วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นํ้าทะลัก 'อยุธยา' จ่อภัยพิบัติ!

วิกฤติน้ำล้นเขื่อนอุบลรัตน์ คณะกรรมการฯมีมติชะลอการระบายน้ำให้สั้นลง หวั่นกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน จ.กาฬสินธุ์ แจ้งเตือน 3 อำเภอพื้นที่ริมน้ำ ส่วน อ.พิมาย น้ำท่วมสูงวางแนวป้องกันโบราณสถาน ที่นครสวรรค์น้ำท่วมฉับพลันชาวบ้านอยู่ในสภาพติดเกาะ ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี และอยุธยายังอ่วม ชาวบ้านหนีน้ำมาตั้งเต็นท์อยู่ริมถนน ส่วนพ่อเมืองกรุงเก่าประกาศเป็นจังหวัดประสบภัยพิบัติ

ฝนตกอย่างต่อเนื่องทำให้น้ำล้นเขื่อนเร่งระบาย เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 ต.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลาง จ.ขอนแก่น คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดขอนแก่นเรียกประชุมด่วน

ชาวบ้านจ้าวสนุก หมู่ 12 ต.เกรียงไกร อ.เมืองนครสวรรค์ เกิดน้ำท่วมขังสภาพติดเกาะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกกว่า 60 หลังคาเรือน น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร นายชำนาญ จันทร์ฉ่ำ ชาวบ้านเปิดเผยว่า น้ำท่วมเข้าชุมชนเร็วมาก ต้องอยู่ด้วยความลำบาก ทั้งอาหารการกิน และน้ำดื่ม การเดินทางออกนอกหมู่บ้านต้องนั่งเรือออกมา 2-3 กม. แล้วนั่งรถต่อไปทำธุระ ชาวบ้านบางรายก็อพยพไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว ด้านนายจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครสวรรค์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เทศบาลนครนครสวรรค์เร่งอุดท่อน้ำตลอดริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 3 จุด ประกอบด้วย ชุมชนวัดเขา ชุมชนศูนย์ท่ารถ และหลังโรงบำบัดน้ำเสีย เพื่อป้องกันแม่น้ำเจ้าพระยาไหลย้อนท่อขึ้นมาท่วมพื้นที่เศรษฐกิจเมืองปากน้ำโพ ล่าสุด แม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,719 ลบ.ม.ต่อวินาที ต่ำกว่าตลิ่ง 1.65เมตร

ที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนยังคงตรึงไว้ที่ 16.80 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนปริมาณการระบายที่จุด C2 นครสวรรค์ อยู่ที่ 2,729 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้เขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายมวลน้ำจากทางภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง สำหรับปริมาณการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,584 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนยกตัวอยู่ที่ 15.78 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง ยังไม่ส่งผลกระทบใน ต.หาดอาษา อ.สรรพยา เป็นพื้นที่ท้ายเขื่อน

ด้าน ส.ท.สมหมาย อารมณ์ นายกเทศมนตรีตำบลหาดอาษา อ.สรรพยา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่และชาวบ้านช่วยกันนำกระสอบทราย 125,000 กระสอบ เรียงต่อกันเพื่อกั้นน้ำ โดยเฉพาะที่หมู่ 3 พื้นที่ราบลุ่มต่ำต้องวางกระสอบทราบกั้นน้ำไว้จำนวนมาก ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ริมน้ำท่วมไปแล้ว 54 หลัง ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะอยู่กันที่ชั้น 2 เจ้าหน้าที่ลงพื้นให้ความช่วยเหลือแล้ว

ที่ชุมชนวัดโพธิ์ศรี หมู่ 9 ต.อินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี แนวกระสอบทรายกั้นน้ำชำรุด ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และทุ่งนากว่า 1,000 ไร่ ประชาชนบางส่วนต้องอพยพขนข้าวของและมาพักอาศัยกางเต็นท์อยู่บริเวณริมถนน เช่นเดียวกับชุมชนบางแค ต.บางกระบือ อ.เมือง แนวกระสอบทรายพังน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกลางดึก ชาวบ้านต้องออกมาอาศัยอยู่ที่ถนนสิงห์บุรี-ชัยนาท

พ.ต.อ.พิชา รุจินาม ผกก.สภ.เมืองสิงห์บุรี พร้อมตำรวจชุมชนสัมพันธ์ ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านในเขตพื้นที่ในชุมชนบางแคนอก ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และช่วยเด็กถูกของมีคมบาดที่เท้าได้รับบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาล พร้อมจัดกำลังสายตรวจเฝ้าระวังภัยคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ในพื้นที่

สถานการณ์น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งขยายวงกว้างและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำกัดเซาะใต้พนังกั้นน้ำทะลุเป็นโพรงขนาดใหญ่ลอดเข้าไปในบริเวณหน้าสำนักงานประปาจังหวัดอ่างทอง ต.ตลาดหลวง อ.เมืองอ่างทอง ล่าสุดที่สถานีวัดระดับน้ำ C7A หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง มีระดับอยู่ที่ 8.69 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,490 ลบ.ม.ต่อวินาที นายรัฐฐะ สิริธรังศรี รองผวจ.อ่างทอง พร้อมด้วยผู้บริหารสมาชิกสภาเทศบาลเมืองอ่างทอง ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่วางกระสอบทรายเพื่อป้องกันอย่างเร่งด่วน

ด้าน น.ส.อรวรรณ สุวพันธุ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองอ่างทอง เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเลยระดับตลิ่งสูงติดพนังกั้นน้ำตลอดแนวคันป้องกันทั้ง 2 ฝั่ง แต่เกิดปัญหาการรั่วซึมและเป็นโพรงหลายจุด เทศบาลเมืองอ่างทองระดมพลจิตอาสา ร่วมกับสามล้อแดง และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 300 คน ช่วยกันตักทรายใส่กระสอบเพื่อทำแนวป้องกันน้ำท่วม ส่วนที่บริเวณตลาดป่าโมก อ.ป่าโมก เขตย่านเศรษฐกิจการค้าน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาไหลทะลักผ่านพนังกั้นน้ำ ทำให้ในพื้นที่ตลาดป่าโมกมีน้ำเอ่อล้นในพื้นที่สูง 50-70 ซม. ชาวบ้านเร่งกันย้ายของขึ้นที่สูง ส่วนชาวบ้านใน ต.โผงผาง อ.ป่าโมก ต้องขนของหนีน้ำออกมานอนกางเต็นท์อยู่ที่ริมถนนสายป่าโมก-บางบาล ใช้ชีวิตกันอย่างลำบากหวั่นรถเข้ามาชน วอนเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ

นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ประกาศแจ้งเป็นจังหวัดประสบภัยพิบัติ พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 9 อำเภอ มีน้ำท่วมขังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ ส่วนว่าที่ ร.ต.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลนคร พระนครศรีอยุธยา พร้อมกำลังทำแนวดินกั้นน้ำที่บริเวณเกาะเมืองเป็นแหล่งมรดกโลก ศูนย์ราชการ โรงเรียน และวัด เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าพื้นที่

ขณะที่ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 ประชุมตำรวจในสังกัดทั้งหมด 9 จังหวัด สั่งกำชับให้ตำรวจเร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม และจัดกำลังสายตรวจป้องกันเหตุลักทรัพย์

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้มีสถานการณ์น้ำไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี กำแพงเพชร สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ ชัยนาท และตาก รวม 26 อำเภอ 187 ตำบล 1,045 หมู่บ้าน 1 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 43,633 ครัวเรือน 121,317 คน ผู้เสียชีวิต 1 ราย ปภ.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมระดมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย สนับสนุนการแก้ไขปัญหา อุทกภัย ควบคู่กับการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผบ.มทบ.11 กล่าวภายหลังร่วมคณะ พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 ตรวจพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี เพื่อดูสถานการณ์น้ำว่า ที่ จ.ลพบุรี เตรียมพื้นที่รองรับน้ำไว้บริเวณทุ่งในเขต ต.พุคา อ.บ้านหมี่ ประมาณ 116 ล้านลบ.ม. และทยอยสูบลงคลองชัยนาท-ป่าสัก ส่วนที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เตรียมพื้นที่รับน้ำไว้ประมาน 6 แสนไร่ รองรับน้ำได้ราว 1,100 ล้าน ลบ.ม. จะช่วยไม่ให้น้ำไหลลง กทม.ในปริมาณที่มากเกิน มีประชาชนส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ นายกฯ มอบให้ ผบ.ทบ.ติดตามช่วยเหลือ และดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด

สำหรับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม 10 เขต ของ กทม. ที่ประชาชนเป็นห่วง ได้แก่ เขตบางซื่อ ดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ บางคอแหลม ยานนาวา คลองเตย บางกอกน้อย คลองสาน และเขตราษฎร์บูรณะนั้น ที่ผ่านมา กทม.สร้างแนวกั้นน้ำแล้ว 77 กิโลเมตร มีระดับความสูงตั้งแต่ 2.80-3.50 เมตร ส่วนการระบายน้ำ ณ ประตูระบายน้ำบางไทร เป็นจุดสุดท้ายก่อนที่น้ำจะเข้าสู่ กทม. ขณะนี้อยู่ในเกณฑ์ปกติคือเฉลี่ย 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีศักยภาพรองรับได้อีกถึง 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ต่างจากปี 54 ที่การระบายน้ำออกมากกว่า 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นายกฯ สั่งกำชับให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานกับจังหวัด หน่วยทหาร และองค์กรปกครองท้องถิ่น เร่งออกช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า ในช่วงวันที่ 15-19 ต.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่วนกรุงเทพฯและปริมณฑล ระวังน้ำท่วมขังและลมกระโชกแรง

ส่วนในพื้นที่เกาะเกร็ด ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี แม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นทะลักไหลเข้าท่วมพื้นที่ร้านค้าและบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมน้ำ ในช่วงที่มีน้ำทะเลหนุนสูงของพื้นที่ หมู่ 1 หมู่ 6 และหมู่ 7 ระดับน้ำเฉลี่ย 10-20 ซม. นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากที่เดินทางมาเที่ยวชมธรรมชาติและวิถีท้องถิ่นของชาวบ้านเชื้อสายชาวมอญ ต่างเดินลุยน้ำเที่ยวชมบรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน