วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แมตช์ผีบอก “แดงเดือด (ข้างเดียว)“

โดย ป๋อง กพล

ศึกแดงเดือด วนกลับมาอีกแล้ว ซึ่งบอกเลยว่าน่าดูน่าชมมากมาย ด้วยสถานการณ์ของทั้งสองทีม ที่ต่างกันแบบเห็นได้ชัด เรียกได้ว่า งานนี้งัดการ์ด ใต้ตีน (ภาษาแฟนบอลนะครับ) เอามาข่มกันตั้งแต่ไม่เริ่มเจอกันเสียด้วย ซึ่งเหล่าแฟนหงส์แดง ก็ได้แต่ทำใจยอมรับ และก้มหน้าก้มตา ยอมรับ สภาพความอ่อนแอของทีมรักตัวเองไป ผิดกับฝั่งผีแดงที่ได้แต่ยิ้มเย้ยหยันถึงความอ่อนแอ ของคู่รักคู่แค้น ได้อย่างสะใจ หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไม สองทีมนี้ ถึงไม่ได้ถูกกัน สาเหตุแท้จริงแล้วมาจากอะไร ถึงทำให้กลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันได้ขนาดนี้ เดี๋ยวผมจะเอาความทรงจำแบบจางๆ ของผม เล่าให้ฟังละกันนะครับ

แท้จริงแล้ว ทั้งสองทีมนี้ ไม่ได้เกลียดกันมาก่อนนะครับ จริงๆ แล้วเค้าเกลียดกัน โกรธกันมาก่อนหน้าที่ทั้งสองทีมนี้ จะถือกำเนิดขึ้นก็ว่าได้นะครับ ย้อนกลับไปเมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมา เมืองแมนเชสเตอร์ คือ เมืองอุตสาหกรรมที่เจริญรุ่งเรือง ในการผลิต ฝ้ายดิบและสิ่งทอ ส่วน ลิเวอร์พูล คือ เมืองท่า ที่เงินไหลมาเทมาจากการเป็นตัวเชื่อมในอังกฤษ ไปยังแดนตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ และไปยังอเมริกา

สองเมืองพึ่งพากันดี เพราะ แมนเชสเตอร์ ไม่มีจุดขนส่งออกแม่น้ำและทะเล แต่ในทศวรรษ 1870 เริ่มมีวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ทุกคนดิ้นรนเอาตัวรอด และ แมนเชสเตอร์ ก็รู้สึกว่า ทาง ลิเวอร์พูล เก็บค่าผ่านทาง ทั้งทางเรือ และรถไฟ สูงเกินไป จนคนแมนเชสเตอร์เดือดร้อน จึงทำคนในเมืองแมนเชสเตอร์เกิดความคิดที่จะสร้างท่าเรือ และขุดคลองเข้ามายัง แมนเชสเตอร์ ของตนเอง จึงระดมเงินขุดคลองยาวจาก แม่น้ำ Mersey เข้ามายังแมนเชสเตอร์ เปิดทำการเมื่อ 1894 การขุดคลองดังกล่าว ทำให้ เมืองลิเวอร์พูล ขาดรายได้ทันที รวมทั้งมีคนตกงานเพิ่มขึ้น จากเมืองที่เคยอู้ฟู่ ก็กลายเป็นเมืองที่เงียบเหงาและซบเซาในเวลาต่อมา

ซึ่งนี่ละน่าจะเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมสองเมืองนี้ถึงไม่ถูกกัน แถมยิ่งพอมาฟาดฟันกันในเรื่องของฟุตบอลด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ความเกลียดชัง ยิ่งหนักมากขึ้นไปอีก ซึ่งมันก็เลยกลายเป็นวัฒนธรรมของแฟนบอลทั่วโลกไปด้วย ที่ถ้าหากคุณเชียร์สองทีมนี้ คุณจะกลายเป็นศัตรูกันขึ้นมาทันทีเมื่อสองทีมนี้ลงฟาดฟันกันบนสังเวียนฟุตบอล ซึ่งผมคงไม่ต้องบรรยายนะครับว่าความเกลียดชังมันมีมากแค่ไหน

มาเข้าเรื่องของเราจริงๆ ดีกว่า ทำไมผมถึงมองว่า แดงเดือดครั้งนี้ คงไม่เดือดเหมือนก่อน เพราะสาเหตุอย่างที่เกริ่นไปด้านบน ก็เพราะสถานการณ์ของเจ้าบ้านในฤดูกาลนี้ ช่างอ่อนแอเสียเหลือเกิน ทั้งเกมรับรวมไปถึงเกมรุก แถมต้องมาเสีย มาเน่ ไปอีก ยิ่งทำให้สถานการณ์มันยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิมหลายเท่าตัว มันเลยจะกลายเป็นว่า พอทีมอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ มันคงทำให้เฮียคล็อปป์ ไม่กล้าที่จะเปิดเกมรุกแบบเต็มตัว เหมือนกับที่เคยทำมา เพราะคงได้รับบทเรียนก่อนหน้านี้ ที่ไปหาญกล้าจะเดินเกมใส่ทีมร่วมเมืองแมนเชสเตอร์ แต่สุดท้าย โดนอัดหน้าแหก กลับบ้านแทบจะไม่ถูก และถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ ความสนุกสนาน มันก็จะหายไปเยอะเลยทีเดียว

แต่ทว่าหลายๆ คนก็จะบอกว่า ก่อนหน้านี้ แดงเดือด ก็ไม่ได้สนุกสักเท่าไรอยู่แล้ว เพราะหลังๆ มาเล่นกันเหมือนระวังตัวกันยังไงก็ไม่รู้ ซึ่งก็จริงครับ แต่ถ้ามองย้อนกลับไปดู 5 เกมหลังสุดที่ทั้งสองทีมเจอกัน มีแค่เกมเดียวเท่านั้น ที่เสมอกันแบบจืดชืด ซึ่งก็คือเกมแดงเดือดนัดแรกของฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งแฟนหงส์แดงก็แอบมาแซวกันว่า ผีแดง เอารถบัสมาจอด ก็เลยน่าเบื่อชวนง่วงนอนซะมากกว่า ซึ่งในฤดูกาลก่อนอาจจะเป็นแบบนั้น แต่บอกเลยว่า ในฤดูกาลนี้ ไม่ใช่แน่นอน เพราะปิศาจแดงนั้นมาด้วยความพร้อมแบบเต็มร้อย ถึงแม้จะขาด พี่ป็อก กับพี่ฟูไปแน่ๆ แต่ก็จะได้อาวุธหนักอย่างลูกากูกลับมาถลุงประตูให้ฝั่งปิศาจแดง ซึ่งแค่ชื่อชั้นของกองหน้าค่าตัวแพงคนนี้คนเดียว ประกอบกับความอ่อนแอของแผงหลังเจ้าถิ่น ก็ทำให้พอจะมองออกได้เลยว่า เฮียมู คงไม่เอารถบัสมาวิ่งให้เมื่อยแน่นอน กลับกลายเป็นว่า น่าจะควบรถม้ามาเผด็จศึกเจ้าถิ่นให้หงายเงิบคาบ้านจนชาวบ้านได้แต่ร้องขอให้ไว้ชีวิตหงส์ตัวน้อยๆ ตัวนี้ด้วยเถิด เพราะถ้าโดนเยอะ มันจะกลายเป็นความขายขี้หน้าประชาชีไปมากกว่านี้ เพราะนอกจากจะโดนฝั่งปิศาจแดงล้อจนหาปี๊บไม่ทันแล้ว ยังน่าจะโดนทีมอื่นทับถมจนมุดแผ่นดินหนีแทบจะไม่ทันอีกต่างหาก

เพราะถ้าเป็นอย่างที่ผมคาดเดาไว้จริงๆ ก็จะกลายเป็นว่า เกมแดงเดือดในครั้งนี้ จะกลายเป็นแดงที่เดือดอยู่ข้างเดียว ซึ่งฝั่งที่เดือดก็คงจะเป็นเจ้าบ้าน เพราะจะกลายเป็นคนหัวร้อน หงุดหงิด กับผลงานของทีมรักของตัวเองไปอีกหลายวันเลยทีเดียว ซึ่งงานนี้ผมบอกได้เลยว่า ถ้าเกิดมันไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคาดเดาไว้ ผมก็อยากจะบอกเลยว่า แฟนบอลทั้งหลายปิดเครื่องมือสื่อสาร รวมไปถึงงดเล่นโซเชียลสักอาทิตย์นึงนะครับ เพราะคุณคงจะเจอหายนะของการกางปีกผยองเดช เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด เอาเป็นว่า เรามารวมตัวกัน แช่งหงส์กันดีกว่า ถือว่าเป็นการคืนความสุขให้กับแฟนบอลละกันนะครับ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว พวกเค้าจะก้าวกลับมาสร้างความสยองขวัญให้คุณไปอีกนานแสนนาน ด้วยรักจากใจป๋อง เด็กปืนตัวน้อยๆ วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ

ป๋อง กพล

ศึกแดงเดือด วนกลับมาอีกแล้ว ซึ่งบอกเลยว่าน่าดูน่าชมมากมาย ด้วยสถานการณ์ของทั้งสองทีม ที่ต่างกันแบบเห็นได้ชัด เรียกได้ว่า งานนี้งัดการ์ด ใต้ตีน (ภาษาแฟนบอลนะครับ) เอามาข่มกันตั้งแต่ไม่เริ่มเจอกันเสียด้วย 12 ต.ค. 2560 18:23 ไทยรัฐ