วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

89 ภาพตามรอยพระบาท ร.9 เปิดใจช่างภาพหนุ่ม ส่งต่อคำสอนจากพ่อบนฟากฟ้า

ตระเวนเดินทางตามรอย รอยพระบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เกือบ 1 ปี สำหรับ นายอภิสิทธิ์ ศุภกิจเจริญ ช่างภาพสมัครเล่น และอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่วันนี้ได้เผยแพร่ภาพแนวรำลึกความหลัง ที่ใช้ภาพถ่ายในอดีตเทียบกับภาพจริงในปัจจุบัน โดยเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พ่อหลวง รัชกาลที่ 9 และในวันนี้เจ้าตัวได้เปิดใจกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ถึงความมุ่งมั่นในการถ่ายภาพให้ครบทั้ง 77 จังหวัด โดยในวันนี้ เขาถ่ายไปแล้ว 89 ภาพ ใน 17 จังหวัด และอีก 2 ประเทศ คือ ญี่ปุ่นกับมาเลเซีย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเริ่มเดินทางไปถ่ายภาพแรกในวันที่ 24 ตุลาคม 2559 และเผยแพร่ในวันที่ 25 ตุลาคม 2559 ซึ่งถึงวันนี้เดินทางมาแล้ว 17 จังหวัด (รวมกรุงเทพฯ) และอีก 2 ประเทศ คือ ประเทศญี่ปุ่นและมาเลเซีย ซึ่งได้เผยแพร่ภาพที่ 89 ผ่านเฟซบุ๊ก “ที่ที่พ่อไป”

จุดเริ่มต้นของการถ่ายภาพครั้งนี้ เริ่มจากอยากจะเดินตามรอยสถานที่ ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เคยเสด็จฯ และอยากจะรู้ว่าในสถานที่นั้นๆ มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ซึ่งเป็นการตามพิสูจน์ในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ จึงได้นำเทคนิคการซ้อนภาพมาใช้เป็นตัวช่วยในการนำเสนอให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

ส่วนการคัดเลือกแต่ละภาพนั้น ช่างภาพสมัครเล่นระบุว่า จะเริ่มจากการเลือกภาพจากโครงการพระราชดำริ ที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจ น่าเผยแพร่สู่สาธารณชน เช่น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งจะเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์จากพระราชกรณียกิจที่สำคัญ รองลงมาก็จะเป็นภาพที่ประทับใจ เช่น ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 กับสมเด็จพระราชินี เสด็จฯ น้ำตกพรหมโลก พระองค์ประทับอยู่คู่กัน

เวลาที่เราเห็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ เราอาจจะทราบว่า ภาพพระบรมฉายาลักษณ์เหล่านั้นถ่ายที่ไหน แต่สิ่งที่อยู่ในภาพนอกเหนือจากที่ตาเราเห็น คือ ประวัติศาสตร์ หรือข้อมูลที่เปรียบเสมือนความทรงจำโดยเฉพาะพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 ทรงเจิมก้อนหินที่หาดเตยงาม" นายอภิสิทธิ์ กล่าว...

“การแล่นใบ สอนให้คนคิดเอง ทำเอง เพราะเมื่อเราลงไปเล่นเรือใบแล้วเรือไม่วิ่ง จะไม่มีใครมาคอยสอน
เราต้องคิดเอง ทำเอง ว่าลมมาทางไหน ลมแรงขนาดนี้ เราสู้ไหวไหม ถ้าไหวเราก็สู้
แต่ถ้าไม่ไหวแล้วเรายังสู้ เรือก็จะคว่ำ ถ้าลมเบา เราจะต้องทำอย่างไรเรือจึงจะวิ่งแล้วถ้าไม่มีลมเราจะทำอย่างไร
เราก็ควรจะนั่งรอสักครู่ให้ลมมา ถ้าเราเล่นเรือเป็น ดูทิศทางลมเป็น
ถ้าเราเป็นตัวนี้ เด็กไทยเป็นตัวนี้แล้วนำมาใช้ในชีวิต นำมาใช้ในกิจการงานได้
ไม่มีทางขาดทุน เพราะรู้เทคนิคการใช้ชีวิต เด็กไทยจะรู้จักและเข้าใจในการคิดเอง ทำเอง”

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2509

ช่างภาพหนุ่มได้ตีความหมายจากพระราชดำรัส ในหลวง รัชกาลที่ 9 ว่า พระองค์ท่าน พยายามสอนให้เด็กและคนรุ่นใหม่ได้รู้และเข้าใจถึงแนวคิดการใช้ชีวิต ให้เราต้องคิดเองทำเอง อย่ามัวแต่ไปพึ่งพิงคนอื่น ตรงนี้คือข้อมูลหลังภาพ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์กับชีวิตจริงได้

เมื่อถามว่า ทำไมถึงเลือกภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549 เป็นภาพที่ 89 และเผยแพร่เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ภาพนั้นเป็นภาพที่มีความหมายในหัวใจของคนไทยทั้งชาติ เพราะทุกคนรวมใจใส่เสื้อสีเหลืองมายืนที่ลานพระราชวังดุสิต เชื่อว่าภาพนี้เป็นภาพหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า “เราทุกคนรักในหลวง” เพราะท่านคือศูนย์รวมจิตใจของคนไทย

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังได้เผยความในใจ ก่อนที่จะเดินตามรอยพระบาท เพื่อเก็บภาพให้คนไทยทั้งประเทศได้ดูว่า..ตอนแรกที่ทำ ไม่เคยคิดเลยว่าจะถ่ายภาพได้เยอะขนาดนี้ แต่หลังจากนี้ตนก็ยังมีความตั้งใจที่จะทำต่อไปอีกเรื่อยๆ เพราะพระองค์ท่านได้เสด็จฯ ไปยังทุกจังหวัดของประเทศไทย ตนก็อยากจะตามรอยท่านให้ครบทุกจังหวัดในประเทศไทย ทั้งนี้ ในบางจังหวัดท่านเสด็จฯ หลายสถานที่ ตนก็อาจจะเดินทางไปตามรอยพระองค์ท่านต่อไป

“สิ่งที่ทำคือ อยากให้ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินในที่ต่างๆ ได้มีข้อมูลมีรายละเอียดที่พระองค์ท่านเสด็จฯ ที่ชัดเจน เพราะบุคคลที่เคยอยู่ในภาพก็จะน้อยลงทุกวัน และจากการเดินทางที่ผ่านมา ก็พบว่ามีบางข้อมูลที่ค้นหาไว้มีความคลาดเคลื่อน หรือ คนในเหตุการณ์ คนเล่าเรื่องไม่อยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผมเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ก็จะพยายามเก็บรวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องทั้ง วัน เวลา และสถานที่ที่พระองค์เคยเสด็จฯ ไว้ชัดเจน ก็จะช่วยทำให้ข้อมูลเหล่านี้อยู่ได้ตลอดไป และทุกคนก็สามารถที่จะเข้ามาศึกษาข้อมูลและไปในสถานที่จริงได้ด้วย และอยากให้เราได้จดจำเรื่องราวและเรียนรู้เรื่องที่พระองค์สอนและทำให้เราดูเป็นตัวอย่างไปได้จนถึงลูกหลาน”

แนวทางที่คิดหลังจากนี้คือ อยากนำภาพเหล่านี้ไปอยู่ใน Location based ซึ่งอาจจะทำเป็นแอปพลิเคชันขึ้นมา เพื่อปักหมุดพิกัดของภาพนี้ในแอป เพื่อให้คนที่คิดอยากตามรอยเสด็จฯ ได้รู้ว่าพระองค์ท่านเคยเสด็จฯ มาประทับตรงไหน.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ขอบคุณภาพทั้งหมดจาก - คุณอภิสิทธิ์ ศุภกิจเจริญ

ตระเวนเดินทางตามรอย รอยพระบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เกือบ 1 ปี สำหรับ นายอภิสิทธิ์ ศุภกิจเจริญ ช่างภาพสมัครเล่น และอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่วันนี้ได้เผยแพร่... 11 ต.ค. 2560 17:26 14 ต.ค. 2560 04:07 ไทยรัฐ