วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘หลักทรงงานของพ่อหลวง’ กิจที่ทรงทำคำที่ทรงสั่ง ลงท้ายคำว่าเพื่อประชาชนเสมอ

“วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี เล่าถึงความประทับใจที่มีต่อในหลวง รัชกาลที่ 9 ว่า สมัยที่ผมเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี 2536-2545 มีหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล ในการขอรับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในเรื่องต่าง ๆ ต้องทำงานประสานกับฝ่ายราชการในพระองค์อย่างใกล้ชิด ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ได้สังเกตหลักใหญ่ ๆ คือ

พระองค์ท่านทรงงานด้วยความละเอียดรอบคอบ ทรงรอบรู้ในเนื้องาน อยู่ที่ว่าจะตรัสหรือไม่ตรัสเท่านั้น แต่ถ้ามีโอกาสก็จะพระราชทานคำแนะนำตักเตือน จะได้เห็นว่าทรงละเอียดลออมาก แม้แต่หนังสือที่กราบบังคมทูลขึ้นไป บางครั้งนึกว่าเขียนถูกแล้ว เพราะเขียนอย่างนี้เป็นสิบ ๆ ปี ก็จะทรงทักท้วงลงมา รับสั่งไม่ให้เราเครียดว่า ที่จริงก็สังเกตมาหลายครั้งแล้วว่าทำมา แต่ถ้าจะให้ถูกก็จะแนะเสียในคราวนี้

จำได้คราวหนึ่งเคยถวายชื่อรัฐมนตรีที่จะมีการปรับหนึ่งคนในหนังสือที่กราบบังคมทูลใช้คำว่าขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อมา ก็ทรงพระสรวลรับสั่งว่าครั้งนี้ปรับกี่คน เมื่อรัฐบาลกราบบังคมทูลว่าหนึ่งคน รับสั่งว่าคนเดียวก็เรียกว่าชื่อก็พอ ถ้ารายชื่อเป็นหลายรายต้องมากกว่าหนึ่ง และทรงพระสรวลว่าลองเอาไปคิดดู เราก็รู้แล้วว่าทรงสอน แม้แต่การสะกดบางครั้งก็ผิด รับสั่งว่าคำนี้ในหน้าสามเขียนอย่างหนึ่ง แล้วทำไมอีกหน้าเขียนอีกอย่าง ตกลงเป็นอันเดียวกันหรือไม่ ถ้าเป็นอันเดียวกันก็เขียนเสียอย่างหนึ่งให้ถูกต้อง

เวลาจะรับสั่งหรือโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ราชเลขาธิการเชิญพระราชกระแสมาถึงรัฐบาล ก็จะใช้ถ้อยคำที่ทำให้เราชุ่มชื่นใจ เกิดความปิติว่าทรงแนะทรงสอน ไม่ใช่ตำหนิแต่อย่างใด แต่เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องรับใส่เกล้าแล้วไปปรับปรุงให้ถูกต้อง สิ่งที่ได้สังเกตเห็นและอยู่ในใจ เพราะว่าพอเรานึกถึงพระองค์ท่านขึ้นมาทีไรแล้วเราใจหาย เราคิดถึงพระองค์ท่านแล้วเราปลาบปลื้ม เพราะการที่ทรงคิดทรงทำอะไรก็ตาม กิจที่ทรงทำคำที่ทรงรับสั่ง หรือว่าสิ่งใดก็ตามที่ทรงแสดงออกมาจะลงท้ายด้วยคำว่าเพื่อประชาชนทั้งนั้น

หลักของพระองค์ท่านมีอย่างเดียว ถ้ามีทางเลือกอยู่สองทาง อะไรที่เป็นประโยชน์ ทำให้เกิดความสะดวกแก่ประชาชนมากกว่า สิ่งใดที่จะทำให้ประชาชนสบายใจมากกว่าอะไรที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระองค์ท่าน ทรงให้ตัดออกให้หมด บางครั้งกฎหมายที่ผ่านรัฐสภาถวายขึ้นไป แล้วใช้ถ้อยคำว่า เรื่องนี้ไม่ใช้กับพระมหากษัตริย์ ท่านไม่โปรดเลย จะต้องไปแก้ไขตัดออก อะไรก็ตามที่จะถวายสิทธิพิเศษแด่พระองค์ท่าน ท่านไม่โปรดเลย เรื่องอย่างนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาหรือรัฐบาลที่ทำกฎหมายหรือโครงการใดก็ได้รับทราบอยู่ตลอด และระมัดระวังกันตลอดมา

“ถ้าต้องการสนองพระมหากรุณาธิคุณ
ช่วยจดจำรำลึกถึงพระราชดำรัส
จับใจความได้ว่าพระองค์ท่าน
สบายพระราชหฤทัย เมื่อประชาชนมีไมตรีต่อกัน
มีความรู้รักสามัคคี และปรองดอง”

ผมโชคดีเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เคยมีโอกาสตามนายกรัฐมนตรีเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทหลายครั้ง ช่วงที่ผมทำงานเป็นช่วงเวลาที่ทรงพระสำราญ พระอนามัยยังเป็นปกติ ได้มีโอกาสเป็นบุญหูบุญตัว ได้รับฟังพระราชดำรัสที่รับสั่งกับนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี หรือแขกเมืองเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ควรแก่ความปลาบปลื้ม นึกครั้งใดก็ปลื้ม นึกไปนานนานน้ำตาคลอด้วยความปิติ มันเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ความประทับใจแบบนี้ผมมีอยู่มาก บางครั้งได้รับสั่งเป็นส่วนตัว บางครั้งก็รับสั่งกับคนอื่น

ในหลวง รัชกาลที่ 9 มีพระราชดำรัสหลายครั้งมีพระราชกระแสหลายครั้ง ใครชอบใจเรื่องใดครั้งใดก็ช่วยจดจำไว้ในความทรงจำ แต่ไม่บ่อยครั้งที่จะรับสั่งถึงเรื่อง ๆ หนึ่ง คือความสุขและความพอพระทัยของพระองค์เมื่อไม่นานก่อนเสด็จสวรรคต ได้มีพระราชกระแสรับสั่งในคราวเสด็จออกมหาสมาคมว่า

“ประชาชนร้องถวายพระพรว่าขอให้ทรงพระเจริญ แล้วรับสั่งว่าความเจริญของข้าพเจ้านั้นจะมาได้ด้วยอย่างไร ความเจริญของข้าพเจ้านั้นจะมาได้ก็ด้วยการที่ประชาชนมีความสุขมีความรู้รักสามัคคีต่อกัน แล้วช่วยรักษาประเทศชาติบ้านเมืองไว้ได้ ทำได้อย่างนี้ข้าพเจ้าก็จะมีความเจริญเหมือนอย่างที่ท่านแซ่ซ้องร้องตะโกนว่าทรงพระเจริญ”

ถ้าเราต้องการสนองพระมหากรุณาธิคุณ ช่วยจดจำรำลึกถึงพระราชดำรัส วันนี้จะแซ่ซ้องว่าทรงพระเจริญไม่ได้เนื่องจากล่วงรัชกาลสิ้นไปแล้ว แต่สิ่งที่เราจะเก็บไว้ได้ที่จับใจความได้ว่าพระองค์ท่านจะพอพระราชหฤทัยและสบายพระราชหฤทัย เมื่อประชาชนมีไมตรีต่อกัน มีความรู้รักสามัคคีและปรองดอง ตรงนี้เป็นหัวใจ อีกทั้งเป็นพระราชปณิธานและปรารถนาของพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ แม้แต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ก็ได้มีพระราชดำรัสดังนั้นหลายครั้ง

สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า วิษณุ เครืองาม
รองนายกรัฐมนตรี