วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
น้ำท่วมพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ชัยนาท-สิงห์บุรี ยันไม่หนักเท่าปี 54

น้ำท่วมพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ชัยนาท-สิงห์บุรี ยันไม่หนักเท่าปี 54

  • Share:

พื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เจอน้ำท่วมแล้ว 7 ตำบล หลังมีการเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มอยู่ที่ 2,607 ลบ.ม./วินาที ด้าน นอภ.สรรพยาคาดไม่หนักเท่าปี 54 ส่วนที่สิงห์บุรี น้ำไหลเข้าท่วมเขตเทศบาลเมืองหลายจุดแล้ว...

เมื่อวันที่ 14 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์ที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนยังคงตรึงไว้ที่ 16.80 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนปริมาณการระบาย ที่จุด C2 นครสวรรค์ อยู่ที่ 2,779 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้เขื่อนเจ้าพระยา ต้องเร่งระบายมวลน้ำจากทางภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง สำหรับปริมาณการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ในวันนี้อยู่ที่ 2,607 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนยกตัวอยู่ที่ 15.83 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อน อย่าง อ.สรรพยา ต้องประสบกับปัญหาอุทกภัยแล้วกว่า 1,700 หลังคาเรือน

นายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจความเสียหายจากน้ำเซาะตลิ่งถนนทรุดตัว พร้อมด้วยนายประภาส วันเดีย นายอำเภอสรรพยา และนางปวีณ์นุช พุ่มพฤกษ์ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท ที่หมู่ 5 บ้านท้องคุ้ง ตำบลตลุก อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท โดยก่อนหน้าเมื่อเวลา 02.00 น. ของคืนวันที่ 10 ตุลาคม 60 เนื่องจากบริเวณนี้อยู่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ประกอบกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก ที่อยู่ในช่วงอุทกภัย จึงทำให้เกิดการกัดเซาะของน้ำทำให้ตลิ่งพังลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา ความยาว 150 เมตร ถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาจึงใช้สัญจร เข้าออก ไม่ได้ โดยนายมณฑล ตั้งทวี นายกเทศมนตรีตำบลตลุก สั่งปิดการจราจรเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่และรอการซ่อมแซมหลังน้ำลด

ขณะที่ นายอำเภอสรรพยา เปิดเผยว่า จากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ที่เพิ่มระดับมาอยู่ที่ 2,607 ลบ.ม./วินาที ทำให้พื้นที่ อ.สรรพยา ต้องประสบปัญหาน้ำท่วม โดยตัวเลขจากศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ได้สำรวจตัวเลขแล้วพบว่า น้ำเข้าท่วมแล้วจำนวน 7 ตำบล บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมแล้ว 1,717 หลังคาเรือน มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 4 พันคน ซึ่งแต่ละพื้นที่นั้นจะถูกน้ำท่วมไม่เท่ากันแล้วแต่ความสูงของบ้าน และพื้นที่นั้นๆ โดยรวมๆ แล้ว ท่วมสูงที่สุด คือ จุดบริเวณชุมชนวัดมะปราง ต.โพนางดำออก สูงประมาณ 70 ซม. โดยชาวบ้านได้ขนย้ายของและมาพักพิงอยู่ริมถนนคันคลองมหาราชแล้ว เรื่องน้ำดื่มน้ำใช้ ได้ประสานทาง ปภ.จังหวัดชัยนาท นำรถน้ำดื่มมาคอยบริการ ส่วนเรื่องถุงยังชีพก็มีการแจกอยู่อย่างต่อเนื่อง คาดว่าในปีนี้น่าจะไม่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมหนักเหมือนอย่างมหาอุทกภัยในปี 2554 อย่างแน่นอน

วันเดียวกันที่ บริเวณใต้สะพานบางระจัน จ.สิงห์บุรี พื้นที่จุดเสี่ยงระหว่างชุมชนกับพื้นที่เศรษฐกิจ จากเมื่อคืนที่ผ่านมาฟ้าฝนได้ถล่มอย่างหนักทำให้ปริมาณน้ำฝนบวกกับการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กระสอบทรายที่ช่วยกันป้องกันน้ำท่วมเส้นทางสาธารณะต้องล้มไปด้วยแรงน้ำ ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมในบ้านเรือน บ้านบางแคนอก บางแคใน บ้านหัวว่าว ทางเทศบาลเมืองสิงห์บุรี ชาวบ้านในตลาด ทหาร ได้ช่วยกันเรียงกระสอบทรายขนาดใหญ่ขนาดกระสอบข้าว วางปิดจุดเสี่ยงป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจสูงประมาณ 1 เมตร ปรับขึ้นตามระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น ทำให้ชาวบ้านต้องใช้เรือแทนรถกันแล้ว หลายคนยอมเดินลุยน้ำเองประหยัดค่าเรือ ส่วนชาวตลาดออกมาเฝ้าสังเกตสถานการณ์ด้วยความกังวล 

สำหรับการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาวันนี้ใกล้จะแตะ 2,600 ลูกบาศก์เมตร / วินาที อยู่ที่ 2,554 ลูกบาศก์เมตร / วินาที ในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น อาสาเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมกับ อส.สิงห์บุรี จัดเตรียมบรรจุถุงยังชีพจำนวน 3,000 ชุด เพื่อออกให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ของจังหวัด.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้