วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งในอดีต

เครื่องบินพระที่นั่ง หรือ เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ตามคำอธิบายในราชาศัพท์หมายถึงยานพาหนะสำหรับพระมหากษัตริย์ทรง หรือประทับเพื่อเสด็จพระราชดำเนินในพระราชกรณียกิจต่างๆ โดยกล่าวถึงเครื่องบินทั้งประเภทใบพัด-ไอพ่น และเฮลิคอปเตอร์ในการเสด็จพระราชดำเนินไปยังที่ต่างๆ ให้ต่อท้ายคำว่า "พระที่นั่ง" โดยใช้คำต่อท้าย เช่น "เครื่องบินพระที่นั่ง" และ "เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง" โดยคำว่า "พระที่นั่ง" ใช้เฉพาะยานพาหนะสำหรับพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระอัครมเหสีสมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระบรมราชกุมารี ส่วนเจ้านายพระองค์อื่นใช้คำว่า "ที่นั่ง" แทนคำว่า "พระที่นั่ง"

การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพื้นที่อันห่างไกลและทุรกันดาร หรือพื้นที่ที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ นับแต่ปี พ.ศ.2489 จวบจนปัจจุบัน ไม่มีตำบลหรืออำเภอใดๆ ในท้องถิ่นของผืนแผ่นดินประเทศไทยที่ทั้งสองพระองค์จะยังมิเคยเสด็จพระราชดำเนินไปถึงเพื่อทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับอานาประชาราช และมักจะเสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ซึ่งสามารถร่อนลงจอดในพื้นที่ที่เป็นป่าเขา หรือชายแดนอันห่างไกลจากเมืองหลวง ซึ่งรถพระที่นั่งไม่สามารถเข้าถึงได้ เพื่อเยี่ยมราษฎรของทั้งสองพระองค์เสมอมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเสด็จพระราชดำเนินจึงต้องจัดเตรียมยานพาหนะที่ใช้ถวายเป็นเครื่องบินพระที่นั่ง เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง หรือรถยนต์พระที่นั่ง เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วและมีความปลอดภัยในการเสด็จพระราชดำเนินอย่างสูงสุด

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2498 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดเครื่องแบบทหารอากาศ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งแบบที่สามของกองทัพอากาศ หรือเฮลิคอปเตอร์รุ่น UH-19 หมายเลขประจำเครื่อง 4 ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่ทางกองทัพอากาศจัดถวายเป็นเครื่องบินพระที่นั่ง นอกจากนี้ยังมีเฮลิคอปเตอร์ UH-19 หมายเลข 3 และหมายเลข 6 เป็นเครื่องสำหรับผู้ตามเสด็จฯ โดยนับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้เครื่องบินปีกหมุนขึ้นลงทางดิ่งเป็นขบวนพระราชพาหนะ เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งลำดังกล่าวได้นำเสด็จพระราชดำเนินจากจังหวัดขอนแก่นไปยังดอยภูกระดึง จังหวัดเลย เพื่อทรงทอดพระเนตรภูมิประเทศแถบเทือกเขาสูงของภูกระดึง และร่อนลงจอดเพื่อให้ราษฎรที่มีบ้านเรือนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้ชื่นชมพระบารมีพร้อมกับเข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด จากนั้นทั้งสองพระองค์ได้ขึ้นประทับยังเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง แล้วเสด็จพระราชดำเนินมาลงยังอำเภอวังสะพุง เพื่อเยี่ยมราษฎรและเสด็จพระราชดำเนินต่อโดยรถยนต์พระที่นั่ง เพื่อทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของประชาชนในบริเวณนั้นด้วยพระองค์เอง หลังจากนั้นจึงทรงประทับแรมที่จังหวัดเลย

Sikorsky UH-34 RTAF
เมื่อเฮลิคอปเตอร์รุ่น UH-19 แบบที่ 3 ได้ใช้งานมาจนถึงระยะเวลาที่ต้องทำการหยุดบินและปลดประจำการลงเมื่อปี พ.ศ.2505 กองทัพอากาศจึงได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์รุ่นใหม่จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเครื่องรุ่น S58 จำนวนหนึ่งเพื่อใช้ในภารกิจลำเลียงทางทหารและใช้งานด้านการบินกู้ภัยของกองทัพ เฮลิคอปเตอร์ในตระกูล S58 เป็นเฮลิคอปเตอร์ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ลูกสูบไรต์ R-1820-84 B/D เครื่องยนต์สูบดาวแบบ 9 กระบอกสูบ มีแรงม้าสูงสุด 1,525 แรงม้า ผลิตโดยบริษัทสร้างเฮลิคอปเตอร์ชั้นนำของโลก Sikorsky ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยขึ้นทำการบินครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2497 และสิ้นสุดสายการผลิตลงเมื่อปี 2513 มียอดการผลิตทั้งสิ้น 1,821 ลำ โดยได้รับการคัดเลือกให้เข้าประจำการในกองทัพสหรัฐฯ ในสงครามเวียดนาม สงครามในลาวและเขมร ใช้รหัสเรียกขานว่า UH-34 นอกจากถูกใช้งานทางทหารแล้ว เฮลิคอปเตอร์แบบ H-34 ยังถูกนำไปบินใช้งานเป็น ฮ.ขึ้นลงทางดิ่งของวงการการบินพาณิชย์ และกำหนดรหัสเรียกขานว่า S-58B/C/D

นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2505 ถึง 2512 กองทัพอากาศไทยได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์แบบ H54 รวมทั้งสิ้น 60 ลำ โดยทางฝูงบินปีกหมุนที่ได้นำเข้าไปประจำการกำหนดชื่อว่าเฮลิคอปเตอร์แบบที่ 4 หรือ ฮ.4 โดยถูกบรรจุเข้าประจำการที่ฝูงบิน 63 กองบิน 6 ดอนเมือง และฝูงบิน 31 ฝูงบิน 33 กองบินโคราช (ปัจจุบันกองทัพอากาศทำการปรับยกเลิกกองบินที่ 3 ไปแล้ว) นอกเหนือไปจากเฮลิคอปเตอร์ทั้ง 60 ลำ ที่ได้รับมอบจากกองทัพอเมริกันแล้ว กองทัพอากาศไทยยังได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์แบบ H-34 ของกองทัพอากาศลาวและเวียดนามใต้ ที่นักบินได้นำเครื่องมาร่อนลงจอดในสนามบินทหารทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อขอลี้ภัยอีกอย่างน้อย 5 ลำ
นอกจากกองทัพอากาศไทยที่มี ฮ.4 ประจำการแล้ว ยังมีมิตรประเทศเพื่อนบ้านในยุคนั้นอย่าง ฟิลิปปินส์ เวียดนามใต้ กัมพูชา และลาว สำหรับลาวนั้นได้นำเอา ฮ.รุ่นนี้มาฝากไว้กับฐานทัพอากาศที่จังหวัดอุดรธานี ในช่วงของการรบพุ่งกับพวกคอมมิวนิสต์เมื่อปี พ.ศ.2518 เครื่อง H-34D นั้นทางบริษัทผู้ผลิต Sikorsky ได้ทำการวางแผนงานปรับปรุงระบบเครื่องยนต์ โดยใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาฟท์แบบคู่ การเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์เริ่มต้นขึ้นในเดือนมกราคม 2513 เครื่องต้นแบบที่ติดตั้งเครื่องยนต์แบบใหม่ ขึ้นทำการบินเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2513 หลังจากผ่านการทดสอบตามมาตรฐานแล้วจึงได้รับใบเดินอากาศจาก FAA ตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 บริษัทไทยแอม จำกัด ได้รับมอบหมายจากกองทัพอากาศไทย ให้ทำการศึกษาและดัดแปลงเฮลิคอปเตอร์แบบ Sikorsky H34D เป็น S58T โดยทำการเปลี่ยนแบบของเครื่องยนต์ลูกสูบซึ่งกำลังจะหมดอายุการใช้งานมาเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบชาฟท์แฝดของบริษัท Pratt & Whitney (แคนาดา) รุ่น PT6T-6 ให้กำลังมากกว่าถึง 1,875 แรงม้า 2 เครื่องยนต์ และสามารถทำการบินได้อย่างปลอดภัยกว่า มีมาตรฐานด้านความไว้วางใจสูง ทำให้สมรรถนะโดยทั่วไปของตัวเครื่องสูงขึ้น โดยมีค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงบินและการบำรุงรักษาต่ำกว่าเครื่องยนต์แบบเดิม ตลอดระยะเวลาของการใช้งาน มีความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงมาก ทั้งการลำเลียงพลทางอากาศ การบินเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ภาคใต้ รวมถึงการช่วยเหลือและบินค้นหานักบินที่เครื่องประสบอุบัติเหตุอีกด้วย

Sikorsky S58T/ฮ.4 กองทัพอากาศไทย
หลังจากกองทัพอากาศไทยได้รับมอบเฮลิคอปเตอร์แบบ ฮ.4 แล้ว ต่อมาในช่วงปี พ.ศ.2507 กองทัพอากาศไทยได้นำเฮลิคอปเตอร์แบบ H-34 หมายเลขประจำเครื่อง ฮ.4 21/07 Sel No.63-8255 ทำการปรับปรุงดัดแปลงเป็นเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ซึ่งถือได้ว่าเฮลิคอปเตอร์แบบที่ 4 นี้เป็นเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งแบบแรกของกองทัพอากาศอย่างแท้จริง นอกจากนี้ในปี 2509 กองทัพอากาศยังได้ทำการดัดแปลงเฮลิคอปเตอร์แบบที่ 4 หมายเลขประจำเครื่อง ฮ.4 34/09 Bu No.15-3129 ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์รุ่น UH-34D จำนวนสองเครื่อง เพื่อบรรจุเข้าประจำการในฝูงบิน 63 ปฏิบัติหน้าที่ในดอนเมือง ตลอดระยะเวลาของการประจำการในเครื่องเฮลิคอปเตอร์ทั้งสองเครื่องนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงประทับบนเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เพื่อทรงเสด็จพระราชดำเนินไปยังท้องถิ่นต่างๆ ในการทรงเยี่ยมราษฎร ตลอดจนทหารและตำรวจตระเวนชายแดนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ของการรบ.


รูปภาพประกอบบทความจากกองทัพอากาศ
เอกสารอ้างอิงประกอบการเขียน
The Aerospace Magazine 20 September 2007
ห้องสมุดกองทัพอากาศ


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358