วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หยุดเวลาที่ศิริราช 15.52 น. 13 ต.ค.2560

โดย ซูม


15.52 น. ของวันที่ 13 ตุลาคม 2559 จะอยู่ในความทรงจำของ พสกนิกรไทยไปชั่วชีวิต เพราะเป็นเวลาที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 อันเป็นที่รักและเคารพยิ่งของปวงชนชาวไทยเสด็จสู่สวรรคาลัย

พวกเราในแวดวงสื่อมวลชนรับทราบในอีกไม่กี่นาทีหลังจากนั้นและเริ่มระดมสรรพกำลังทุกฝ่ายข่าวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรายงานข่าวที่แม้จะไม่ต้องการรายงานเลย แต่ก็จำเป็นที่จะต้องรายงาน ทันทีที่สำนักพระราชวังออกประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

จนกระทั่งเวลา 18.47 น. โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ จึงได้อ่านประกาศสำนักพระราชวัง ฉบับที่ทำให้หัวใจของคนไทยแทบแหลกสลายฉบับนี้ และในเช้าวันรุ่งขึ้น 14 ตุลาคม 2559 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐกรอบเช้าประจำวันก็อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 ขึ้นปกหน้า 1 เต็มหน้า พร้อมกับพาดหัวด้วยตัวอักษรเพียง 12 ตัวอักษรว่า...

ในหลวงสวรรคต

ตามมาด้วยการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ก่อนจะจบลงด้วยหยดน้ำตาของพสกนิกรที่ไปเฝ้า ณ บริเวณโรงพยาบาลศิริราชแน่นขนัด และจากทุกจังหวัดทั่วประเทศที่ทราบข่าวจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจดังกล่าว

ร่ำไห้อาลัยชูพระบรมฉายาลักษณ์ขึ้นเหนือศีรษะพร้อมกับหันหน้าไปสู่กรุงเทพมหานครและโรงพยาบาลศิริราช

นี่คือส่วนหนึ่งของบันทึกประเทศไทย หลังเวลา 15.52 น. ของวันที่ 13 ตุลาคม 2559

สำหรับเวลา 15.52 น. ของวันที่ 13 ตุลาคม 2560 ครบรอบ 1 ปี แห่งการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของพสกนิกรชาวไทย...เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับเช้าประจำวันที่ 14 ตุลาคม 2560 รายงาน สรุปต่อจากข่าวพาดหัวมีใจความตอนหนึ่งว่า “พสกนิกรทั่วไทยน้ำตาริน ทำบุญถวายอุทิศกุศลแด่ ร.9 ในวันครบรอบสวรรคต 13 ตุลาคม 2560 และสงบนิ่งถวายอาลัยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในเวลา 15.52 น.”

เป็นการสรุปอย่างสั้นๆ แต่สะท้อนให้เห็นภาพที่เกิดขึ้นทั่วประเทศไทย อย่างเด่นชัด สำหรับ 13 ตุลาคมของปีนี้

เมื่อพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ พร้อมใจกันยืนสงบนิ่ง หรือ ทำใจสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที เพื่อน้อมอาลัยและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของ “พ่อแห่งแผ่นดิน” อีกครั้งในเวลาแห่งความทรงจำ

ผมนั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์และร่วมสงบจิตสงบใจ พร้อมกับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงาน “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ที่ศิริราชจัดขึ้น

ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. จนถึง 12.00 น. ผมใช้เวลาอยู่ที่ โรงพยาบาลศิริราช ร่วมกับคณะผู้บริหารไทยรัฐ ที่นำหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับพิเศษฉบับแรก “365 วัน สวรรคต โศกสลดไม่จางหาย” ไปแจกแก่พี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานแน่นขนัดไปหมด

เรานำไปแจกกว่าหนึ่งหมื่นฉบับและหมดลงเพียงครึ่งชั่วโมงเศษๆ แต่เนื่องจากได้นัดหมายที่จะมอบให้แก่ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้บริหารคณาจารย์แพทย์พยาบาลตลอดจนบุคลากรทุกฝ่ายของคณะแพทยศาสตร์ฯ และโรงพยาบาลศิริราชในเวลา 12.00 น. จึงต้องรอเวลาอีกครู่ใหญ่ๆ

ผมใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ด้วยการเดินไปรอบๆบริเวณจัดงาน ซึ่งจะอยู่ ณ ลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

รวมทั้งเดินไปตามตึกต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ที่พระองค์ท่านเสด็จมาประทับรักษาพระอาการประชวรตั้งแต่ วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2557

หลายๆจุดของโรงพยาบาลศิริราชล้วนเป็นที่คุ้นตาของพสกนิกรชาวไทยเพราะเป็นจุดที่เราจะเห็นคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาเข็นรถเข็นพระที่นั่งจากอาคารเฉลิมพระเกียรติผ่านไปตามจุดเหล่านี้ เพื่อไปเสด็จขึ้นรถพระที่นั่งหรือไปลงเรือพระที่นั่งที่ท่าน้ำหลายต่อหลายครั้ง

ยามที่พระองค์เสด็จฯไปทรงงานตามที่ต่างๆ ทั้งที่ทรงมาประทับรักษาพระวรกายแล้วก็ตาม

วันนี้ไม่มีพระองค์ท่านแล้วจริงๆ ไม่มีโอกาสที่จะได้เห็นพระองค์ท่านประทับบนรถเข็นพระที่นั่งในโรงพยาบาลศิริราชอีกแล้ว

เหลือแต่ความทรงจำและความจงรักภักดี ตลอดจนความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ยังคงอยู่ตราบนิจนิรันดร์.

ไทยรัฐร่วมพสกนิกรไทย ส่งใจสู่ฟ้าอาลัยพ่อ

“ซูม”