วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กทม.จมบาดาล ฝนถล่มเละ ถนนกลายเป็นคลอง (คลิป)

55จุดท่วมถึงขั้นวิกฤติ ทั้งรถ-จยย.จอดเสีย!


ฝนถล่มกรุงกลางดึกถึงเช้ามืด ทำถนนหลัก 55 สายจมบาดาล ชาวเมืองหลวงอ่วมกันถ้วนหน้า รถราเสียหายเป็นแถว ถนนหลายสายกลายเป็นคลอง ชวนสยองเหมือนปี 54 ตกเย็นมาตามนัด ตกซ้ำ ท่วมอีก 4 จุด ด้าน “อัศวิน” ขอโทษคนกรุงทำเต็มที่แล้ว แต่ปริมาณฝนหนักเกิน รับปากช่วงงานพระราชพิธีจะทำให้ดีที่สุด ยันไม่ปิดคลองแสนแสบตามข่าวโซเชียล ด้านรอง ผบช.น.ตั้งข้อสังเกต วิภาวดีฯ ดินแดง มีน้ำท่วมสูง ติง กทม.กับตำรวจ ควรทำงานใกล้ชิดกว่านี้ ส่วนอุตุฯบอกตกหนักกว่า ฝนพันปีเมื่อปี 29

ฝนถล่มกรุง ถนนหลายสายกลายเป็นคลอง ให้คิดย้อนถึงเหตุน้ำท่วมใหญ่ปี 54 โดยเมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 14 ต.ค. หลังฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมง ตั้งแต่ดึกวันที่ 13 ต.ค.ต่อเนื่องเกือบเช้ามืดวันที่ 14 ต.ค. ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ รายงานว่าพื้นที่ กทม.มีน้ำท่วมรอการระบายบนถนนสายหลักทั้งหมด 55 จุด

น้ำท่วมหนักเช้าวันหยุด

มีรายงานสภาพถนนหลายสายทั่วกรุงเทพฯ มีสภาพไม่ต่างกัน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ จอดเสียเนื่องจากน้ำเข้าเครื่องยนต์ ขณะที่ประชาชนคนเดินเท้าบางส่วนต่างพับขากางเกง ถอดรองเท้า เดินลุยน้ำที่ท่วมฟุตปาทไปรอรถประจำทางที่ป้ายรถเมล์ โดยมีบรรดาพนักงานกวาดขยะ สำนักงานเขตต่างๆในพื้นที่มีน้ำท่วมขัง เร่งเก็บขยะที่อุดตามท่อระบายน้ำ ให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างสะดวก มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรมาคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร รวมทั้งจิตอาสาคอยประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถระมัดระวังในการใช้เส้นทางในช่วงที่มีน้ำขังลึก อย่างไรก็ตาม น้ำที่ท่วมขังจากฝนตกหนักส่งผลให้การจราจรติดขัด รถเล็กสัญจรด้วยความลำบาก โชคดีที่เป็นช่วงเช้าวันเสาร์เป็นวันหยุดราชการ ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากนัก

ถนนวิภาฯเป็นคลองเหมือนปี 54

กระทั่งเวลา 09.00 น. การจราจรตามเส้นทางต่างๆยังคงมีรถติดสะสมจำนวนมาก อาทิ ถนนศรีอยุธยา ถนนพระราม 6 ถนนรัชดาภิเษก ถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า ช่วงแยกสุทธิสารถึงดินแดง ถนนวิภาวดีรังสิตขาออกตั้งแต่ดินแดงถึงห้าแยกลาดพร้าว มีน้ำท่วมขังเป็นระยะ มีปริมาณรถสะสมเคลื่อนตัวได้ช้า ส่วนบริเวณหน้า นสพ.ไทยรัฐ มีน้ำท่วมทุกช่องจราจรใช้ได้ช่องทางเดียวคือช่องขวาสุด เนื่องจากเป็นจุดที่มีน้ำท่วมระดับที่ต่ำกว่าช่องทางอื่น ขณะที่ช่องทางวิภาวดีรังสิตฝั่งขาเข้า รวมทั้งด้านบนโทลล์เวย์ทางลงสุทธิสารการจราจรติดขัดหยุดนิ่งเนื่องจากรถไม่สามารถเคลื่อนตัวไปได้ ทำให้ผู้โดยสารที่สัญจรบางส่วนตัดสินใจลงมาซื้อหาอาหารทานในช่วงเช้า บางรายลงมาถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือเก็บภาพเหตุการณ์ รายงานผ่านโลกโซเชียลเนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้มีสภาพไม่ต่างจาก เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554

บางคนยืนเฝ้ารถเสียตั้งแต่ตี 3

จุดที่น้ำท่วมหนักอีกแห่ง คือปากซอยถนนวิภาวดีรังสิต ซอย 20 (ซอยทรงสะอาด) ตั้งแต่หน้าปั๊มน้ำมันซัสโก้ไปจนถึงซอยถนนวิภาวดีรังสิต 16 หรือซอยโชคชัยร่วมมิตร น้ำท่วมขังสูง รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ทำให้มีรถติดจำนวนมาก ตลอดเส้นทางตั้งแต่หน้าปั๊มน้ำมันซัสโก้มีรถยนต์ส่วนบุคคลที่พยายามวิ่งลุยน้ำจนเครื่องดับจอดเสียหลายคัน บางคันน้ำท่วมเข้าด้านในจนเสียหาย บางคันโดนแรงน้ำกระแทกจนสเกิร์ตด้านหน้าหลุดออกมาทั้งอัน จากการสอบถามประชาชนที่รถเสียและยืนเฝ้ารถรอให้น้ำลดระดับเพื่อลากรถเข้าอู่ บอกว่าอยู่เฝ้ารถตั้งแต่เวลา 03.00 น. ผ่านไปนานกว่า 6 ชม. ยังไม่สามารถเอารถออกมาจากถนนที่มีน้ำท่วมขังได้ เพราะระดับน้ำลดลงเพียง 10 ซม.เท่านั้น

ท่วมที่จอดรถชั้นใต้ดินคอนโด

มีรายงานว่า ฝนที่ตกหนักจนระบายไม่ทัน น้ำฝนได้ไหลเข้าไปท่วมลานจอดรถชั้นใต้ดิน คอนโดแห่งหนึ่ง ในซอยพหลโยธิน 8 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. กว่า 20 คัน สอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอนโดแห่งนี้ กล่าวว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้น้ำท่วมถนนหน้าคอนโด แล้วล้นข้ามเนินที่หน้าคอนโดไหลลงไปยังลานจอดรถชั้นใต้ดิน ทำให้รถของผู้ที่พักอาศัยในคอนโดที่จอดอยู่ชั้นใต้ดินถูกน้ำท่วมสูงครึ่งคัน เสียหายประมาณ 20 คัน ขณะนี้ได้เร่งระบายน้ำออกจนเกือบหมด

เจ้าของรถแจ้งตำรวจยื่นประกัน

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันแล้ว 9 คน แบ่งเป็นแจ้งเพื่อนำไปยื่นกับบริษัทประกันภัย 8 คน และผู้ไม่มีประกันภัยอีก 1 คน หากผู้เสียหายต้องการดำเนินคดีกับทางคอนโดนั้น สามารถดำเนินคดีทางแพ่งได้ แต่ทั้งนี้ต้องดูว่าทางคอนโดได้มีสัญญาหรือมาตรการป้องกันดูแลในกรณีดังกล่าวหรือไม่ หรือมีมาตรการชดใช้ค่าเสียหายหรือการแก้ไขปัญหา อย่างไร แต่เหตุการณ์น้ำท่วมนี้เป็นเหตุธรรมชาติไม่มีใครสามารถรู้ล่วงหน้าได้หรือเป็นเหตุสุดวิสัย

จยย.รับจ้างโขกเพิ่ม 5 บาท

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเวลา 11.30 น. แม้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มลดลง เช่น ซอยหลังช่อง 7 สี แต่การเดินทางของประชาชนยังคงเป็นไปด้วยความขลุกขลัก และยังพบจักรยานยนต์รับจ้างจากสถานีรถไฟฟ้าหมอชิตบางคัน รับผู้โดยสารมาหลังช่อง 7 ขอเพิ่มเงินค่าโดยสารอีก 5 บาท จากเดิม 10 เป็น 15 บาท ทั้งๆที่น้ำลดแล้ว

ถนนเส้นอื่นๆก็ไม่ต่างกัน

ด้านถนนพหลโยธิน ขาเข้าตั้งแต่ห้าแยกลาดพร้าว มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ปริมาณรถเยอะ มีชะลอตัวช่วงแยกสะพานควายเนื่องจากยังมีน้ำ ท่วมขังสูงเลยฟุตปาทช่วงปากซอยพหลโยธิน 8 (ซ.สายลม) ทั้งขาเข้าและขาออก ระยะทาง 300 เมตร รถเล็กใช้ได้เลนขวาสุดเท่านั้น ช่วงสถานีรถไฟฟ้าสนามเป้า ถึงหน้าสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เช่นเดียวกับถนนดินแดงขาเข้ามุ่งหน้าอนุสาวรีย์-ชัยฯ ตั้งแต่แฟลตดินแดงจนถึงแยกสามเหลี่ยมดินแดง จนถึงตัดถนนราชปรารภ มีน้ำท่วมขังเลยฟุตปาท รถเล็กใช้ได้เพียงเลนขวาสุดเท่านั้น มีรายงานข่าวอีกว่า บริเวณแยกโบสถ์แม่พระ เป็นอีกจุดที่วิกฤติ รถเล็กไม่สามารถใช้เส้นทางผ่านแยกได้ กลางแยกมีน้ำท่วมถึงหัวเข่า ทำให้รถเล็กที่หลงเข้ามาจอด เสียเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงรถที่จอดอยู่ตามซอยต่างๆ ที่ไม่ทันตั้งตัวถูกน้ำท่วมครึ่งคันรถ

ตกสายหลายเส้นคลายวิกฤติ

เมื่อเวลา 11.00 น. สำหรับบรรยากาศน้ำท่วมภายในซอยสุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย เจ้าหน้าที่เขตได้เร่งระบายน้ำที่ท่วมขังปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถใช้เส้นทางสัญจรได้ตามปกติ ขณะที่การจราจรชะลอตัวเคลื่อนตามกันได้ไม่มีท้ายสะสม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งระบายรถกันอย่างต่อเนื่อง พ.ต.ท.วสุ เชื้อพุทธ รอง ผกก.จร.สน.ทองหล่อ เผยว่า สำหรับเส้นทางจราจรนั้นมีน้ำท่วมขังในหลายจุดบนเส้นสุขุมวิทจากเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา ขณะที่ในหลายเส้นทางปริมาณน้ำท่วมขังลดลงแล้ว ยังเหลือการรอระบายน้ำที่ท่วมขังช่วงบริเวณซอยทางลัดสุขุมวิท 21 และ 23 ที่จะไปทะลุซิโนทัย ทาวเวอร์ ซอยอโศก แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ยังมีปริมาณน้ำท่วมขังระดับฟุตปาทอยู่ สภาพการจราจรโดยรอบรถยนต์และรถ จยย. สามารถใช้เส้นทางได้ตามปกติ แต่ยังชะลอตัวเคลื่อนตามกันได้

“อัศวิน” ขอโทษคนกรุงทำเต็มที่แล้ว

ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมคณะเดินทางมาดูการระบายน้ำด้านหน้าสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ถนนวิภาวดีรังสิต ด้านขาออก 1 ใน 5 จุดวิกฤติน้ำท่วมสูง โดย พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ต้องเรียนพี่น้องประชาชน เมื่อคืนที่ผ่านมา มีฝนตกตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. จนถึงประมาณ 04.00 น. เฉลี่ยทั่วกรุงเทพมหานคร ปริมาณ 200 กว่ามิลลิเมตร พอฝนตกเยอะ ทำให้การระบายน้ำช้าลงถึงแม้จะมีอุปกรณ์ครบครัน แต่ปริมาณน้ำมีค่อนข้างที่จะมาก ต้องยอมรับว่าระบายไม่ทัน ตั้งแต่หลังเวลา 04.00 น.เป็นต้นมา พบว่ามีทั้งหมด 55 จุดที่ประสบวิกฤติมีน้ำท่วม กระทั่งเวลา 09.00 น. เหลือประมาณ 30 จุด เวลา 11.00 น. เหลือ 16 จุด ตอนนี้เหลือ 5 จุด ส่วนที่หน้ากรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ยังมีน้ำอยู่บนผิวการจราจรอยู่นั้น เป็นน้ำที่ออกมาจากด้านในซึ่งเป็นแก้มลิง จุดที่ 2 บริเวณแยกมิตรไมตรี จุดที่ 3 ห้วยขวาง จุดที่ 4 เขตภาษีเจริญ และซอยเพชรเกษม 37 อย่างที่เห็นน้ำที่อยู่บนพื้นผิวการจราจร ระบายไปหมดแล้ว ยังคงเหลือแต่น้ำที่ไหลออกมาจากแก้มลิง ฝากขอโทษไปยังพี่น้องประชาชน เราได้ทำเต็มที่แล้วแต่เหตุมันวิกฤติจริงๆ ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ

จับตา “ขนุน” เชื่อไม่กระทบ

ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวต่อว่า ในส่วนของน้ำที่จะมีผลกระทบกับกรุงเทพมหานคร มีอยู่ 3 อย่าง ประกอบไปด้วยน้ำเหนือ น้ำฝน และน้ำหนุน ช่วงนี้น้ำทะเลหนุนขึ้นสูง 1.15 เมตร สูงขึ้นจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และจะขึ้นสูงสุดในวันที่ 17 และ 18 ต.ค. ประมาณ 1 เมตร 40 เซนติเมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ในส่วนของน้ำเหนือที่เขื่อนเจ้าพระยาก็ปล่อยอยู่ที่ 2,500-2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จุดวัดน้ำที่บางไทรปล่อยอยู่ที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งที่นี่จะรับน้ำได้ถึง 3,500 ลูกบาศก์เมตร แต่ขณะนี้อยู่ที่ 2,300 ไม่เกิน 2,400 ลูกบาศก์เมตร แต่จะมีผลกระทบกับคนกรุงเทพฯคือผู้ที่อาศัยอยู่นอกคันกั้นน้ำ ที่มีอยู่ 18 ชุมชน ประมาณ 430 ครอบครัว ครอบคลุม 10 สำนักงานเขตริมแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อวานนี้ได้ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำให้ขนของขึ้นที่สูง เพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยลง ขณะนี้ กทม.ได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของพายุ “ขนุน” ที่ กำลังจะลงจากฝั่งตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ มายังทะเลจีนใต้ คาดว่าคืนนี้จะขึ้นฝั่งที่เกาะไหหลำ ผลกระทบที่จะเกิดกับกรุงเทพมหานคร หรือประเทศ ไทยมีไม่มาก ถ้าจะมีผลกระทบบ้างก็ในพื้นที่ภาคอีสาน

ช่วงพระราชพิธีจะทำให้ดีที่สุด

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวอีกว่า ส่วนการระบายน้ำในส่วนของอุโมงค์บางซื่อ เมื่อวานนี้ได้เปิดให้ทำงานเพียง 1 ตัว เพราะปริมาณน้ำไม่มาก แต่ถึงตอนนี้ได้เปิดทำงานครบทั้ง 5 ตัว คาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่นาน จากที่พบบริเวณประตูน้ำบางซื่อบางตัวยังเปิดใช้งานไม่ได้ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำระบายช้าลง สำหรับในช่วงที่มีพระราชพิธีหากมีฝนตกลงมาอีก จะพยายามระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด จะห้ามไม่ให้ฝนตกก็คงจะไม่ได้ เมื่อคืนที่ผ่านมาบริเวณสนามหลวง มีน้ำท่วมเกือบหัวเข่าแต่ช่วง 6 โมงเช้าก็แห้ง พยายามทำให้ดีที่สุดในจุดที่เป็นจุดสำคัญของประเทศ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้หมด ฝากถึงพี่น้องประชาชนว่าทางกรุงเทพมหานครกำลังทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้สถานการณ์ทั้งหมดกลับคืนสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุด

น้ำท่วม 55 จุด แห้งเกือบหมด

หลังจากนั้นคณะผู้ว่าฯ กทม. ได้เดินทางไปตรวจจุดที่ยังมีน้ำท่วมขังบริเวณหน้าสถานีโทรทัศน์ พีพีทีวี ถนนวิภาวดีรังสิตด้านขาเข้าอีก 1 จุด พล.ต.อ.อัศวิน เปิดเผยเพิ่มเติมอีกครั้งว่า กทม.ได้เร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ต่อเนื่องตลอดทั้งคืน อย่างไรก็ตาม ด้วยปริมาณน้ำฝนที่มากถึง 214.5 มม. ถือว่าอยู่ในระดับวิกฤติ จึงมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร รายงานน้ำท่วมขังทั้งหมด 55 จุด เจ้าหน้าที่ กทม. ได้ระดมกำลังเข้าแก้ไขสถานการณ์ ทำให้ขณะนี้น้ำแห้งเกือบทุกจุดแล้ว คงเหลือเฉพาะบางจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง เช่น ถนนวิภาวดี ฝั่งขาเข้า ถนนเพชรเกษม ถนนอโศกมนตรี ถนนเอกมัย จะเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่องจนกว่าน้ำจะแห้งหมดทุกจุดและกลับสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ ได้กำชับให้ผู้อำนวยการเขตทุกเขตตรวจสอบสภาพพื้นที่พร้อมเร่งแก้ไขปัญหา และให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วน

ยันไม่ปิดคลองแสนแสบ

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวอีกว่า สำหรับการบริหารจัดการน้ำเหนือที่จะไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ได้ลงพื้นที่ตรวจระดับน้ำและเตรียมความพร้อมของพื้นที่ริมแม่น้ำโดยทางเรือ เมื่อวันที่ 12 ต.ค. พบระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งรับน้ำเหนือที่กรมชลประทาน ระบายเข้าสู่พื้นที่ กทม. ในอัตรา 2,600 ลบ.ม.ต่อวินาที ยังอยู่ต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำของกรุงเทพมหานครมากกว่า 1 เมตร ส่วนชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ 18 ชุมชน ในพื้นที่ 10 เขต รวม 430 หลังคาเรือน ที่จะได้รับผลกระทบ ได้เตรียมการช่วยเหลือในด้านต่างๆไว้แล้ว เช่น วางกระสอบทรายในแนวฟันหลอ การสร้างสะพานไม้เป็นทางเดินเข้าออกชุมชน และแจ้งเตือนให้เฝ้าระวัง เป็นต้น ส่วนกรณีกระแสข่าวในสื่อออนไลน์ จะปิดคลองแสนแสบเพื่อระบายน้ำเหนือนั้น ยืนยันไม่เป็นความจริง เนื่องจากการระบายน้ำเหนืออาศัยการระบายน้ำผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นหลัก กรุงเทพมหานครและกรมชลประทาน ได้ประสานงานกันอยู่ตลอด ขอให้มั่นใจ และสามารถติดตามข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริงจากกรุงเทพมหานคร รวมทั้งแจ้งปัญหาน้ำท่วมได้ที่ ID Line : @ bkk_ best , www.facebook.com/bkk.best ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม โทร.0-2248-5115 หรือสายด่วน กทม.1555

สั่งเข้มรับมืองานพระราชพิธี

ขณะที่นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัด กทม. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำฝนในช่วงเดือนตุลาคมและช่วงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพว่า คาดการณ์เดือนตุลาคมนี้ยังคงมีฝนตกอยู่ ในส่วนของพื้นที่ท้องสนามหลวง โดยเฉพาะช่วงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ กทม.ได้เพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ พร้อมจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว หรือหน่วยเบสเตรียมพร้อมตลอดเวลา หากเกิดกรณีมีน้ำขังบนถนนรอการระบาย จะเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง ปริมาณน้ำยังอยู่ในระดับที่เขื่อนกั้นน้ำรับได้ และไม่กระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ

ตั้งข้อสังเกตเหตุวิภาฯน้ำท่วมสูง

เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. กล่าวว่า หลังจากมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืนวันที่ 13 ต.ค. ต่อเนื่องวันที่ 14 ต.ค. ทำให้หลายพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ มีปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายเต็มผิวการจราจร ตั้งแต่เวลา 02.00-06.00 น. รถเล็กผ่านไม่ได้ ได้แก่ ถนนกำแพงเพชร 4 ถนนงามวงศ์วาน ถนนดินแดง หน้าโรงเรียนประชาสงเคราะห์ ถนนสุทธิสาร ถนนนิคมมักกะสัน ถนนห้วยขวาง ถนนประดิพัทธ์ ถนนพระราม 4 ถนนสุขุมวิท ซอย 22, 24, 26 ซอยเอกมัย ถนนพหลโยธิน หน้า สน.บางซื่อ ถนนพัฒนาการ ถนนเพชรบุรี ตั้งแต่วิทยุเหนือ-ประตูน้ำ ถนนอโศกมนตรี ถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่แยกรัชโยธิน-แยกรัชดาลาดพร้าว ถนนราชปรารภ ถนนประชาอุทิศ แต่ละเส้นทางระดับน้ำลดลงเวลา 10.00-12.30 น. ส่วนกรณีที่ถนนวิภาวดีฯ ดินแดง มีปัญหาน้ำท่วมสูง ตั้งข้อสังเกตว่า กทม.ถมคูคลองริมถนนวิภาวดีเป็นที่รับน้ำเพื่อระบายลงสู่บึงมักกะสัน โดยวางท่อระบายน้ำแทนเพื่อปรับเป็นผิวจราจรบริเวณแยกมิตรไมตรีตัดใหม่ น้ำอาจจะไหลไม่ทันจึงเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง อยากจะให้ตรวจสอบจุดนี้ด้วย

ติง กทม.ต้องใกล้ชิดตำรวจกว่านี้

รอง ผบช.น. กล่าวว่า สำหรับแผนรองรับปัญหาฝนตก น้ำท่วมขัง ในช่วงงานพระราชพิธีฯ สั่งการให้ทุก สน.เตรียมแผนเผชิญเหตุกรณีมีฝนตกน้ำท่วม โดยใช้ข้อมูลของวันนี้ เช่น จะต้องติดป้ายเตือนล่วงหน้าเป็นระยะก่อนถึงจุดน้ำท่วม เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบ และแนะนำเส้นทางเลี่ยงประกอบการตัดสินใจวางแผนการเดินทาง นอกจากนี้ ให้จัดเตรียมกำลังตำรวจจราจร รถยก หน่วยตำรวจช่าง พร้อมช่วยเหลือตลอด 24 ชม. หากจุดไหนมีน้ำท่วมตำรวจจราจรต้องไปยืนประจำจุดนั้น เพื่อคอยดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ในส่วนของ บก.02 จะต้องเป็นแม่ข่ายส่งข้อมูลให้กับ สน.ต่างๆ และออกสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านทุกช่องทางเพื่อแจ้งเตือนทุกๆ 1 ชม. ให้เห็นถึงความเคลื่อนไหว รวมถึงประสานกับ กทม. ส่งเจ้าหน้าที่ประจำจุดเครื่องสูบน้ำเตรียมพร้อมเสมอ และถ้าเป็นไปได้อยากจะขอกุญแจสำรองเข้าไปเปิดเครื่องได้ทันที การทำงานระหว่างกรุงเทพมหานครกับตำรวจ อยากให้ใกล้ชิดมากกว่านี้

ตม.แจ้งเตือนเผื่อเวลาบิน

พ.ต.อ.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ รรท.ผบก.ตม.2 กล่าวว่า สั่งการเจ้าหน้าที่ ตม.ทั้งสุวรรณภูมิและดอนเมือง ประสานกับสายการบิน ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางที่ประสบเหตุล่าช้า ให้เข้ารับการตรวจด้วยความรวดเร็วเป็นกรณีพิเศษ โดยจัดช่องทางพิเศษไว้ให้ รวมถึงสนามบินอื่นๆที่อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ด้วย นอกจากนั้น รรท.ผบก.ตม.2 ได้ฝากประชาสัมพันธ์ ถึงพี่น้องประชาชน คณะทัวร์ ให้เผื่อเวลาสำหรับการเดินทางในช่วงนี้ไว้ก่อนกำหนดเครื่องออก ราว 3 ชั่วโมง เนื่องจากต้องออกบัตรที่นั่ง โหลดสัมภาระ จากสายการบิน การตรวจวัตถุต้องสงสัยตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยจากการท่าฯ และตรวจหนังสือเดินทางจาก ตม.ก่อนขึ้นเครื่อง

รองโจ๊กบริการ นทท.กลัวตกเครื่อง

บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รอง ผบช.ทท. นำกำลังช่วยอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวในพื้นที่น้ำท่วมย่านห้วยขวาง ดินแดง และประชาสงเคราะห์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเที่ยวบินตกเครื่อง โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวกร่วมกับตำรวจท้องที่ในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง สน.ดินแดง โดยเฉพาะจุดที่หน้าสถานทูตจีน มีน้ำรอการระบาย สูงตั้งแต่ 10- 30 ซม. สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นภาวะฉุกเฉิน อีกทั้งในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง มีโรงแรม มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาพักเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ช่วงเช้ามีการส่งรถเข้ามารับเพื่อนำไปส่งตามสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะท่าอากาศยาน เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวไปถึงล่าช้ากว่ากำหนดการเดินทาง

รบ.แจงอย่าเชื่อข่าวลือปล่อยน้ำ

อีกด้านหนึ่ง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลในโซเชียลมีเดียว่า จะมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพลลงแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านคลองแสนแสบ ลงสู่แม่น้ำบางปะกง และจะทำให้น้ำท่วม กทม.ว่า ไม่เป็นความจริง เป็นข้อมูลที่มีการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ toptenthailand ตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 ต.ค.54 ไม่ควรแชร์ส่งต่อกันจนเกิดความตื่นตระหนก ส่วนผู้ที่จงใจเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายได้ ทั้งนี้ กรมชลประทานยืนยัน ได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ปิดการระบายน้ำของเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.60 เป็นต้นมา ขณะนี้ยังปิดอยู่ นอกจากนี้เขื่อนภูมิพลยังสามารถรับน้ำได้อีกร้อยละ 30 ของความจุ จึงไม่ใช่เหตุผลที่จะปล่อยน้ำออกจากเขื่อนในช่วงนี้ สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ กทม. หลายจุด เกิดจากฝนที่ตกหนักจากอิทธิพลของร่องความกดอากาศต่ำหรือร่องฝนพาดผ่าน เจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่เพื่อให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ หรือจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด หรือตื่นตระหนกกับข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง

ทำเนียบฯอ่วมน้ำท่วมเจิ่ง

มีรายงานด้วยว่า บริเวณทำเนียบรัฐบาล ก็ไม่พ้นน้ำท่วมขังเช่นกัน เนื่องจากน้ำในคลองผดุงกรุงเกษมด้านข้างทำเนียบรัฐบาลมีปริมาณมาก ระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ทัน น้ำฝนที่ตกลงมาในทำเนียบฯไม่สามารถระบายออกได้ ส่งผลให้น้ำเอ่อนองถนนด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า และตึกสันติไมตรี รวมถึงบริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินของตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) และตึกสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ล่าสุดช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งระบายน้ำออกหมดแล้ว แต่ถ้าคืนนี้ฝนตกลงมาหนักอีก อาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำได้ มีการสั่งเฝ้าระวัง และเร่งระบายน้ำออกจากคลองผดุงกรุงเกษมไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

อุตุบอกหนักว่าฝนพันปี

วันเดียวกัน นายชัยชาญ สิทธิวรนันท์ หัวหน้าเวรพยากรณ์อากาศประจำวัน สำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า เมื่อเช้ามืดของวันที่ 14 ต.ค. ฝนตกหนักกรุงเทพฯและปริมณฑล เกิดจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีน มวลอากาศเย็นแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนเป็นระยะๆ ร่องมรสุมได้เลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และในช่วงเย็นของวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา มรสุมได้เคลื่อนตัวจาก จ.นครราชสีมา เข้า จ.ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายก ปกคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ปะทะเมฆฟ้าครึ้มทั้งวันอยู่แล้ว และเมฆพัฒนาเป็นฝนตกหนัก ประกอบกับมีความกดอากาศสูง ทำให้ฝนเคลื่อนตัวช้า ตกหนักนาน มีปริมาณน้ำสะสมท่วมขังหลายพื้นที่ วัดปริมาณฝนจากสถานีคลองเตย วัดได้ 199.3 มม. สถานีวัดปริมาณน้ำฝนศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 188.3 มม. และสถานีวัดปริมาณน้ำฝน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 114.3 มม. ในกรุงเทพฯและปริมณฑลถือว่าตกหนักมากที่สุด นับตั้งแต่เกิด “ฝนพันปี” ในปี 2529 สมัย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ตำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.

ฝนตกต่อเนื่องไปถึง 20 ต.ค.

หัวหน้าเวรพยากรณ์อากาศประจำวันกล่าวอีกว่า ในช่วงวันที่ 14-20 ต.ค. บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง มีฝนฟ้าคะนองและตกหนักบางแห่งร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระวังน้ำท่วมขังและลมกระโชกแรง แต่อย่างไรก็ตามช่วงนี้ประเทศไทย กำลังเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว มีความแปรปรวนของสภาพอากาศ อาจจะเกิดฝนตกหนักได้ในหลายพื้นที่ และคาดว่าสิ้นเดือน ต.ค.นี้จะเข้าสู่ฤดูหนาว ส่วนพายุโซนร้อน “ขนุน” (KHANUN) ปกคลุมด้านตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำ ประเทศจีน และประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 15-17 ต.ค. ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในระยะ 1-2 วันนี้

เย็นตกตามนัด ท่วม 4 จุด

ต่อมาเวลา 17.00 น. ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ รายงานว่า พื้นที่กรุงเทพฯ เกิดฝนตกปานกลางถึงหนัก ปกคลุมพื้นที่บริเวณตอนล่างฝั่งธนบุรี และฝั่งพระนคร ต่อเนื่องเขตดอนเมือง หลักสี่ จตุจักร บางกะปิ บึงกุ่ม สวนหลวง บางแค หนองแขม บางบอน พระโขนง บางนา กระทั่งเวลา 18.30 น. ฝนเล็กน้อยสลับปานกลาง พื้นที่เขตสายไหม บางเขน ราชเทวี ดินแดง ห้วยขวาง ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา ปริมาณฝนสะสมสูงสุดวัดได้ที่เขตพระโขนง 69.5 มิลลิเมตร เขตบางนา 69 มิลลิเมตร ทั้งนี้ เมื่อเวลา 18.15 น. ศูนย์ฯ ได้รับรายงานมีน้ำขังรอการระบาย 4 จุด สูงตั้งแต่ 5-15 ซม. กว้างตั้งแต่ 1 เลน ไปจนเต็มผิวจราจร ประกอบด้วยถนนพหลโยธิน บริเวณวงเวียนบางเขน ถนนแจ้งวัฒนะ หน้าร้านแม็กแวลู่-วงเวียนบางเขน ถนนหมู่บ้านเศรษฐกิจ ช่วงคลองรางจาก-วงเวียน 1 และถนนพัฒนาการ หน้าตึกทรู

ถนนชัยนาทถูกกัดเซาะ

ที่ จ.ชัยนาท นายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผวจ.ชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจความเสียหายถนนถูกน้ำกัดเซาะทรุดตัวยาวกว่า 150 เมตร ที่หมู่ 5 บ้านท้องคุ้ง ต.ตลุก อ.สรรพยา เทศบาลฯ ได้สั่งการปิดการจราจรเพื่อความปลอดภัย และรอการซ่อมแซมหลังน้ำลด ด้านนายประภาส วันเดีย นอภ.สรรพยา เปิดเผยว่า เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำอยู่ที่ 2,607 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้พื้นที่ อ.สรรพยา ประสบปัญหาน้ำท่วมจำนวน 7 ตำบล บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบถูกน้ำท่วม 1,717 หลังคาเรือน ประชาชนเดือดร้อนกว่า 4 พันคน บริเวณน้ำท่วมสูงสุดคือ ชุมชนวัดมะปราง ต.โพนางดำออก ระดับน้ำสูงประมาณ 70 ซม. ชาวบ้านขนย้ายข้าวของพักอาศัยชั่วคราวบริเวณถนนคันคลองมหาราช ได้ประสานป้องกันภัยจังหวัดนำรถน้ำดื่มมาให้บริการ

สุพรรณนํ้าเข้าเมือง

ที่ จ.สุพรรณบุรี น้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนตั้งแต่หน้าประตูระบายน้ำโพธิพระยา อ.เมือง ไปถึงประตูระบายน้ำบางยี่หน อ.บางปลาม้า ระยะทาง 25 กม. ถนนสายบางปลาม้า - สุพรรณบุรี น้ำท่วมสูง 50-70 ซม. บ้านเรือนประชาชนใน ต.ท่าระหัด ต.ทับตีเหล็ก ต.โพธิพระยา ต.รั้วใหญ่ ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง และ ต.ต้นคราม ต.โคกคราม ต.จรเข้ใหญ่ ต.บ้านแหลม อ.บางปลาม้า ได้รับผลกระทบกว่า 3 พันหลัง ในเขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี บริเวณหน้าตลาดสด ระดับน้ำใกล้จะล้นเขื่อนกั้นน้ำ และน้ำไหลทะลักเข้าตามท่อระบาย ท่วมถนนหลายสายในตัวเมือง ป้องกันภัยจังหวัดและเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 25 เครื่อง มาสูบน้ำออกตลอดเวลา ส่วนที่ประตูระบายน้ำโพธิพระยา ระบายอยู่ที่ 253.30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น 3-5 ซม. ส่วนที่ท้ายน้ำหน้าประตูระบายน้ำบางสาม อ.สองพี่น้อง ได้เปิดบานประตูระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

ที่ จ.อ่างทอง น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลผ่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดระดับน้ำเลยจุดวิกฤติ วัดที่สถานีวัดระดับน้ำ C7A หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง อยู่ที่ 8.75 เมตร เหลืออีกเพียง 57 ซม. จะสูงเท่าแนวพนังเขื่อนกั้นน้ำ เทศบาลเมืองอ่างทอง ระดมเจ้าหน้าที่ร่วมกับพลังมวลชนกรอกกระสอบทรายเตรียมนำไปเสริมแนวคันกั้นน้ำ และอุดรอยรั่วซึมตามแนวพนังกั้นน้ำ ขณะที่ว่าที่ ร.ท.อรรถชล ทรัพย์ทวี นอภ.ไชโย ลงเรือตรวจสอบจุดเสี่ยงตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และเยี่ยมประชาชนนอกเขตคันกั้นน้ำ ต.หลักฟ้า จำนวนกว่า 30 ครอบครัวที่ถูกน้ำท่วม ขณะที่เจ้าหน้าที่สร้างพนังป้องกันน้ำท่วมตั้งแต่วัด ปทุมวนาราม ถึงวัดสระเกษ ระยะทางกว่า 500 เมตร

ตลาดหัวรอทำพนัง

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายเรวัต ประสงค์ รอง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เขื่อนเจ้าพระยาได้ระบายน้ำออกมาจำนวนมาก ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย คือ อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ และ อ.บางไทร ส่วนเขื่อนพระรามหก ปล่อยน้ำออกมาเช่นกันจนปริ่มเกือบล้นตลิ่ง ได้ประสานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาอยุธยา แจ้งเตือนเจ้าของเรือที่แล่นผ่านให้ชะลอความเร็ว มิฉะนั้นจะจับกุมมีโทษปรับ 5 พันบาท ขณะที่ว่าที่ ร.ต.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลพระนครศรีอยุธยา แจ้งเตือนประชาชนบริเวณตลาดหัวรอ หน้าพระราชวังจันทรเกษม (ตลาดกลางคืนริมแม่น้ำลพบุรี) ทำพนังป้องกันน้ำท่วม และขอให้ชาวเรือรับนักท่องเที่ยวที่แล่นผ่านหน้าพระราชวังจันทรเกษม และหน้าวัดพระเมรุ ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่ตลาดหัวแหลม หยุดให้บริการนักท่องเที่ยวเนื่องจากน้ำท่วมสูงเกือบถึงสะพาน เพื่อป้องกันอันตราย

เขื่อนป่าสักยกระดับธง

ส่วนที่วัดไทรน้อย ต.บางบาล อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา น้ำท่วมโบสถ์ เมรุเผาศพ และบริเวณวัด ระดับน้ำสูงประมาณ 1.50 เมตร ขณะที่นายวิชา ใจกล้า นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลมหาพราหมณ์ อ.บางบาล นำเจ้าหน้าที่เทศบาลไปสร้างคันดินกั้นน้ำที่บ้านหมู่ 1 ต.สะพานไทย อ.บางบาล เพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชน

ด้านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ได้ยกระดับการแจ้งเตือนภัยโดยเปลี่ยนจากธงเขียวเป็นธงเหลือง แสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวัง หากยังมีฝนตกเพิ่มในพื้นที่รับน้ำตอนบนของเขื่อน อาจต้องเพิ่มการระบายน้ำตามความเหมาะสม จะส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำป่าสัก ตั้งแต่ จ.ลพบุรี จ.สระบุรี ต่อเนื่องถึงเขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา จนถึงจุดบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จะมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

บางระกำชํ้าหนัก

ที่ จ.พิษณุโลก นายชำนาญ ชูเที่ยง ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่การระบายน้ำแม่น้ำยมจาก จ.สุโขทัย ปัจจุบันปริมาณน้ำในแม่น้ำยมสายเก่าและคลองน้ำไหล ทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง การระบายน้ำในพื้นที่ลงสู่แม่น้ำยม ผ่านทางคลองเมม-คลองบางแก้ว ลงสู่ประตูระบายน้ำบางแก้ว ช้ามาก เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำยมสายหลักที่ไหลผ่าน อ.บางระกำ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเอ่อล้นตลิ่ง ส่วนที่สถานีวัดน้ำ Y.64 อ.บางระกำ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 915 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือประตูน้ำคลองบางแก้ว เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขอให้พื้นที่ในเขตโครงการ ฯ ยมน่าน ตั้งแต่ ต.ไกรใน ต.ดงเดือย ต.บ้านใหม่สุขเกษม อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย และต.หนองแขม ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม ต.บ้านกร่าง อ.เมือง และ ต.ชุมแสงสงคราม ต.ท่านางงาม ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เฝ้าระวังภาวะน้ำเอ่อล้นตลิ่ง และท่วมถนน

วันเดียวกัน พระอำนาจ จันทวัณโณ เจ้าอาวาสวัดจันทร์นิมิตร หมู่ 2 ต.บ้านโตก อ.เมืองเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยกลุ่มจิตอาสาศิษย์วัดจันทร์ อาสาสมัครร่วมกตัญญู ต.ท่าพล อ.เมืองเพชรบูรณ์ อาสาสมัครร่วมกตัญญู อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ นำข้าวสารอาหารแห้งและยารักษาโรคไปแจกจ่ายที่บริเวณชุมชนที่อยู่เชิงสะพานข้ามแม่น้ำยม บ้านวังกุ่ม หมู่ 15 ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ที่ได้รับผลกระทบน้ำในแม่น้ำยมเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนจำนวน 29 หลัง โดยบ้านชั้นเดียวถูกน้ำท่วมจมเกือบมิดหลังคาจำนวน 5 หลัง ชาวบ้านต้องใช้เรือท้องแบนสัญจร นอกจากนี้คณะนำข้าวสารอาหารแห้งและยารักษาโรคจำนวน 350 ชุด ไปแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านกรุงกรัก หมู่ 2 ต.ท่านางงาม หมู่ 11 ต.วังอิทก อ.บางระกำ

ที่ จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำในคลองบางพระหลวง คลองสาขาของแม่น้ำน่าน เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ หมู่ 2 ต.บางพระหลวง อ.เมืองนครสวรรค์ บางจุดระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร บ้านเรือนได้รับผลกระทบกว่า 40 หลัง ชาวบ้านบางครอบครัวอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย นอกจากนี้น้ำในคลองบางเคียน ล้นตลิ่งท่วมถนนสายบางพระหลวง-ท่าดินแดง กม. 2 ถึง กม.9 หลายจุด ระดับน้ำสูงกว่า 30 ซม. รถเล็กไม่สามารถแล่นผ่านได้