วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘จะสู้ไม่ถอยเพื่อพ่อ’ เพื่อชื่อเสียงประเทศชาติ

“ศรีสะเกษ” แชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวตสภามวยโลกบอกเล่าว่า เมื่อสมัยที่ยังเป็นเด็กได้เห็นข่าวในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงกีฬาเรือใบ และประสบความสำเร็จได้เหรียญทอง นับจากนั้นเป็นต้นมาทำให้มีความคิดอยากจะเป็นนักกีฬาทีมชาติบ้าง เพื่อจะได้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ และมีเงินมีทองมาเลี้ยงครอบครัว เพราะฐานะทางบ้านยากจน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเล่นกีฬาอะไรดี ด้วยข้อจำกัดคือไม่มีเงิน จึงคิดเพียงอย่างเดียวว่าอยากเล่นกีฬาอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องใช้เงิน

จากนั้นเป็นต้นมาก็หันมาเอาดีเรื่องของมวยไทย ตระเวน ชกหาเงินตามต่างจังหวัดตามสนามภูธรต่าง ๆ เพื่อหาเงิน มาเลี้ยงครอบครัว เคยได้เงินมากสุดคือ 6,000 บาท จนวันหนึ่ง ได้มีโอกาสไปชกในวิกราชดำเนิน ซึ่งเป็นเวทีมาตรฐาน ทำให้ค่าตัวเพิ่มสูงสุดเป็น 10,000 บาท หลังจากชกมวยไทยมากว่า 100 ไฟต์ ได้เบนเข็มมาชกมวยสากลแทน เพื่อตามหาความฝันที่ตั้งใจว่าสักวันหนึ่งจะก้าวขึ้นเป็น “นักชกผู้ยิ่งใหญ่” และ “แชมป์โลก” ให้ได้เหมือน “เขาทราย แกแล็คซี่”

แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ผมยึดเหนี่ยวและถือเป็นแบบ อย่างที่ทำให้อยากเป็นนักกีฬาคือ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” ต้องยอมรับว่าอาชีพนักมวยไม่ง่ายอย่างที่คิด ต้องใช้หยาดเหงื่อแรงกายแรงใจอย่างหนักทุกครั้งเวลาที่ขึ้นชก บางครั้ง แผลแตกก็เกิดความท้อแท้ และอยากจะเลิกชกมวย แต่เมื่อนึกถึงพระองค์ท่านที่ประสบความสำเร็จในกีฬาเรือใบ ทำให้เกิดแรงฮึดมีความฮึกเหิมที่จะขอสู้ต่อเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ ถึงจุดมุ่งหมายตามที่ได้ตั้งใจไว้แต่แรก

“ต้องยอมรับว่าอาชีพนักมวยไม่ง่ายอย่างที่คิด
ต้องใช้หยาดเหงื่อแรงกายแรงใจอย่างหนัก
ทุกครั้งเวลาที่ขึ้นชก บางครั้งแผลแตก
ก็เกิดความท้อแท้ และอยากจะเลิกชกมวย
แต่เมื่อนึกถึงพระองค์ท่านที่ประสบความสำเร็จ
ในกีฬาเรือใบ ทำให้เกิดแรงฮึดมีความฮึกเหิม
ที่จะขอสู้ต่อเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ”

สมัยอดีตเวลาที่นักมวยป้องกันแชมป์โลกได้อย่าง “โผน กิ่งเพชร” หรือแม้กระทั่งนักชกรุ่นพี่อย่าง “พี่บาส-สมรักษ คำสิงห์” ได้เหรียญทองแรกในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ก็มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด ถึงตอนนี้ผมจะไม่มีโอกาสเหมือนกับนักชกรุ่นพี่ ๆ แต่ไม่เคยเสียใจ เพราะระลึกอยู่เสมอว่าพระองค์ท่านอยู่ในใจเราตลอดและจะสู้จะทำทุกอย่างเพื่อพระองค์ท่าน และเพื่อชื่อเสียงของประเทศชาติ ทุกครั้งเวลาที่ขึ้นชกในต่างประเทศ เมื่อใดที่ชนะป้องกันแชมป์โลกได้สำเร็จ ผมจะชูรูปในหลวง รัชกาลที่ 9 ขึ้นเหนือหัว เพราะอยากให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่า ที่เรามีวันนี้ได้ก็เพราะได้รับแรงบันดาลใจจากพระองค์ท่านสิ่งสำคัญคืออยากบอกว่าภูมิใจและดีใจที่สุดที่ได้เกิดบนแผ่นดินของพ่อ

นอกจากนี้ หลักคำสอนของพระองค์ท่านที่ยังจดจำได้อยู่ในใจตลอดคือ “ความพอเพียง” ผมนำมายึดถือปฏิบัติในการใช้ชีวิตประจำวันตราบจนทุกวันนี้ และสิ่งนี้ได้เป็นเครื่องเตือนใจให้ดำรงชีวิตแบบไม่ฟุ้งเฟ้อ ผมขอสัญญากับพระองค์ท่านว่าจะเป็นคนดีของสังคม และจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้เยาวชนรุ่นต่อไป สิ่งหนึ่งที่อยากฝากถึงนักชกรุ่นน้อง ๆ คือต้องขยันอดทนมีระเบียบวินัย และซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของตน หากเรามีเป้าหมายหรือมีฝันแล้วก็ต้องก้าวไปให้ถึง อย่าท้อ และสู้อย่างเต็มที่เพื่อให้ฝันนั้นเป็นจริง

สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า วิศักดิ์ศิลป์ วังเอก
แชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวตสภามวยโลก