วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"นฤบดินทรจินดา" … อ่างเก็บน้ำในพระราชดำริ แห่งสุดท้ายในแผ่นดิน "รัชกาลที่ 9"

ทุกๆปีประชาชนคนไทยคุ้นชินกับปรากฏการณ์หวาดผวา นั่นคือ ช่วงหน้าแล้งเกษตรกรขาดแคลนน้ำปลูกพืชผล ส่วนหน้าฝนน้ำก็ล้นท่วมพื้นที่ สร้างความเสียหายให้เรือกสวนไร่นา บ้านเรือนประชาชน รวมทั้งยังคร่าชีวิตผู้คนสังเวยไปกับสายน้ำมากมาย

แต่ด้วยพระอัจฉริยภาพใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 หลายปีที่ผ่านมา พระองค์มีพระราชดำริให้สร้างอ่างเก็บน้ำน้อยใหญ่กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย

พระอัจฉริยภาพที่ทรงตั้งพระทัยที่จะชุบชีวิตราษฎรให้พ้นทุกข์จากภาวะการขาดแคลนน้ำและน้ำท่วมพื้นที่นั้น พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จะเสด็จพระ ราชดำเนินไปตรวจสถานที่เพื่อวางแผนก่อสร้างในบริเวณที่เหมาะสม และไม่ทรงย่อหย่อนที่จะเสด็จไปติดตามความคืบหน้าแม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร

เมื่อสร้างเสร็จแล้วยังเสด็จไปทำพิธีเปิด พร้อมกับทรงปลูกต้นไม้ เพื่อความมีชีวิตชีวาในบริเวณพื้นที่อ่าง รวมทั้งปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำให้เป็นแหล่งอาหารสำหรับชาวบ้านใช้ประทังชีวิตมีสุขภาพแข็งแรง เกิดพลังและกำลังใจที่จะพัฒนาพื้นที่ให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน

ปี 2560 นี้มีเรื่องน่ายินดีเมื่ออ่างเก็บน้ำ “นฤบดินทรจินดา” ในโครงการห้วยโสมง อันเนื่องมาจากพระราชดำริสามารถปล่อยน้ำไปช่วยเหลือชาวบ้านได้แล้ว จากหัวอ่างที่อยู่บริเวณบ้านแก่งยาว ต.แก่งดินสอ อ.นาดี ใน จ.ปราจีนบุรี

ล่าสุด นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ ผวจ.ปราจีนบุรี และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยโสมง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อไปดูที่มาที่ไปและความสำเร็จของอ่างเก็บน้ำแห่งสุดท้ายในพระราชดำริ หลังจากใช้เวลาก่อสร้างนานประมาณ 9 ปี ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 83,000 ล้านบาท จนเกิดเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ในพื้นที่แห่งนี้

นายสุรชัย จิวะสุรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการห้วยโสมงฯ กล่าวบรรยายสรุปถึงโครงการนี้ว่า การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ “นฤบดินทรจินดา” ซึ่งมีความหมายว่า เป็นอ่างเก็บน้ำที่เกิดขึ้นด้วยพระราชดำริ “ในหลวง” รัชกาลที่ 9 นั้น พระองค์มีพระราชดำริมาตั้งแต่ปี 2521 และยังมีพระราชดำริอีกหลายโอกาสเรื่อยมาจนถึงปี 2544 แต่ก่อสร้างมาเริ่มอย่างเป็นรูปธรรมในปี พ.ศ.2553

รูปแบบโครงการเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ ส่วนอ่างเก็บน้ำ ความจุ 295 ล้านลูกบาศก์เมตร และส่วนระบบส่งน้ำให้พื้นที่เกษตรกรรม ประมาณ 111,300 ไร่ ทั้งส่วนนี้จะทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยเมื่อน้ำแล้งจะปล่อยน้ำ แต่ถ้าน้ำมากจะงดปล่อยลงไปท่วมพื้นที่

จนถึงขณะนี้เสร็จสมบูรณ์สามารถสำรองน้ำไว้ให้ราษฎรในพื้นที่ อ.นาดี และ อ.กบินทร์บุรี ใช้ทำการเพาะปลูกพืชผลทั้งฤดูฝนและฤดูแล้งอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรักษาระบบนิเวศแม่น้ำคูคลองในพื้นที่ ด้วยการระบายน้ำ ลงไปผลักดันน้ำเค็มและน้ำเน่าเสีย ที่ผลัดเปลี่ยนเกิดขึ้นทุกๆปีออกไปจากแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำบางปะกงของพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี

ประการสำคัญยังเป็นแหล่งสนับสนุนน้ำเพื่อใช้พัฒนางานด้านอุตสาหกรรมพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกและพื้นที่ใกล้เคียง พื้นที่อ่างเก็บน้ำยังเป็นแนวกันชน หรือแนวป้องกันการบุกรุกทำลายป่าไม้เขตอุทยานแห่งชาติทับลานและอุทยานแห่งชาติปางสีดา รวมไปถึงการช่วยเพิ่มระดับความชื้นให้ผืนป่า โอกาสเกิดไฟป่าจึงลดน้อยลง หรือถ้าเกิดขึ้นก็สามารถนำน้ำขึ้นมาดับไฟป่าได้อย่างทันท่วงที

ด้าน นายวิเชียร เหลืองอ่อน ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา “นฤบดินทรจินดา” กล่าวว่า สำหรับปริมาณน้ำในอ่าง หากสิ้นสุดฤดูฝนในปีนี้ จะอยู่ที่ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถนำไปช่วยเหลือเกษตรกรบริเวณด้านท้ายเขื่อนได้อย่างพอเพียง ไม่ว่าจะเป็นสวนผลไม้ เขต อ.เมืองปราจีนบุรี หรือชาวนา อ.บ้านสร้าง นอกเหนือจากที่ระบายน้ำไปยังประโยชน์เพื่อการอุปโภคบริโภค ด้วยการทำเป็นน้ำประปา ช่วยแก้ปัญหาให้ชาวปราจีนบุรี รวมทั้ง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ต้องการใช้น้ำประปาที่มีคุณภาพในการทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างสิ้นเชิง

ประโยชน์อีกประการหนึ่ง คือ อ่างเก็บน้ำในพระราชดำริแห่งนี้ ได้ส่งผลทำให้เป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์ปลาน้ำจืดนานาชนิดในธรรมชาติกับที่หน่วยงานต่างๆปล่อยลงไปเพิ่มเติม ให้ชาวบ้าน ต.วังดินสอ และพื้นที่ใกล้เคียง ได้จับไปกินและนำไปขายสร้างรายได้ให้ลืมตาอ้าปากอย่างดี

ขณะเดียวกันยังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จ.ปราจีนบุรี ประชาชนสามารถเข้าไปพายเรือชมวิวทิวทัศน์ความสวยงามของอ่างเก็บน้ำ และอุดหนุนผลิตภัณฑ์ปลาสดและปลาแปรรูป กระจายรายได้ลงสู่ท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม

หนึ่งในตัวอย่างราษฎรที่ได้รับประโยชน์นี้ นางพรทิพย์ แซ่โค้ว อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 305 ถนนเทศบาล 1 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี เปิดเผยว่า ในอดีตบ้านเรือนที่อาศัยอยู่ประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง บางปีเดือดร้อนหนักน้ำท่วมสูงถึงชั้นบนของบ้าน แต่หลังจากอ่างเก็บน้ำ “นฤบดินทรจินดา” แล้วเสร็จ ในปีนี้ยังไม่มีวี่แววว่าน้ำจะท่วมพื้นที่เหมือนกับที่ผ่านมา

เช่นเดียวกับพื้นที่ท้ายน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี ต.บางแตน อ.บ้านสร้าง น้ำฝนที่เคยท่วมขังสร้างความเสียหายให้ชาวนาเป็นระยะเวลานานกว่า 3 เดือน จนเกิดการเน่าเสียส่งผลกระทบถึงประชาชน ส่วนฤดูแล้งน้ำทะเลหนุนสูงเข้าไปเจือปนน้ำจืด ความเค็มอยู่ในระดับ 20-30 มิลลิกรัม จนไม่สามารถใช้ในการอุปโภคบริโภคได้ แต่เมื่อน้ำจากโครงการห้วยโสมงถูกปล่อยลงไป ปัญหาจึงบรรเทาเบาบางลง ชาวนาสามารถทำนาปรังได้ปีละ 3-4 ครั้งตลอดปี นอกจากนี้ระบบนิเวศที่เคยมีก็คืนกลับมาได้อย่างสิ้นเชิง

นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ ผวจ.ปราจีนบุรี เผยว่า ปัจจุบันนี้ อ่างเก็บน้ำห้วยโสมง หรือ อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา สามารถบรรเทาความยากลำบากและเดือดร้อนของประชาชนที่มีมาตั้งแต่อดีตลงได้ ทั้งจากภาวะน้ำท่วมและน้ำแล้งที่เกิดขึ้นทุกปี นอกจากนี้พื้นที่โดยรอบที่ตั้งอยู่ในท่ามกลาง เขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ คาบเกี่ยวกับ อุทยานแห่งชาติทับลาน และ อุทยานแห่งชาติปางสีดา จึงทำให้มีอากาศแจ่มใส รวมทั้งความสวยงามของวิวทิวทัศน์ที่น่าเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจ

ที่สำคัญยังเป็น อ่างเก็บน้ำในพระราชดำริ ที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ในการเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ แห่งสุดท้ายในแผ่นดิน รัชกาลที่ 9 พระราชทานนามอันเป็นมงคลไว้ว่า “อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา” ที่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะชาวปราจีนบุรีรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ เพราะช่วยแก้ปัญหาได้ทันตาเห็น.


วัชรพงษ์ สุภรณ์ไพจิต