วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยรัฐร่วมพสกนิกรไทย ส่งใจสู่ฟ้าอาลัยพ่อ

15 ฉบับ...หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับพิเศษ ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม ถึงวันที่ 27 ตุลาคม 2560 บันทึกหน้าประวัติศาสตร์ “ไทยรัฐร่วมพสกนิกรไทย...ส่งใจสู่ฟ้าอาลัยพ่อ” น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช”

365 วันสวรรคต โศกสลดไม่จางหาย, พระเกียรติกำจายสากล สถิตใจชนนิรันดร์, สืบราชสันตติวงศ์ ดำรงสถาพร, สุนทรคีตศิลป์ ถวายบดินทร์สวรรคาลัย, หลอมใจถวายภักดิ์ แจ้งประจักษ์ทั้งโลกา, จิตอาสาประชาราษฎร์ ตามรอยบาทองค์ราชัน, ตำนานดอกไม้จันทน์ เบ่งบานดั่งดวงดาว

สะพรั่งพราว 9 กวี อัญชุลีมหาราชัน, สร้างสรรค์หลากสิ่งมิ่งอนุสรณ์, โขน ละคร มหรสพไทย เทิดไท้ภูมิพล, ย้อนยลถวายพระเพลิงกษัตราธิราช, ภูมิทัศน์พระเมรุมาศแม้นสวรรค์, สร้างสรรค์รอบพระเมรุฯ เด่นเหลืองเรืองอร่าม, งามตระการริ้วขบวนพระบรมศพ, น้อมนบดอกไม้จันทน์กลางธารน้ำตา

ปกพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 จากผลงานศิลปินแห่งชาติและศิลปินชื่อดัง 14 ศิลปิน 14 ฉบับ หาซื้อ...หาเก็บไว้ยิ่งนานวันจะมีคุณค่ายิ่ง

ภาพ “กายทิพย์ในหลวงรัชกาลที่ 9” ของ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ เป็นภาพแรกและภาพเดียวที่นำมาทำเป็นปกหนังสือพิมพ์ เพื่อให้ประชาชนเก็บเป็นประวัติศาสตร์

“เวลาเราดูรูปพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระพักตร์ของพระองค์ท่านไม่ใช่กายเนื้อ เราจะเห็นรอยยิ้ม เราจะเห็นความนิ่ง คือการวางนิ่งเฉย นั่นคือการสื่อแสดงให้เห็นถึงการไปสู่พระนิพพานด้วยซ้ำไป ดังนั้นรูปนี้จึงเป็นเลขเก้า ที่ดีไซน์ขึ้นมาเหมือนการเคลื่อนไหวจากเลขเก้าขึ้นไปสู่พระนิพพาน ผ่านสรวงสวรรค์......”

เฉลิมชัย อธิบายต่อไปอีกว่า สวรรค์ทั้งหมดในรูปมี 10 เป็นทศพิธราชธรรมของพระเจ้าอยู่หัว ผมเขียนครุฑทั้งหมดสี่ เป็นทางส่งเสด็จ อันนี้คือพรหมวิหารสี่...พระเจ้าอยู่หัวบรรลุธรรม นี่คือความคิดผม

“จะมีคนไทยสักกี่คนที่ได้เห็นรูปนี้แล้วร้องไห้...ต้องมีความเข้าใจ อินและรู้สึก จะต้องมีสุนทรียภาพเข้าใจความงามมากที่สุด พระองค์ท่านสวรรคตแล้ว แต่คนไทยต้องก้าวต่อไป ไปสู่ความรุ่งเรืองของชาติบ้านเมือง พระองค์ท่านพูดเสมอว่า ความรักชาติ นั่นคือสิ่งที่อยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคน”

พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 รักคนไทย...รักประเทศมาก อยากเห็นประเทศไปสู่ความก้าวหน้า อยากเห็นคนไทยไม่มีความทุกข์ ไม่มีคนจน คนไทยอยู่ดีกินดี...ไม่ทะเลาะกัน รัก สามัคคีกัน

“ขอให้เรารักบ้านเมืองของเราสักครึ่งเดียวของพระเจ้าอยู่หัว เราก็มากมายแล้ว...บ้านเมืองของเราก็เจริญมากมายแล้ว คิดว่าทุกคนก็อยากเห็น”

เปิดคู่มือสื่อมวลชน งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันที่ 25-29 ตุลาคม พุทธศักราช 2560 “โบราณราชประเพณี การถวาย พระเพลิงพระบรมศพ”

ประวัติศาสตร์ชาติไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นต้นมา พระมหากษัตริย์นอกจากจะทรงเป็นผู้นำในการก่อตั้งพระราชอาณาจักรแล้ว ยังทรงทำนุบำรุงสร้างศิลปวัฒนธรรมและระเบียบประเพณีต่างๆ

หลักฐานที่กล่าวถึงการจัดพระราชพิธีพระบรมศพที่เก่าแก่ที่สุด ปรากฏอยู่ในหนังสือไตรภูมิกถาหรือไตรภูมิพระร่วง หนังสือวรรณคดีทางพระพุทธศาสนาเล่มแรกของชาติไทย

พระมหาธรรมราชาที่ 1 หรือพญาลิไทแห่งกรุงสุโขทัย ทรงพระราชนิพนธ์ไว้เมื่อปีระกา พุทธศักราช 1888 พรรณนาการจัดการพระศพพระยามหาจักรพรรดิราชไว้

“พระมหากษัตริย์” ผู้ทรง “ทศพิธราชธรรม” มีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย ทรงได้รับการเทิดทูนเสมอด้วยสมมติเทพตามคติพราหมณ์ เมื่อเสด็จพระราชสมภพถือเป็นเทพอวตารคือเทวดาจุติลงมาอุบัติบนโลกมนุษย์

ครั้นเมื่อเสด็จสวรรคตจึงถือเป็นการเสด็จกลับสู่สวรรค์ พระราชพิธีอันเกี่ยวเนื่องกับพระบรมศพจึงถือเป็นพระราชพิธีที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติอย่างสูงสุด

“มณฑลพิธี”...หมายถึงบริเวณที่ใช้ประกอบพระราชพิธี พิธี ซึ่งมีสัญลักษณ์หรือสิ่งก่อสร้างเป็นเครื่องหมายแสดงอาณาบริเวณหรือขอบเขตที่แน่ชัด เช่น มณฑลพิธีท้องสนามหลวงใช้ในการประกอบพระราชพิธีต่างๆ รวมทั้งพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพและพระราชทานเพลิงพระศพมาตั้งแต่ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงเรียกว่า...“ทุ่งพระเมรุ”

องค์พระเมรุมาศหรือพระเมรุสร้างขึ้นตรงกลางของมณฑลพิธีตามคติการเป็นศูนย์กลางของโลกและจักรวาล รายล้อมด้วยพระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน พลับพลายก หอเปลื้อง ซ่าง ทับเกษตร ทิม คดและประดับด้วยสัตว์หิมพานต์ กินนร กินรี รอบพระเมรุมาศ ชั้นนอกสุดล้อมรอบด้วยราชวัติซึ่งเป็นแนวรั้วกำหนดขอบเขตมณฑลพิธี ประดับตกแต่งด้วยฉัตรและธงเป็นระยะ

คติความเชื่อเรื่อง “โลก” และ “จักรวาล” ตามที่กล่าวถึงในเตภูมิกถา ได้บรรยายไว้ว่า...โลกและจักรวาลมีลักษณะเป็นวงกลม มีเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ใต้เขาพระสุเมรุเป็นเมืองอสูร บนเขาพระสุเมรุเป็นที่ตั้งของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีไพชยนต์ปราสาทอยู่กลางเมือง

เขาพระสุเมรุล้อมรอบด้วยทะเล 7 ชั้น เรียกว่า “ทะเลสีทันดร” สลับด้วยภูเขา 7 ลูก เรียกว่า...สัตตบริภัณฑ์ หรือสัตตภัณฑ์ คือ ยุคนธร อิสินธร กรวิก สุทัสสนะ เนมินธร วินันตกะ และอัสสกัณณะ ถัดออกมาเป็นมหาสมุทรทั้ง 4 และทวีปทั้ง 4 กลางทะเลนั้นมีเกาะอยู่ 2,000 เกาะ

มนุษย์เรานี้อาศัยอยู่ในชมพูทวีปอันเป็นที่ตั้งของป่าหิมพานต์ ชั้นนอกสุดเป็นกำแพงจักรวาลล้อมรอบเป็นเขตสุดขอบจักรวาล

คติความเชื่อข้างต้นนี้เป็นที่มาในการสร้างพระเมรุมาศอันมีปริมณฑลรายล้อมด้วยสิ่งก่อสร้างต่างๆ เป็นการจำลอง...อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องยากที่จะระบุความหมายอย่างแน่ชัดในแบบแผนของพระเมรุมาศทั้งหมด เพราะสิ่งก่อสร้างบางอย่างสร้างขึ้นตามประโยชน์ใช้สอย เช่น ศาลาทรงธรรม เป็นพระที่นั่งโถงสำหรับพระมหากษัตริย์ประทับเมื่อเสด็จฯไปงานถวายพระเพลิง

“...ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้คือการได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง” ประโยคปิดท้ายที่หยิบยกมาจาก พระราชนิพนธ์เรื่อง “เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิทเซอร์แลนด์” ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” พระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2493

ผ่านมาถึงวันนี้...คงไม่มีคนไทยคนไหนปฏิเสธความจริงของประโยคข้างต้นนี้ได้

เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ “ไทยรัฐร่วมพสกนิกรไทย...ส่งใจสู่ฟ้า อาลัยพ่อ”.