วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

13 ตุลาคม 2559 ชีวิตนี้ไม่มีลืมเลือน

โดย ซูม

วันนี้ (13 ตุลาคม 2560) ครบรอบ 1 ปีที่คนไทยต้องรํ่าไห้ทั้งประเทศ เมื่อได้ฟังการอ่านประกาศของสำนักพระราชวังจบลง เมื่อเวลาเกือบ 1 ทุ่มของวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว ตั้งแต่เวลา 15 นาฬิกาเศษๆของวันเดียวกันนั้น

โดยส่วนตัวผมรับทราบว่าจะมีข่าวที่จะทำให้พสกนิกรไทยตกอยู่ในความโศกสลดนี้มาตั้งแต่ช่วงบ่ายๆแล้ว

ตัดสินใจเดินทางเข้าโรงพิมพ์ทันทีเหมือนทุกๆครั้งที่มีข่าวใหญ่เกิดขึ้นอันเป็นประเพณีปฏิบัติของพวงเราชาวไทยรัฐมาไม่ตํ่ากว่า 40-50 ปีแล้วว่า จะต้องเข้ามาช่วยกันคนละมือคนละไม้ ไม่ว่าจะเป็นเวรของเราหรือไม่ก็ตาม

ในที่สุดก็ได้มานั่งฟังข่าวที่ทำให้หัวใจแทบแตกสลาย ข่าวนี้พร้อมกับเพื่อนๆที่โต๊ะข่าวหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ผมจำได้ว่าแม้จะรู้สึกเศร้าสลดอย่างสุดพรรณนาได้ แต่พวกเราทุกคนที่เข้าเวรในคํ่าคืนนั้นต่างก้มหน้าทำงานโดยไม่มีย่อท้อ

ผมเองก็อยู่ในสภาพเดียวกัน ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาหารือแก่น้องๆ ให้คำแนะนำควรเขียนอย่างนั้นอย่างนี้ ใช้ถ้อยคำทำนองนั้นทำนองนี้ รวมทั้งร่วมวางแผนการทำงานวันรุ่งขึ้นไปตามปกติอย่างที่เคยทำมาในขณะที่เกิดข่าวใหญอื่นๆที่ต้องมีการระดมกำลังในอดีต

จนกระทั่งปิดกรอบเรียบร้อย แยกย้ายกันกลับบ้านตอนตีสองเพื่อกลับไปนอนเอาแรงสำหรับงานหนักในวันรุ่งขึ้น ก็ปรากฏว่าผมเกิดอาการนอนไม่หลับ หวนนึกถึงแต่ข่าวคราวที่เกิดขึ้นมาตลอดทั้งวัน

พยายามจะนึกว่าเป็นความฝันเท่านั้น และไม่ใช่เรื่องจริงที่เกิดขึ้น

แต่เมื่อผมหยิกตัวเองก็รู้สึกเจ็บ และมองไปที่จอโทรทัศน์ที่ยังเสนอข่าวที่เกิดขึ้นติดต่อกันอย่างไม่หยุดหย่อน ผมก็บอกตัวเองว่านี่ไม่ใช่ความฝันแล้ว แต่เป็นความจริงอย่างแน่นอน

จำได้ว่าผมรู้สึกใจหายและบังเกิดความว้าเหว่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และในที่สุดน้ำตาของผมก็ค่อยๆไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

เป็นคืนที่ผมรู้สึกเหงาและว้าเหว่ที่สุดในชีวิต เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่า นับแต่นี้ต่อไปจะไม่มีพระองค์ท่านทรงอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของพวกเราอีกแล้ว

แม้ต่อมาผมจะข่มจิตข่มใจยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นหลังจากเข้ากราบพระในห้องพระ นึกถึงสัจธรรมแห่งชีวิตที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนไว้ จนสามารถยืนหยัดได้อีกครั้ง และดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติมาจนถึงวันนี้

แต่ก็จะรู้สึกเศร้าหมองทุกครั้งเมื่อนึกถึงวันที่ 13 ตุลาคมปี 2559

วันที่ผมจะไม่มีลืมเลือนตลอดชั่วชีวิต

อย่างไรก็ดี ตลอด 365 วันที่ผ่านมาผมได้พบความจริงประการหนึ่งว่า แม้พสกนิกรชาวไทยจะบังเกิดความเศร้าสลดเสียใจอย่างใหญ่หลวง แต่ในท่ามกลางหยดน้ำตาที่ไหลรินนั้น เราก็ได้พบความงดงามต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

คนไทยหันหน้าเข้าหากันช่วยเหลือเจือจานสมัครสมาน สามัคคีกันประกาศเจตนารมณ์ที่จะเป็นคนดีและทำความดีพร้อมๆกัน

เพื่อเป็นพระราชกุศลถวายแด่ “พ่อ” ของแผ่นดินที่ทรงมีพระราชดำรัสพระราชปรารภตลอดจนทรงดำเนินการต่างๆเพื่อแผ่นดินไทยด้วยพระองค์เอง เป็นต้นแบบไว้แก่พสกนิกร

ทำให้ผมเกิดความหวัง เกิดความดีใจว่าประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราจะเดินหน้าต่อไปจากการสำนึกตน การปฏิญาณตนของคนไทยทุกหมู่เหล่าที่ประกาศเจตนารมณ์ว่าจะเดินตามรอยพระยุคลบาทของ “พ่อ” เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติในอนาคต

จากวันนี้ไปอีกเพียง 13 วันก็จะถึงวัน “ส่งเสด็จ” พระองค์ท่านขึ้นสู่สรวงสวรรค์ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว

ขอให้เราจงพร้อมใจกันระลึกถึงสิ่งที่พระองค์ท่านทรงสั่งสอนทรงแนะนำไว้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ขึ้นใจ เข้าใจและปฏิบัติตามโดยไม่หยุดยั้ง ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปอีกนานเท่าใดก็ตาม

เพื่อความสุข ความสมหวังของพ่อที่อยู่บนฟ้าที่จะทอดพระเนตรลงมายังประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของพระองค์ท่านตลอดจนพสกนิกรที่พระองค์ท่านทรงห่วงใยมาตลอด 70 ปีที่ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม

อย่าทำให้ “พ่อ” ผิดหวังนะครับ.

“ซูม”

วันนี้ (13 ตุลาคม 2560) ครบรอบ 1 ปีที่คนไทยต้องรํ่าไห้ทั้งประเทศ เมื่อได้ฟังการอ่านประกาศของสำนักพระราชวังจบลง เมื่อเวลาเกือบ 1 ทุ่มของวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว 12 ต.ค. 2560 10:19 12 ต.ค. 2560 14:55 ไทยรัฐ