วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รถยนต์พระที่นั่งในอดีต MERCEDES BENZ 190SL

Mercedes-Benz 190SL เคยเป็นพระราชพาหนะหรือรถยนต์พระที่นั่ง เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงขับเมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนทวีปยุโรปห้าประเทศ ในปีพุทธศักราช 2503

Mercedes Benz 190SL เป็นรถยนต์เปิดประทุน 2 ที่นั่ง หลังคาผ้าใบแบบพับเก็บได้ มีประวัติความเป็นมาดังต่อไปนี้...

หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง บริษัท Mercedes Benz พยายามกอบกู้สถานะที่เคยมั่นคงตั้งแต่ช่วงก่อนสงครามให้ฟื้นกลับคืนมาอีกครั้ง การกอบกู้ฟื้นคืนสถานภาพของบริษัทเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากโรงงานและโชว์รูมของ Mercedes Benz ในเยอรมนีถูกทำลายลงอย่างย่อยยับในช่วงท้ายของสงคราม แนวคิดผลิตรถสปอร์ตสองที่นั่งแบบเปิดหลังคาได้โดยเหนี่ยวนำเอาความงามของรูปโฉมในแบบสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุนด้วยราคาขายที่ไม่แพงเสียบแทนที่รถสปอร์ตที่มีราคาสูงอย่าง 300SL ผู้บริหารของแบรนด์ตราดาวมอบหมายแผนงานสร้างรถเล็กเปิดหลังคา โดยนำเอาเรือนร่างที่ลงตัวสุดๆ ของรถแข่งโมเดล 300 SLR มาเป็นต้นแบบแล้วทำการผสมผสานความลงตัวของ Mercedes Benz 300SL Roadster เพื่อคงความงดงามตามสไตล์และแบบฉบับผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วของค่ายดาวสามแฉกเอาไว้อย่างเหนียวแน่น

Mercedes Benz 300SLR

Mercedes Benz 300SL Gullwing

Mercedes Benz 300SL Roadster

หลังจากความสำเร็จในสนามแข่งของรถ Mercedes Benz 300SLR แบรนด์ตราดาวได้ผลิตรถสปอร์ตรุ่น 300SL ซึ่งเป็น DNA ที่ถ่ายทอดมาจากรถแข่งโมเดล SLR ถือเป็นการนำเอาความสำเร็จของรถแข่งมาผลิตเพื่อออกขายในช่วงปี ค.ศ.1954 นับเป็นรถสปอร์ตจากค่ายตราดาวที่มีประสิทธิภาพสูงในยุคนั้น ด้วยโครงสร้างและเทคโนโลยีใหม่หมด ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบ fuel injection เป็นครั้งแรกในวงการยนตรกรรม รวมถึงการออกแบบประตูแบบปีกนกนางนวล หรือ Gullwing กับเรือนร่างที่ปราดเปรียวเพรียวลมในแบบเปิดประทุนโรดสเตอร์สองที่นั่ง หรือ Roadster ทำให้ Mercedes Benz 300SL ที่แปลงร่างมาจาก 300SLR ทั้งแบบ Coupe และ Roadster ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงกลางยุค 50'

Mercedes Benz 190SL R121
แม้จะไปได้ดีในตลาดรถสปอร์ตระดับสูงของโลกแห่งยานยนต์ในยุคนั้น แต่ราคาที่ค่อนข้างสูงของ Mercedes Benz 300SL ทำให้ผู้บริหารของแบรนด์ตราดาวเกิดความคิดที่จะทำรถสปอร์ตเปิดประทุนราคาถูกสำหรับคนทั่วไป นักออกแบบและวิศวกรตราดาวจึงทำการปรับโมเดลของรถสปอร์ตในตระกูล SL เพื่อทำให้รถสปอร์ตรุ่นนี้มีราคาที่ถูกลงและทำให้คนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของได้ 190SL จึงถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อกดราคาไม่ให้แพงมากจนเกินไป

ราคาที่ต่ำลงของ 190SL Roadster ทำให้ Mercedes Benz สามารถแข่งขันกับรถสปอร์ตจากอิตาลีและอเมริกาได้ นักออกแบบและทีมวิศวกรของ Mercedes Benz พัฒนาโครงสร้างแบบ Ponton วางรูปแบบของแชสซี welded platform-type ทำการแยกซับเฟรมด้านหน้าให้รวมกับระบบกันสะเทือนเพื่อเพิ่มเติมประสิทธิภาพในการทรงตัว แม้ระยะห่างของฐานล้อจะเท่ากับรุ่น 300SL แต่ขนาดความยาวของตัวถังในรุ่น 190SL กลับสั้นกว่าเล็กน้อย รูปแบบคูเป้หลังคาแข็งและประตูแบบปีกนกของ 300SL เมื่อถูกปรับแก้ให้กลายเป็นรถที่มีขนาดเล็กกว่า โดยใช้ตัวถังแบบโรดสเตอร์เปิดประทุนสองที่นั่งพร้อมกับหลังคาอ่อนซึ่งเป็นหลังคาผ้าใบแบบพับเก็บได้

ขุมกำลังของ Mercedes Benz 190SL วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง รหัส R121 ซึ่งในยุค 1955 นั้น เครื่อง M121 เป็นขุมกำลังที่ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ 300SL โดยลดจำนวนกระบอกสูบจาก 6 สูบมาเหลือแค่ 4 สูบ ความกว้างของกระบอกสูบ 85 มิลลิเมตร กับช่วงชักที่สั้นกว่าบนตัวเลข 86.3 มิลลิเมตร ทำให้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบตัวนี้เป็นเครื่องแบบชักสั้นดันเร็ว ปริมาตรความจุ 1,897 ซีซี ซิงเกิลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ปใช้แคมแท่งเดี่ยวหรือ SOHC (ซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป) ขับเพลาราวลิ้นเดี่ยวด้วยโซ่คู่ที่ทนทานแบบ Duplex chain driven overhead camshaft

ระบบจ่ายเชื้อเพลิงใช้คาร์บูเรเตอร์คู่แบบทวินโช้คลิ้นคู่ของ Solex Caburator มีอัตราส่วนกำลังอัด 8.5:1 ซึ่งในยุค 50' นับว่าเป็นเครื่องยนต์เบนซินที่มีอัตราส่วนกำลังอัดสูงมาก เครื่องยนต์ของ Mercedes Benz 190SL สร้างเรี่ยวแรงได้ 105 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,200 รอบต่อนาที แม้จะมีกำลังพอตัว แต่เครื่องยนต์ขนาดเล็กที่มีความจุเพียงแค่ 1.9 ลิตรนั้น ก็ไม่สามารถทำให้ 190 SL ที่มีน้ำหนักตัวถึง 1.2 ตัน ทะยานขึ้นสู่ทำเนียบรถแรงในยุคนั้นได้ Mercedes Benz 190SL จึงเป็นรถยนต์เปิดหลังคาแบบขับกินลมชมวิวไปเรื่อยๆ ไม่เน้นทำความเร็ว

ระบบส่งกำลังหรือเกียร์ของ Mercedes Benz 190SL เป็นเกียร์ธรรมดาแบบ 4 สปีด fully synchronized อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 14.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 172 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 12.5 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร จุดเด่นของ Mercedes Benz 190 SL Roadster อยู่ตรงย่านของกำลังซึ่งแปรเป็นแรงบิดในระดับ 105 ปอนด์-ฟุต หรือ 142 นิวตันเมตร ที่ 3,200 รอบต่อนาที รอบของการหมุนปานกลางที่ค่อนข้างสูงแสดงออกอย่างชัดแจ้งว่า 190SL เป็นรถสปอร์ตที่ขับขี่ได้ดี ให้อารมณ์รถโรดสเตอร์เปิดหลังคาจนกลายเป็นรถยอดนิยม น้ำหนักของคันเกียร์และแป้นคลัตช์ให้ความรู้สึกหนักหน่วงราวกับรถแข่ง เป็นเรื่องปกติในปี ค.ศ.1955 จากเทคโนโลยีที่ยังไม่ก้าวไกลเท่าที่ควร อารมณ์การขับแบบรถเปิดหลังคากลายเป็นจุดดึงดูดนักขับที่มีความต้องการรถสปอร์ตที่ให้ความแตกต่างทางด้านอารมณ์ของการควบคุม

รูปลักษณ์ที่แตกต่างจาก Mercedes Benz 300SL ตรงประตูทรงปกติที่เข้า-ออกจากรถได้สะดวกกว่า แม้จะไม่หล่อเหลาเท่าประตูทรงปีกนกนางนวลของ 300SL Coupe รวมถึงไม่มีช่องระบายความร้อนแบบเหงือกปลาฉลามใน 300SL Roadster แต่ฐานล้อกว้าง ตัวถังแบนและความต่ำเตี้ยทำให้ Mercedes Benz 190SL R121 มีมุมมองที่ปราดเปรียวเพรียวลมอยู่พอสมควร ค่ายตราดาวบอกกับลูกค้าว่า 190SL เป็นสปอร์ตคาร์ที่คล่องแคล่วว่องไว ซึ่งจะทำให้เจ้าของสามารถสนุกไปกับมันทุกครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัยของ Mercedes Benz 190SL วิ่งได้ดีและขับได้สบายๆ ในรูปแบบของการขับกินลมชมวิวไม่เน้นขับเร็ว จุดประสงค์ของหลังคาผ้าใบแบบเปิดประทุนเพื่อเปิดรับสายลมและแสงแดดอันสดชื่นในช่วงต้นฤดูหนาว

สมรรถนะของเครื่องยนต์เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวทำได้แค่รถที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน  Mercedes Benz 190SL ถูกเปิดผ้าคลุมในงาน New York Sport Car Show เมื่อปี 1954 หลังจากนั้นได้ย้ายวิกมาโชว์ตัวเป็นๆ ที่งาน Geneva Motor Show ในช่วงปลายปี 1954 ตามด้วยการวางขายในตลาดรถสปอร์ตทั่วโลก (รวมถึงประเทศไทยโดยธนบุรีประกอบยนต์) นับเป็นยนตรกรรมแบบเปิดหลังคาที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับรถ Mercedes Benz 190SL สภาพสมบูรณ์มีราคาค่าตัวในปี 2016 ประมาณ 6-8 ล้านบาท แพงกว่ารถใหม่อย่าง SLC300 AMG Dynamic R172 ซึ่งมีราคาแค่ 3.9 ล้านบาทไปไกลลิบ ความคลาสสิกของตัวรถทำให้หา Mercedes Benz 190SL มือสองได้ยากเต็มทน เนื่องจากเจ้าของที่ครอบครองรถรุ่นนี้ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ แม้จะมีเงินมากองอยู่ตรงหน้าก็ตาม.

1955 MERCEDES BENZ 190SL R121 SPECIFICATIONS
Produced:..........................1955-1963
Engine:..............................4-cylinder-inline engine (four-stroke), front-mounted
Bore x Stroke:....................85mm x 83.6mm
Displacement:...................1897 cc
Max. Power @ rpm:..........105PS (77kW; 104hp) @ 5700
Max. Torque @ rpm:.........142Nm (105lbft) @ 3200
Compression Ratio:...........8.5: 1, from 09/59 8.8:1
Fuel feed:..........................twin two barrel sidedraft carburetors - Solex 44 PHH
Fuel tank capacity:............65L (17.2USgal; 14.3impgal)
Valve train:.........................SOHC, duplex chain
Cooling:............................Water
Gearbox:...........................4-speed manual, lever between seats rear-wheel drive, standard axle ratio 3.90:1
Electrical system:.............12-volt
Front suspension:.............Double wishbones, coil springs, stabilizing bar
Rear suspension::..............Swing axle, coil springs
Brakes:...............................Drum brakes ( 230mm), power assisted
Steering:...........................Recirculating ball steering
Body structure:................Sheet steel, uni-body construction
Dry weight:.......................1,160kg (2,560lb) (Hardtop: + 20kg (44lb))
Loaded weight:.................1,400kg (3,100lb), from 1961 1,440kg (3,170lb)
Track front/rear:................1,430mm (56.3in) 1,475mm (58.1in)
Wheelbase:........................2,400 mm (94.5in)
Length:..............................4,290mm (168.9in)
Width:................................1,740mm (68.5in)
Height:...............................1,320mm (52.0in)
Tyre/Tire sizes:..................6.40-13 Sport
Top speed:.........................171km/h (106mph)
Fuel Consumption (estimate):12.5 litres per 100 kilometres (22.6mpg-imp; 18.8mpg-US)

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/