วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

3 เรื่องเล่าสุดประทับใจ จากผู้ถวายงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ในหลวง ร.9

ครั้งหนึ่ง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ผู้ถวายงานรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อย่างใกล้ชิดมานานถึง 35 ปี ได้ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของในหลวง ร.9 ที่พสกนิกรชาวไทยทุกคนจะได้มีโอกาสรับรู้และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระประมุขที่มีต่อแผ่นดินไทย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ หยิบเรื่องราวจากหนังสือ "ใต้เบื้องพระยุคลบาท" บางช่วงบางตอนที่น่าประทับใจมาเรียบเรียงไว้ ดังต่อไปนี้...

คืนหนึ่งที่บ้านทุ่งเค็จ สายบุรี

ไม่ว่าพระองค์จะย่างพระบาทไปในพื้นที่ใดบนผืนแผ่นดินไทยนี้ ทุกแห่งคือผืนแผ่นดินของพระองค์ และพระองค์คือพระเจ้าแผ่นดินของประชาชน และประชาชนทุกหมู่เหล่าไม่ว่าพื้นที่ใดบนผืนแผ่นดินนี้ คือ พสกนิกรของพระองค์

ท่ามกลางความมืดสลัวของยามค่ำคืนนั้น ครูใหญ่ชาวไทยมุสลิม ต่างเริ่มทยอยเดินออกจากเคหสถานของตน มีทั้งเด็ก คนหนุ่มสาว และคนชรา บ้างก็มาเป็นกลุ่ม บ้างก็อุ้มลูกจูงหลาน พากันมาเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฝ้าฯ กันกลางสวนลึก กลางแสงไฟจากไฟฉายที่เห็นเพียงเงาตะคุ่มของผู้คนหลากหลาย ในบรรดากลุ่มผู้คนเหล่านั้นมี “ลุงวาเด็ง” ชาวไทยมุสลิมร่างเล็กแข็งเกร็งวัย 70 กว่าปีรวมอยู่ด้วย ในวัยปลายชีวิตที่เรียกได้ว่าชราภาพแล้วนี้ ลุงวาเด็งยังคล่องแคล่ว ว่องไว พูดจาฉะฉาน วันนี้ลุงวาเด็งมาเข้าเฝ้าฯ พระเจ้าอยู่หัวในชุดเต็มยศครึ่งท่อน คือ สวมกางเกงตัวเดียวแต่ไม่สวมเสื้อ ไม่มีที่ไหนในโลกนี้อีกแล้วที่สามัญชนคนธรรมดาไม่ว่าจะอยู่ในเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆ ก็มีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงอย่างใกล้ชิดพระเจ้าแผ่นดินของเขาได้อย่างเสมอภาคกันทั่วหน้าเช่นนี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสถามข้อมูลเบื้องต้นในพื้นที่จากลุงวาเด็ง ซึ่งลุงวาเด็งก็ได้ถวายคำตอบอย่างคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงและเฉลียวฉลาด น้ำเสียงและใบหน้าของลุงชรามีแววปลื้มปีติอย่างหาที่สุดประมาณมิได้ ลุงวาเด็งได้กราบบังคมทูลด้วยภาษาพื้นบ้านว่า ดีใจมากที่ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานความช่วยเหลือโดยการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้

ระหว่างที่เข้าเฝ้าฯ ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทอยู่นั้น ชายชราผู้นั้นเหลียวซ้ายแลขวาหลายครั้งผิดปกติ จนในที่สุดก็ได้กราบบังคมทูลว่า พระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มาทั้งทีไม่มีอะไรจะถวายเลย ผลไม้ในสวนก็เพิ่งจะเก็บขายหมดไป ได้เงินมา 20,000 บาทก็นำไปซื้อเครื่องปั๊มน้ำมาได้ 1 เครื่อง ทั้งสวนขณะนี้เหลือทุเรียนอยู่ผลเดียว และหนำซ้ำยังดิบอยู่เสียด้วย

พวกเราที่ตามเสด็จ และอยู่ในเหตุการณ์ก็หยอกลุงวาเด็งว่า ถ้าอย่างนั้นก็ถวายปั๊มน้ำจะได้ไหม ลุงวาเด็งตอบคำถามเด็ดเดี่ยวโดยไม่ต้องคิดกลับมาทันทีว่า “ถอดเอาขึ้นรถและขนไปได้เลย ขอถวายพระเจ้าอยู่หัว” กล่าวจบก็ยิ้มละไมอย่างเป็นสุข ลุงวาเด็งก็ไม่คิดว่าเป็นการพูดเล่น ทั้งแววตาและท่าทีดูมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกที่จะสละสมบัติชิ้นเดียวที่ได้มาจากหยาดเหงื่อและแรงกายที่ได้ทำงานมาทั้งปีถวายพระเจ้าอยู่หัว ทุกคน ณ ที่นั้นตื้นตันใจอย่างยิ่ง เพราะทราบดีว่าอากัปกิริยาที่เป็นธรรมชาติอันมิได้เสแสร้งของลุงวาเด็งนั้น เป็นความบริสุทธิ์ผุดผ่องที่บังเกิดขึ้นจากความจงรักภักดีที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแต่สถานเดียว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสรวลอย่างมีความสุขไม่ต่างไปจากลุงวาเด็ง

ในหลวงของเรา

ผมจะเล่าชีวิตประจำวันในขณะที่เราตามเสด็จ จะเริ่มประมาณบ่าย 3-4 โมง ส่วนมากจะไม่เสด็จฯ ออกก่อนบ่าย 3 โมง นอกจากจะมีลักษณะการเดินทางต้องกินเวลา ก็อาจจะเป็นว่าเริ่มจากตอนเที่ยงหรือตอนเช้า แต่ส่วนมากพระองค์จะเริ่มบ่าย 3 โมง และจะทรงขับรถด้วยพระองค์เอง วันหนึ่งมีพระราชกระแสรับสั่งว่า “เหตุที่ฉันไม่บอกนั้นเพราะว่าไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อน เพราะถ้าบอก ทางจังหวัดต้องออกไปเตรียมการไปทำอะไรต่ออะไร ข้าราชการทั้งหมดไปรับเสด็จ ยุ่งยากกันไปหมดทั้งจังหวัด” เพราะฉะนั้น จึงไม่ทรงบอก ใครอยากไปตามเสด็จ ก็ไป ใครไม่อยากไปตามเสด็จ ก็ไม่ถือโทษโกรธกัน พระอัจฉริยะที่บีบบังคับให้พวกเราไปทำให้เราตามไปด้วย เราก็นั่งประชุมปรึกษากันว่า พรุ่งนี้พระองค์จะเสด็จฯ ไปทางไหน ไปซีกซ้ายหรือซีกขวา ทิศเหนือหรือทิศใต้ ตำรวจทางหลวงจะต้องนำเสด็จ ไปที่ไหน จะต้องทำอย่างไร ตำรวจเขาก็ตัดปัญหาเลยตั้งรถไปทางทิศเหนือคันหนึ่ง ไปทางทิศใต้คันหนึ่ง พระองค์เสด็จฯ ไปทางทิศเหนือคันนี้ก็นำ ส่วนอีกคันก็กลับรถตามปิดท้าย อันนี้เราก็ต้องปรับตัวเราไปด้วย

จะสังเกตเห็นได้ว่าจุดแรกหรือที่พระองค์ทำ คือว่าต้องหนีบแผนที่เสด็จพระราชดำเนินไปหาประชาชนก่อนเพื่อนเลย ส่วนมากมักจะคุยกับคนแก่ๆ ท่านทราบไหมว่าคืออะไร ไม่ใช่ถามเรื่องทุกข์สุขหรืออะไร พระองค์ท่านมีวิธีการทำงานแบบลักษณะสมัยใหม่เหมือนกับเรานักวิชาการ อาจจะลึกซึ้งยิ่งกว่าพวกเราด้วยซ้ำไป ในขณะที่พวกเราใช้คอมพิวเตอร์ใช้อะไรต่างๆ นั้น พระองค์ท่านใช้ขีดความสามารถของพระองค์เองเป็นผู้ดำเนินการแต่พระองค์เดียวทั้งสิ้น พวกเราถวายข้อมูลเข้าไปแค่นั้นเอง แล้วในแผนที่ท่านจะทรงเขียนบันทึกมากมาย คือแสดงว่ามีการเตรียมตัวทำการบ้านมาก่อนแล้วว่า บริเวณที่จะเสด็จฯ ไปนั้นมีข้อมูลอะไรบ้าง มีเขียนเต็มไปหมดเลย มีลายพระหัตถ์ ผมก็พยายามจะแสวงหามาเพื่อจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกแล้วไปแสดงให้ประชาชนดู

พระอารมณ์ขัน

ทรงมีพระอารมณ์ขันมากด้วยในขณะที่ทรงงานอยู่ มีพระราชกระแสครั้งหนึ่งให้กับสมาชิกสโมสรไลออนส์ว่า “ความร่าเริงและรื่นเริง ความคึกคักและครึกครื้นนั้นเป็นปัจจัยของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ” ทรงมีพระอารมณ์ขันมากอย่างไม่น่าเชื่อ ตามปกติแล้วจะทรงวางเฉยอยู่แต่ว่าทรงมีพระอารมณ์ขัน ผมจะยกมา 2-3 ตัวอย่างด้วยกัน เป็นต้นว่า ที่สกลนครเมื่อสัก 2 ปีที่แล้ว พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาที่ผมแล้วรับสั่งว่า รู้หรือเปล่าเมื่อสักครู่ไปถามชาวบ้านเขาแขนหัก ถามเขาว่าเป็นอะไร เขาบอกตกสะพานเลยแขนหักข้างหนึ่ง พระองค์ท่านก็เลยรับสั่งถามต่อว่าแล้วอีกข้างหนึ่งล่ะ อีกข้างชาวบ้านบอกว่าไม่ได้ตกไปด้วย ตกไปข้างเดียว แล้วก็ทรงพระสรวลพอพระทัย

ที่ทางใต้ปรากฏว่ามีปัญหามากเกี่ยวกับเรื่องดินเปรี้ยวดินเป็นกรดอะไรต่างๆ ก็ทรงไปถามพวกชาวบ้านว่าที่ทำนาหลังบ้านนี้ดินเปรี้ยวหรือเปล่า ชาวบ้านผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมามองพระพักตร์แล้วก็ทูลว่าไม่เคยกิน พระองค์ท่านก็บอกว่าชาวบ้านแถบนี้เขามีอารมณ์ขัน

บางทีเจอหนักไปกว่านั้นอีก ปรากฏว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งลูกเต็มไปหมด 4-5 คน พระองค์รับสั่งถามว่าอยู่บ้านกี่คน เขาก็บอกว่าอยู่กัน 6 คน ถามว่ามีใครบ้าง เขาบอกว่ามีแม่แล้วก็ลูกอีก 5 ถามพ่อไปไหน เขาก็บอกพระสวามีไปมีพระมเหสีใหม่ ชาวบ้านเขาก็อยากให้มีศัพท์แสงอะไรที่เหมาะตามที่เขาคิด เราก็กัดปากไม่กล้าหัวเราะ

พระองค์ทรงมีพระอารมณ์ขันตลอดเวลา มีเรื่องบางเรื่องผมไม่กล้าเล่าด้วยซ้ำไป แล้วเวลานี้เพราะใกล้พระชนมพรรษา 60 ทุกคนก็เป็นขอพระราชทานโน่นพระราชทานนี่ไปแสดง ขอพระราชทานรูปวิทยุอะไรหลายอย่าง อย่างสวนหลวงนี่ซึ่งผมเป็นกรรมการอยู่ด้วยก็ไปขอพระราชทานกันหมด เรือใบอะไรนี้ไปแสดง พระองค์ท่านก็บอกนี่ให้จะหมดตัวแล้วนะนี่ อีกหน่อยฉันคงต้องเอาองค์จริงไปแลกองค์ปลอม คือเหลือแค่ตัวเหลือแต่องค์จริงจะไปแลกองค์ปลอม ทรงโต้แย้งกลับมาชนิดที่ว่ามีความคมคายมากในทุกสิ่งทุกอย่างที่รับสั่งขึ้นมา เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่า ทรงมีพระอารมณ์ขันถึงแม้จะเหนื่อยยากอะไรยังไงก็ตาม และก็ทรงชอบที่จะเห็นคนอื่นมีนิสัยร่าเริงอยู่ตลอดเวลา.