วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
งานมหกรรมหนังสือ น้อมรำลึกแด่ “พ่อหลวง”

งานมหกรรมหนังสือ น้อมรำลึกแด่ “พ่อหลวง”

โดย ลมกรด
13 ต.ค. 2560 05:01 น.
  • Share:

วันนี้ครบรอบ 1 ปีการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ข้าพระพุทธเจ้า หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมแสดงความอาลัย “พ่อหลวง” ที่พสกนิกร ชาวไทยรักและเทิดทูนสุดหัวใจ

ในโอกาสนี้ผมขออัญเชิญพระบรมราโชวาทที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานแก่คณะสมาชิกห้องสมุดทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2514 ความว่า “หนังสือเป็นการสะสมความรู้ และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ได้สร้างมา ทำมา คิดมา แต่โบราณกาลจนทุกวันนี้ หนังสือจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เป็นคล้ายๆธนาคารความรู้และเป็นออมสิน เป็นสิ่งที่จะทำให้มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้”

จากข้อมูลที่สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK park) ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจพฤติกรรมการอ่านของประชากรไทยช่วงนอกเวลาเรียนและนอกเวลาทำงานในปี 2558 (ถือเป็นข้อมูลล่าสุด เพราะสำรวจทุกรอบ 2 ปี) พบว่า คนไทยใช้เวลาอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นเป็น 66 นาทีต่อวัน เพิ่มจากเมื่อปี 2556 ที่อ่านกันแค่ 37 นาทีต่อวัน

การสำรวจในปี 2558 เป็นปีแรกที่รวมถึงการอ่านข้อความในสื่อออนไลน์ เอสเอ็มเอส และอีเมล (ยกเว้นการอ่านข้อความเพื่อการสนทนา) ทำให้ตัวเลขการอ่านสูงกว่าปี 2556 เกือบเท่าตัว ก็ไม่รู้ว่าการสำรวจข้อมูลปี 2560 ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ในยุคที่พฤติกรรมคนไทยก้มหน้าดูสมาร์ทโฟนมากขึ้น ขณะที่หนังสือเล่มเข้าสู่ช่วงขาลง

อย่างไรก็ตาม ผมอยากชวนทุกท่านไป งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22 (Book Expo Thailand 2017) ระหว่างวันที่ 18-29 ต.ค. ที่ศูนย์ การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไปเดินอ่านเดินซื้อหนังสือมาเติมอาหารให้สมองกัน

งานมหกรรมหนังสือฯครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ความทรงจำ” ซึ่งเชื่อมโยงกับนิทรรศการหลักของงานคือ นิทรรศการ “ความทรงจำ” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีต่อวงการหนังสือของไทย พระองค์สนพระราชหฤทัยในศาสตร์และศิลป์หลายแขนง รวมถึงภาษาและวรรณคดี ทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมหลายรูปแบบ ทั้งความเรียง นิทาน และเรื่องแปล ทรงมีความรอบรู้แตกฉานในภาษาทั้งต้นทางและปลายทาง จนสามารถทรงพระราชนิพนธ์แปลทั้งสำนวนที่เป็นร้อยแก้วและร้อยกรอง

นิทรรศการนี้จะนำ พระราชนิพนธ์เรื่อง “เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิทเซอร์แลนด์” ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์เรื่องแรกเมื่อทรงขึ้นครองราชย์ ตีพิมพ์ครั้งแรกใน หนังสือรายเดือน “วงวรรณคดี” ฉบับเดือนสิงหาคม 2490 เป็นตอนแรก โดยพระบรมราชานุญาตพิเศษเฉพาะหนังสือเล่มนี้มาจัดแสดงร่วมกับหนังสือพระราชนิพนธ์เล่มอื่นๆ หนังสือที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเหตุการณ์สำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอด 7 ทศวรรษในรัชสมัยของพระองค์ นอกจากนี้ยังมีสิ่งพิมพ์และของที่ระลึกต่างๆที่จัดทำขึ้นหลังวันสวรรคต 13 ต.ค.2559

สำหรับรูปแบบการนำเสนอนิทรรศการนี้จะแบ่งเรื่องราวเป็น 7 ทศวรรษ เล่าถึงประวัติสังคมไทยในแต่ละช่วงผ่านผลงานพระราชนิพนธ์และหนังสือต่างๆ อาทิ ทศวรรษที่ 1 พ.ศ.2489-2498 ซึ่งรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เริ่มวันที่ 9 มิ.ย.2489 หลังจากขึ้นครองราชย์ไม่นาน พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินกลับไปทรงศึกษาต่อที่สวิทเซอร์แลนด์ และได้พระราชนิพนธ์เรื่อง “เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิทเซอร์แลนด์”

ทศวรรษที่ 3 พ.ศ.2509-2518 นับเป็นช่วงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุดช่วงหนึ่ง เช่น การทรงดนตรีที่เปิดให้นักศึกษาเข้าเฝ้าฯอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง ในส่วนของหนังสือสำคัญคือการเริ่มสารานุกรมสำหรับเยาวชน และคัมภีร์อัลกุรอานที่มีพระราชดำริให้แปลจากภาษาอาหรับก็ออกมาในทศวรรษนี้

ทศวรรษที่ 5 พ.ศ.2529-2538 ช่วงสิ้นสุดสงครามเย็นที่ยืดเยื้อมาหลายสิบปี พระองค์มีพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” เพื่องานพัฒนาต่างๆในกรณีที่ถูกจำกัดจากระบบราชการจนไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที และมีพระราชนิพนธ์ของพระองค์ออกมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากงานแปล “นายอินทร์ ผู้ปิดทองหลังพระ” และ “ติโต”

ก็ขอเชิญไปร่วมน้อมรำลึกแด่ “พ่อหลวง” ด้วยกันครับ.

ลมกรด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้