วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อธิบดีกรมชลฯ มั่นใจ น้ำไม่ท่วม กทม. ระทึก! พรุ่งนี้ น้ำเหนือ ถึงอยุธยา

อธิบดีกรมชลประทาน ยืนยัน น้ำไม่ท่วมซ้ำรอยปี 54 ส่วนน้ำท่วมภาคเหนือ 2วันถึง กทม. คาดปริมาณน้ำเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นไม่เกิน 15 ซม. รับ ช่วง 15-18 ต.ค.ห่วงปริมาณฝนตกในพื้นที่ อาจทำให้น้ำไหลลงสู่แม่น้ำลำบาก กลายเป็นน้ำรอระบาย..

วันที่ 12 ต.ค.60 นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน เผยกับ ไทยรัฐออนไลน์ กรณีข่าวลือน้ำท่วมกรุงเทพฯ ซ้ำรอยปี 54 ว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนเมื่อปี 54 เริ่มเต็มตั้งแต่ประมาณ ส.ค.-ก.ย. ตั้งแต่ตอนบน แล้วหลังจากนั้นก็มีปริมาณน้ำฝนที่ตกตอนล่าง ทำให้ระบายไม่ได้ ส่วนปีนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่ๆ เกือบเต็ม แต่มีการปิดเขื่อนใหญ่ๆ มาประมาณ 11 วัน ไม่กระทบแน่นอน เนื่องจากน้ำเหนือไม่ได้ถูกปล่อยมา จะมีเพียงน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ตอนกลาง ซึ่งพยายามระบายออกให้มันเร็ว

ล่าสุด ปริมาณน้ำเหนือสูงสุดอยู่ที่อ่างทอง คาดว่าพรุ่งนี้ถึงอยุธยา มั่นใจว่าน้ำจะขึ้นไม่เกิน 15 เซนติเมตร ยกเว้นหากมีฝนตก โดยอีกประมาณ 2 วัน น้ำเหนือจะมาถึงกรุงเทพฯ ส่วนน้ำหนุนจะสูงแค่ ประมาณ 7-8 เซนติเมตร คาดว่าไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งทางกรมฯ พยายามสับหลีกเส้นทางน้ำอยู่

สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล บริเวณริมเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา คาดปริมาณน้ำจะขึ้นไปเกิน 15 เซนติเมตร แต่ขึ้นอยู่กับจังหวะน้ำขึ้นลง ไม่ถึงขั้นอพยพชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ใช้ระบบป้องกันและกั้นกระสอบทรายเอาได้

ขณะที่ ภาคอีสาน ขอนแก่นจะกระทบเยอะ เนื่องจากเขื่อนอุบลรัตน์มีแนวโน้มจะเปิดระบายน้ำมากกว่าเดิม เพราะปริมาณน้ำฝนยังไหลเข้าไม่หยุด ซึ่งที่น่าเป็นห่วงคืออ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ที่สำคัญคือ คุ้งน้ำ สกลนคร ห้วยหลวง ที่หนองคาย และเขื่อนอุบลรัตน์ ที่น้ำค่อนข้างเต็ม ซึ่งกำลังเร่งระบายน้ำออกก่อน เนื่องจากภาคอีสานอาจเจอเรื่องของพายุ

ทางด้าน น้ำท่วมภาคเหนือ นครสวรรค์ ชัยนาท ใช้เวลาไม่กี่วันในการระบายน้ำ แต่ตอนนี้นครสวรรค์เลยจุดสูงสุดแล้ว เนื่องจากน้ำเขื่อนเจ้าพระยาที่ปล่อยมา ทรงตัวอยู่ เพราะดึงน้ำออกไปทางตะวันตกด้วย ส่วนภาคใต้ ความกดอากาศสูง ผลักดันพายุต่างๆ ไปลงใต้ตามฤดูการณ์ ซึ่งพรุ่งนี้กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา และผู้เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่ตรวจ สิ่งที่กีดขว้างทางน้ำ ที่ยังไม่ดำเนินการณ์ตามนโยบาย โดยย้ายเครื่องสูบน้ำบางส่วนไปลงภาคใต้แล้ว

ทั้งนี้ หากปริมาณน้ำฝนมากขึ้น จะมีการเตรียมเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มขึ้นในแม่น้ำท่าจีน ในส่วนของคลองรพีพัฒน์จะเร่งระบายน้ำออก ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำที่เหลืออยู่ประมาณ 500 ตารางลูกบาศก์เมตร บริเวณจังหวัดสุพรรณบุรี เร่งพร่องน้ำที่อยู่ติดกับอ่าวไทยให้มากขึ้น เพื่อที่จะพร่องน้ำตอนล่างของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ให้ออกไปเร็วที่สุดเพื่อรองรับน้ำตอนบนและรองรับน้ำฝนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ส่วนสถานการณ์โดยรวม ทางกรมฯ ยังคงระบายน้ำแบบนี้ ไม่น้อยกว่า 5-7วัน สาเหตุเพราะช่วง 15-18 ต.ค.นี้ ต้องเฝ้าระวังปริมาณฝนที่อาจตกลงมา โดยต้องหาวิธีรองรับเผื่อไว้ จึงพยายามป้องน้ำและอัดน้ำลงไปให้มากขึ้น แต่เชื่อว่าสามารถควบคุมน้ำได้ ทั้ง 2 ฝั่งเจ้าพระยา แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือปริมาณน้ำฝนที่ตกมา ทำให้น้ำที่จะไหลลงสู่แม่น้ำลำบากมากขึ้น อาจกลายเป็นน้ำรอระบาย ต้องใช้เครื่องสูบน้ำช่วยผลักดันน้ำ

อย่างไรก็ตาม จากการประมาณสถิติ กรมชลประทานยืนยัน น้ำไม่ท่วมแน่นอน แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่ว่าอีก 3-4 วัน ข้างหน้า จะมีลมพายุเข้าตรงประเทศไทยไหม หากเป็นแบบนั้นถือเป็นเหตุสุวิสัย ที่จะมีน้ำท่วมขังรอระบาย แต่ ขณะนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุที่จะก่อให้เกิดพายุขนาดนั้น เป็นเรื่องที่ต้องจับตามอง เนื่องจากจะทราบผลในเรื่อง 2-3 วัน ถึงจะเกิดความชัดเจน.

อธิบดีกรมชลประทาน ยืนยัน น้ำไม่ท่วมซ้ำรอยปี 54 ส่วนน้ำท่วมภาคเหนือ 2วันถึง กทม. คาดปริมาณน้ำเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นไม่เกิน 15 ซม. รับ ช่วง 15-18 ต.ค.ห่วงปริมาณฝนตกในพื้นที่ อาจทำให้น้ำไหลลงสู่แม่น้ำลำบาก กลายเป็นน้ำรอระบาย 12 ต.ค. 2560 16:57 ไทยรัฐ