วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยังไม่ถึงเวลา

โดย โจโจ้

เห็นเกมที่ทีมยู 23 ปีไทยพ่ายต่อจอร์แดนในแมตช์อุ่นเครื่องช่วงฟีฟ่าเดย์ 0-1 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้อดนึกถึง “มาดามเดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี อดีตผู้จัดการทีมชุดซีเกมส์ ไม่ได้ เพราะเด็กเหล่านี้ก็เป็นชุดเดียวกันกับเมื่อตอนที่คว้าเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่แดนเสือเหลือง

เพราะเท่าดูฟอร์มการเล่นมันช่างแตกต่างกับเมื่อตอนซีเกมส์อย่างสิ้นเชิง หรือทุกอย่างผมคิดไปเอง

ต้องยอมรับว่าการที่ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ประมุขบอลไทย นำระบบต่างๆที่เป็นแบบอินเตอร์มาใช้กับฟุตบอลทีมชาติไทย รวมถึงสมาคมนั้นนับเป็นเรื่องที่ดีและถูกต้อง เพราะมันหมายถึงการพัฒนาแบบยั่งยืนและดีต่อไทยในอนาคต

เพียงแต่ว่าระบบดังกล่าวในความคิดเห็นส่วนตัวผมว่ายังไม่เหมาะสมหรือยังไม่ถึงเวลาที่จะนำมาใช้กับฟุตบอลไทย โดยเฉพาะเรื่องการไม่มีผู้จัดการทีม

ต้องยอมรับว่าระบบแบบไทยๆต้องใช้การอุปถัมภ์ เพราะการจะเป็นนักเตะอาชีพในเมืองไทยยังไม่เหมือนกับต่างชาติ เอาแค่ชาติในเอเชียอย่าง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงจีน เรายังเทียบไม่ได้ ชาติพวกนี้เขาไปเตะฟุตบอลโลกกันมาหลายรอบ

ขณะที่ไทยขนาดแค่รอบคัดเลือกเรายังเหนื่อยและลุ้นอยู่ตลอด จึงไม่แปลกที่ทำไมนักบอลไทยถึงไม่มีโอกาสไปค้าแข้งในเมืองผู้ดี เพราะแรงกิ้งโลกเรายังไปไม่ถึง ตอนนี้แค่ในระดับเอเชียยังยาก การที่ “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้มีโอกาสไปค้าแข้งที่แดนปลาดิบ ถือว่าเป็นใบเบิกทางชั้นยอด เพราะอย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่านักเตะไทยยังมีเก่งๆอีกเยอะ

การที่เรามีผู้จัดการทีมนั้นหมายถึงศูนย์รวมใจของนักบอลภายในทีม และผู้จัดการทีมก็คือคนที่คอยแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทีมนั้นก้าวไปสู่จุดหมายที่วางไว้ และก็ไม่ใช่เพียงฟุตบอลเท่านั้น หลายชนิดกีฬาก็มีผู้จัดการทีมเหมือนกัน

สำคัญที่สุดสำหรับคำว่าผู้จัดการทีมในเมืองไทยคือ คนอัดฉีดที่จะหารายได้มาให้กับนักบอลหรือนักกีฬาเวลาที่พวกเขาไปถึงจุดหมายตามที่วางไว้

เราจะพูดจะบอกไม่ได้ว่านักบอลหรือนักกีฬาเห็นแก่ได้หรือเล่นเพราะเงิน ทั้งที่ความจริงน่าจะเล่นเพื่อชาติมากกว่า อย่างที่บอกระบบอาชีพในเมืองไทยยังมีค่าตอบแทนที่น้อยนิดไม่ถึงครึ่งเมื่อเทียบกับลีกในต่างแดนอย่างญี่ปุ่นหรืออังกฤษ จึงไม่แปลกที่เด็กรวมถึงทีมชาติทุกชุดและทุกชนิดกีฬาจะมีความสุขเวลาที่มีการประกาศอัดฉีดหากชนะในแต่ละนัดหรือทัวร์นาเมนต์

อย่าลืมว่าคนเราต้องกินต้องใช้อยู่ตลอด เราคงใช้น้ำเติมรถแทนน้ำมันไม่ได้ หรือเดินไปขอข้าวใครกินคงไม่มีใครให้ ทุกสิ่งอย่างต้องใช้เงินในการเลี้ยงชีพ

ที่ผมนึกถึง “มาดามเดียร์” เพราะเห็นว่าในช่วงซีเกมส์ที่ผ่านมา เดียร์จะให้ความสำคัญกับลูกทีมและกลุ่มสตาฟฟ์เสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกันใครมีปัญหาอะไรก็จะมาปรึกษา ขอเพียงอย่างเดียวให้นักเตะทุกคนเล่นอย่างเต็มที่ จึงไม่แปลกที่ทำไมเด็กพวกนี้ถึงรักและให้ใจกับมาดามเดียร์แบบเต็มๆ

และกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่าเด็กเหล่านี้ ร้อยทั้งร้อยยังอยากที่จะให้ “มาดามเดียร์” มานั่งเป็นจุดรวมใจกับพวกเขาอีกครั้ง และเชื่อว่าตัวของ “เดียร์” ก็มีความผูกพันกับเด็กชุดนี้เช่นกัน

ทุกอย่างคงอยู่ที่ท่านประมุขลูกหนังแล้วล่ะครับว่าต้องการแบบไหน แต่อีกใจหนึ่งก็เชื่อว่าท่านก็มีมุมมองที่น่าจะเป็นประโยชน์กับทีมเช่นกัน.

โจโจ้

เห็นเกมที่ทีมยู 23 ปีไทยพ่ายต่อจอร์แดนในแมตช์อุ่นเครื่องช่วงฟีฟ่าเดย์ 0-1 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้อดนึกถึง “มาดามเดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี อดีตผู้จัดการทีมชุดซีเกมส์ ไม่ได้ 14 ต.ค. 2560 03:37 14 ต.ค. 2560 04:22 ไทยรัฐ