วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครบรอบสวรรคตในหลวงร.9 พระมหากรุณาธิคุณยังคงขจรไกลไปทั่วโลก

วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ได้เวียนมาครบรอบ 1 ปี ในวันที่ 13 ต.ค.นี้ แต่ในหัวใจคนไทยทุกคน ยังคงจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณไม่เสื่อมคลาย

“ทีมเศรษฐกิจ” ขอนำถ้อยแถลงนางซามานธา เพาเวอร์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ณ การประชุมนัดพิเศษของสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2559 ที่สะท้อนว่าแม้แต่ชาวต่างชาติยังสัมผัสได้ถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกคน รวมถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับสถานที่พระราชสมภพของพระองค์ ผ่านการเล่าเรื่องของคนไทยในต่างแดน ที่ทุกคนยังสัมผัสได้ถึงความรักของพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่

นางซามานธา เพาเวอร์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรสหรัฐอเมริกาประจำสหประชาชาติ

ในนามของสหรัฐอเมริกา ดิฉันขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ด้วยใจจริงยิ่งต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนประชาชนชาวไทยต่อการสวรรคตของพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหา
ภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงเป็นมิตรและหุ้นส่วนพันธมิตรของสหรัฐอเมริกามาตลอดช่วงพระชนม์ชีพ ทั้งยังทรงมีสายสัมพันธ์ส่วนพระองค์ผูกพักลึกซึ้งกับประเทศของเรา

สมเด็จพระบรมราช ชนกและสมเด็จพระบรม ราชชนนีของพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพบกันที่เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเสตต์ ขณะทั้งสองพระองค์ทรงกำลังศึกษาวิชาการแพทย์ โดยสมเด็จพระบรมราชชนก ทรงศึกษาที่ฮาร์วาร์ด ส่วนสมเด็จพระ บรมราชชนนีทรงศึกษาที่วิทยาลัยซิมมอนส์ ถึงแม้ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ประทับที่เมืองเคมบริดจ์เพียงช่วงที่ทรงพระเยาว์ กระนั้นเมืองนี้ยังคงมีบรรยากาศแห่งการเป็นสถานที่ที่พระองค์เคยประทับอยู่โดยไม่เสื่อมคลาย

ดิฉันเคยเป็นอาจารย์ที่ Kennedy School of Government ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในเมืองเคมบริดจ์ และเมื่อเดินไปกลับมหาวิทยาลัย ดิฉันมักจะผ่านจัตุรัสภูมิพลอดุลยเดชซึ่งอยู่ติดกับ Kennedy School อยู่เป็นประจำจัตุรัสแห่งนี้ได้รับการตั้งชื่อตามพระนามของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเพื่อรำลึกถึงการเสด็จพระราชสมภพของพระองค์

ขณะที่เดินผ่านจัตุรัสภูมิพลอดุลยเดช ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นชาวไทยมาถวายสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช และถ่ายภาพข้างแท่นจารึกพระนามของพระองค์ซึ่งตั้งอยู่ในจัตุรัสแห่งนี้ เมืองเคมบริดจ์ยังมีสถานที่ลักษณะเช่นนี้อีกหลายแห่ง ที่โรงพยาบาล Brigham and Women’s Hospital ซึ่งอยู่ไม่ห่างออกไปนักคือสถานที่ที่สมเด็จพระบรมราชชนนีเคยทรงงาน และแทบไม่มีวันไหนเลยที่จะไม่มีชาวไทยแวะมาพร้อมของที่ระลึก ดอกไม้ หรือกระดาษเล็กๆ เขียนข้อความแสดงความรู้สึก นั่นคือความรู้สึกจงรักภักดีที่พสกนิกรไทยมีต่อพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ราวสองทศวรรษที่แล้ว นักข่าวคนหนึ่งทูลถามพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่าทรงปรารถนาให้ผู้คนจดจำพระองค์อย่างไร พระองค์ตรัสตอบว่าทรงไม่สนพระทัยนักว่าประวัติศาสตร์จะบันทึกถึงพระองค์เช่นไร พระองค์ตรัสว่า “หากพวกเขาอยากเขียนถึงข้าพเจ้าในแง่ดี พวกเขาควรเขียนว่าข้าพเจ้าได้ทำสิ่งที่ก่อประโยชน์อย่างไรบ้าง”

ในสายพระเนตรของพระองค์ การทำ สิ่งที่มีประโยชน์หมายถึงการแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มคนที่อ่อนแอและคนชายขอบ ดั่งพระราช ดำริที่ว่า หนทางเดียวที่จะทำให้รู้ได้ว่าสิ่งใดมีประโยชน์ และหนทางเดียวที่จะเข้าใจถึงปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่นั้น คือการออกไปลงพื้นที่จริง ไปยังพื้นที่ที่ประชาชนอยู่อาศัย ด้วยเหตุนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช จึงเสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ต่างๆในประเทศอยู่เป็นนิจ โดย เฉพาะพื้นที่ชนบทยากไร้ห่างไกลความเจริญ โดยตลอดช่วงแห่งการครองราชย์.