วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประเทศไทยไม่เสียเปรียบ “สมคิด” เคลียร์ใจ “เยือนสหรัฐฯ” ดีเกินคาด

“สมคิด” ยันผลการเยือนสหรัฐฯของ “ลุงตู่” ดีเกินคาด ไม่ถูกกดดันเรื่องใด และไม่มีเรื่องลับลมคมใน ขณะที่เรื่องนำเข้าหมูให้คณะกรรมการเทคนิคดำเนินการ ชี้เตรียมบุกยุโรปต่อ ยันใครจะมาเล่นเกมโลกล้อมไทยไม่ได้แล้ว ด้าน “พาณิชย์”ระบุ คณะทำงานเจรจานำเข้าหมูจากสหรัฐฯ ที่นายกฯให้ตั้ง กระทรวงเกษตรฯเป็นโต้โผ โดยขณะนี้ยังไม่มีการนำเข้าหมู–ไก่ จากสหรัฐฯ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงผลการเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะ ระหว่างวันที่ 2-4 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์ ทำได้ดี และสอดรับกับที่นายวิลเบอร์ แอล รอสส์ จูเนียร์ รมว.พาณิชย์สหรัฐฯ ได้เดินทางมาไทยล่วงหน้าเพื่อหารือกับรัฐบาลไทยในช่วงก่อนหน้า ซึ่งลักษณะการทำงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะแตกต่างจากผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ที่กดดันทุกอย่าง ทำให้การเดินทางไปสหรัฐฯในครั้งนี้ไม่มีเรื่องใดที่ถูกกดดันและต่อรอง ไม่มีอะไรที่ไทยต้องยอมสหรัฐฯ และไม่มีอะไรที่ไทยต้องเสียเปรียบ จึงนับว่าการเดินทางครั้งนี้ดีมากๆ

ยันไม่มีลับลมคมใน–ไม่ต้องซื้ออาวุธ

“ก่อนการเดินทางไปก็หารือกันอยู่แล้วว่าเรื่องการนำเข้าปีกไก่ ไทยสามารถเปิดได้ ส่วนไก่งวง ถ้าไม่มีปัญหาไข้หวัดนกก็เปิดได้ ส่วนเรื่องนำเข้าหมู ทางกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯตกลงให้มีการตั้งคณะคณะกรรมการทางด้านเทคนิคไปเจรจาว่าอะไรนำเข้าได้ และอะไรที่นำเข้าไม่ได้ ผมมองว่าเรื่องนี้เจรจากันไม่ยาก คนละระดับกับการเจรจาการค้าเสรีไทย-สหรัฐฯ ที่ยากกว่ามาก ฉะนั้น เรื่องลับลมคมในไม่มีเลย ขอให้สบายใจได้ จากนี้ไปการเจรจาเป็นอย่างไรก็ว่ากัน”

ส่วนประเด็นเรื่องความมั่นคง ได้หารือกันว่าจะมีความร่วมมือกันได้อย่างไรในภูมิภาคนี้ ไม่มีการเจรจาว่าไทยต้องซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ ซึ่งถ้าจะมีการซื้อก็คงเป็นไปตามแผนของกองทัพไทย ขนาดการจัดซื้อเครื่องยนต์โบอิ้ง มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ แต่ไม่ได้ระบุว่าจะซื้อกี่ลำ จึงไม่มีสิ่งใดที่ผูกมัดทางฝ่ายไทยเลย

ซื้อถ่านหินเป็นข้อตกลงของเอกชน

ขณะเดียวกัน ในเรื่องเศรษฐกิจและการลงทุน ถือว่าดีมากที่ไทยได้นำภาคเอกชนไทยไปร่วมในครั้งนี้ด้วย ซึ่งทางประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ดูว่ามีอะไรที่เอกชนไทยจะช่วยทำให้เกิดฐานเสียงกับเขาได้บ้าง ซึ่งปรากฏว่าทางบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีการลงทุนในรัฐเพนซิลเวเนีย ส่วนที่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี ซื้อถ่านหินจากสหรัฐฯ ก็เป็นเรื่องที่เอสซีจีมีแผนอยู่แล้วจากที่เคยซื้อจากอินโดนีเซีย ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาลไทย

ในการพบปะกันครั้งนี้ ทางประธานาธิบดีสหรัฐฯไม่ได้คาดหวังอะไร และในการลงนามความร่วมมือระหว่างเอกชนไทยกับเอกชนสหรัฐฯ จากที่วางแผนจะลงนามที่โรงแรมมีการเปลี่ยนแปลงกะทันหันให้ลงนามในทำเนียบขาว โดยมีประธานาธิบดีสหรัฐฯเป็นพยาน สะท้อนว่าต้องการให้ภาพออกไปถึงรัฐโอไฮโอ และเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นฐานเสียงของเขา ทำให้การเดินทางเยือนสหรัฐฯครั้งนี้ดีมากๆ ส่วนกรณีเกาหลีเหนือ โดยสิ่งที่สหรัฐฯต้องการมากที่สุดคือ ไม่ให้ไทยมีส่วนร่วมกับเกาหลีเหนือ ซึ่งทางฝ่ายไทยไม่ได้มีท่าทีเข้าข้างใดข้างหนึ่ง เพราะเราอิงตามอาเซียน

แผนต่อไปบุกยุโรป–สกัดเกมโลกล้อมไทย

“ในการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐฯครั้งนี้ เชื่อว่าทั้งจีนและญี่ปุ่น กำลังจับตาว่าจะ มีการตกลงเรื่องใดกันบ้าง ซึ่งประเทศไทยเป็นกลางและสร้างสมดุลได้ดี และเมื่อไม่มีอะไรกระทบกับทั้งสองประเทศ โดยเป้าหมายต่อไปที่หารือกับกระทรวงการต่างประเทศ คือ การเจาะเข้าสหภาพยุโรปอังกฤษและฝรั่งเศส หลังจากที่ประเทศอันดับ 1 ของโลกยอมรับไทยแล้ว ดังนั้น ในเรื่องการต่างประเทศตอนนี้ดีมากๆ ใครจะมาเล่นเกมโลกล้อมไทย ไม่ได้ผลอีกแล้ว”

ด้านนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ ยืนยันว่า ในการเดินทางไปเยือนสหรัฐฯของนายกรัฐมนตรีเมื่อต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ผู้นำทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ได้หารือในเรื่องการนำเข้าหมูและเครื่องใน และในแถลงการณ์ร่วมของทั้ง 2 ประเทศก็ไม่มีเรื่องนี้อยู่ด้วย แต่ในการพบกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) นั้น ยูเอสทีอาร์ได้สอบถามถึงการเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องใน ซึ่งอธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นผู้ชี้แจงใน

เรื่องดังกล่าว ส่วนการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกและไก่งวง ที่สหรัฐฯเรียกร้องให้ไทยเปิดนำเข้าอีกครั้ง หลังจากห้ามนำเข้าเพราะมีการระบาดของไข้หวัดนกในสหรัฐฯช่วงที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์จะเป็นผู้หารือ โดยสหรัฐฯต้องส่งรายชื่อโรงงานที่ผลิตสัตว์ปีกและไก่งวงมาให้ จากนั้น กรมปศุสัตว์จะต้องเดินทางไปตรวจสอบโรงงานว่าปลอดภัยจริงหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการส่งรายชื่อมาให้ไทย

ตั้งคณะเจรจา–ยังไม่ตกลง “นำเข้าหมูสหรัฐฯ”

“ในส่วนของการนำเข้าหมู นายกฯได้มีคำสั่งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเจ้าภาพในการตั้งคณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย เพื่อหารือร่วมกับตัวแทนของฝ่ายสหรัฐฯ ถึงแนวทางในการนำเข้าหมูและเครื่องในที่มีสารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐฯ โดยสาเหตุที่ต้องตั้งคณะทำงาน เพราะสหรัฐฯได้ขอให้ไทยนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในมา 5-6 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าจากไทย จึงต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาหารือกันถึงความเป็นไปได้ โดยกระทรวงเกษตรฯจะรับเป็นเจ้าภาพและเชิญทุกฝ่ายมาประชุมเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ รวมทั้งประเมินผลกระทบทั้งหมด แต่ผลสรุปจะออกมาให้มีการแก้กฎหมาย เพื่อเปิดทางนำเข้า หรือจะไม่ให้นำเข้าเลย ยังไม่ทราบ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมา สหรัฐฯเรียกร้องให้เปิดนำเข้าหมูมาตลอด และต้องการให้ไทยทำตามมาตรฐานโครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (โคเด็กซ์) ที่อนุญาตให้ใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงสัตว์ และกำหนดปริมาณตกค้างได้เล็กน้อย แต่ไทยมีกฎหมาย 2 ฉบับ ห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดง (แรคโตพามีน) คือ พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์พ.ศ.2558 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2546 เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ โดยห้ามมีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์และหมูในประเทศอย่างเด็ดขาด.

“สมคิด” ยันผลการเยือนสหรัฐฯของ “ลุงตู่” ดีเกินคาด ไม่ถูกกดดันเรื่องใด และไม่มีเรื่องลับลมคมใน ขณะที่เรื่องนำเข้าหมูให้คณะกรรมการเทคนิคดำเนินการ ชี้เตรียมบุกยุโรปต่อ ยันใครจะมาเล่นเกมโลกล้อมไทยไม่ได้แล้ว 13 ต.ค. 2560 00:51 13 ต.ค. 2560 04:30 ไทยรัฐ