เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางในการส่งผ่านพลังงานไฟฟ้า ของภูมิภาคนี้ในอนาคต เพราะมีแนวโน้มที่จะซื้อขายไฟฟ้าข้ามประเทศระหว่างประเทศเพื่อนบ้านโดยใช้ไทยเป็นศูนย์กลาง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับประเทศในยุโรปและอเมริกาเหนือ ที่มีการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าและส่งพลังงานไฟฟ้าระหว่างประเทศ เพื่อให้มีการใช้ระบบไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในการประชุม รัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน หรือ AMEM ครั้งที่ 35 ที่ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ไฮไลต์ที่สำคัญของงานนี้ คือ การลงนามซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง 3 ประเทศ ได้แก่ สปป.ลาว ไทย และมาเลเซีย โดยจะมีการซื้อขายกันตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ปีหน้า นับเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของความร่วมมือด้านพลังงานในอาเซียน โดยในปี 2561-2562 จะเป็นการส่งพลังงานไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ไปยัง มาเลเซีย ผ่านระบบส่งของไทย และในปี 2563 เป็นต้นไปจะส่งไฟฟ้าจาก ลาวไปยังสิงคโปร์ โดยผ่าน ไทยและมาเลเซีย

ทั้งนี้ ถือเป็นการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจาก สปป.ลาว มีวัตถุดิบในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากธรรมชาติอย่างเหลือเฟือ ในขณะที่ ระบบส่งของไทย มีความพร้อมและทันสมัยที่สุด มาเลเซีย มีความต้องการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น

โครงการซื้อขายไฟฟ้า สปป.ลาว ไทย และมาเลเซีย เป็นการนำร่องเพื่อพัฒนาโครงข่ายระบบไฟฟ้าในอาเซียน เป็นการช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานร่วมกันในภูมิภาคนี้อย่างมั่นคงและถาวร

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ไทยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลงทุนระบบส่งเพิ่มแต่อย่างใด เพราะเป็นการซื้อขายไฟฟ้าภายใต้โครงข่ายระบบสายส่งที่มีอยู่เดิม ในขณะที่การส่งไฟฟ้าจาก สปป.ลาวไปมาเลเซียแต่ละครั้งจะต้องตกลงกันล่วงหน้า ก่อนที่จะมีการซื้อขาย จึงทำให้ยุ่งยากในขั้นตอนการปฏิบัติ

แต่เมื่อไทยเป็นศูนย์กลางของระบบส่ง จะทำให้ลดขั้นตอนต่างๆลงได้ และประเทศไทยเองก็จะได้นำทรัพยากรระบบส่งที่มีอยู่ใช้งานอย่างคุ้มค่า ในอนาคต การบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าในอาเซียน จะเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว โดยมี ไทยเป็นศูนย์กลาง ให้สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้ไฟฟ้าในภูมิภาคนี้ให้เกิดความสมดุลและความพอดี

การที่ไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานไฟฟ้าจะเกิดผลดีกับความมั่นคงทางด้านพลังงานในประเทศโดยปริยาย ด้วยความร่วมมือในอาเซียนหรือประชาคมอาเซียนที่มีประชากรรวมกันแล้วกว่า 600 ล้านคน จะสัมฤทธิผลจากความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงร่วมกันด้วย จะต้องขึ้นอยู่กับการนำนโยบายและข้อตกลงร่วมกันไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมชัดเจน

ไทยแลนด์ 4.0 ขับเคลื่อนไปสู่โฉมหน้าใหม่ของเศรษฐกิจในอาเซียน อีอีซีเป็นจุดเริ่มต้นของการค้าและการลงทุน ที่จะประสานประโยชน์และจูงใจให้เกิดการลงทุนในระยะยาว การเริ่มต้นสู่การเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานไฟฟ้าจะเป็นการการันตีความมั่นคงและความยั่งยืนของเศรษฐกิจอาเซียนทั้งในปัจจุบันและอนาคต.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th