วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผ้าเหลืองร้อน พระชั้นราชสวมบัตรคนตาย ภิกษุต่างด้าวเลื่อนชั้นยศเป็นเจ้าคุณ!?

ผ้าเหลืองร้อน พระชั้นราชสวมบัตรคนตาย ภิกษุต่างด้าวเลื่อนชั้นยศเป็นเจ้าคุณ!?

  • Share:

วงการสงฆ์สั่นสะเทือนอีกครั้ง! เมื่อจู่ๆ มีอดีตผกก.สภ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ หอบหลักฐานเอกสาร ภาพถ่าย พร้อมข้อร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้ดำเนินคดีกับ 2 เจ้าอาวาสวัดดังใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งพระทั้ง 2 รูปยังมีสมณศักดิ์เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ระดับเจ้าคณะอำเภอ และรองเจ้าคณะจังหวัด

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากพบเอกสารของเจ้าอาวาสวัดดังใน จ.เชียงใหม่ ใช้หมายเลขบัตรประชาชนตรงกับเด็กชายคนหนึ่งที่ จ.ชัยภูมิ ซึ่งได้เสียชีวิตลงเมื่อปี 2538 แต่ไม่ได้แจ้งตายเพราะอาศัยอยู่พื้นที่ห่างไกล จนเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 60 ทะเบียนราษฎรได้รับรองการตายและออกใบมรณบัตรให้ ก่อนพบว่าเลขบัตรตรงกับเจ้าอาวาสรูปนี้

และข้อมูลที่น่าสนใจ คือ เจ้าอาวาสวัดดังเคยบวชอยู่วัดเดียวกับเด็กชายที่ถูกสวมบัตรฯ ก่อนย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ และมีพระอุปัชฌาย์ ซึ่งเป็นระดับรองเจ้าคณะจังหวัดและมีความสนิทสนมกัน ถูกโยงว่ามีส่วนในการผลักดันให้เจ้าอาวาสรูปนี้มีสมณศักดิ์ที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบเรื่องนี้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำหนังสือถึงเจ้าอาวาสที่ถูกกล่าวหาว่า สวมบัตรประชาชนคนตายมาชี้แจงแล้ว ส่วนกระบวนการทางกฎหมายนั้น กรมการปกครองอยู่ระหว่างการสอบสวนเรื่องราวทั้งหมด

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เปิดแง่มุมทางกฎหมายการ “สวมบัตรประชาชน” มีความผิดทั้งทางกฎหมายบ้านเมือง และกฎหมายคณะสงฆ์ อย่างไร...

ซ้าย : ภาพ ด.ช.ชาวชัยภูมิที่เสียชีวิต ขวา : ภาพเจ้าอาวาสวัดดังถูกกล่าวอ้างว่าสวมบัตรปชช.
กฎหมายบัตรปชช. ฐานสวมสิทธิบัตรผู้อื่น

นายวิเชียร ชิดชนกนารถ ผอ.สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ให้ข้อมูลว่า ผู้ใดสวมสิทธิบัตรประชาชนผู้อื่นมีความผิดตาม พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.บัตรประจําตัวประชาชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542 มาตรา 14 ผู้ใด

(1) ยื่นคําขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

(2) แจ้งข้อความหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการขอมีบัตร ตามมาตรา 6 หรือการขอมีบัตรใหม่ตามมาตรา 6 ตรี หรือการขอมีบัตรใหม่หรือขอเปลี่ยนบัตร ตามมาตรา 6 จัตวา อันมิใช่เป็นกรณีตาม (1) ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

ถ้าผู้กระทําความผิดตาม (4) เป็นผู้กระทําความผิดตาม (1) (2) หรือ (3) ด้วย ให้ลงโทษตาม (1) (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี แต่กระทงเดียว

นอกจากนี้ หากผู้กระทําความผิดหรือผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนการกระทําความผิดนั้น เป็นเจ้าพนักงานของกรมการปกครองเสียเอง จะมีโทษจําคุกตั้งแต่ 3-15 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000-300,000 บาท แต่หากไม่รู้และปล่อยปละละเลยให้เกิดความผิดพลาด ต้องโดนความผิดทางวินัยร่วมด้วย

พ.ต.อ.บุญเลิศ เมตตารักษ์ หอบหลักฐานเจ้าคุณชั้นราชสวมบัตรปชช.
‘ไม่แจ้งตาย!’ มูลเหตุโดนสวมบัตรปชช.?

“กรณีที่เกิดขึ้น เด็กที่ถูกสวมบัตรประชาชนไม่เคยทำบัตรประชาชนมาก่อน ดังนั้น จึงเป็นการทำบัตรประชาชนครั้งแรกของหมายเลขบัตรนี้ และคนสวมได้อาศัยเป็นบุคคลที่ได้รับการยกเว้น คือ พระภิกษุสงฆ์ โดยในอดีตพระไม่จำเป็นต้องมีบัตร แต่หากประสงค์จะทำก็ได้ ทำให้เมื่อเดินเข้ามาทำบัตรประชาชนครั้งแรก โดยใช้หลักฐานว่าเป็นพระ เจ้าหน้าที่จึงไม่มีประวัติในการตรวจสอบ” ผอ.สำนักบริหารการทะเบียน อธิบายเรื่องฉาวที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายวิเชียร กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า กระบวนการความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น มาจากการที่ครอบครัวผู้ตายไม่ได้ไปแจ้งตายที่อำเภอ จึงเป็นช่องว่างที่ทำให้มีการนำรายการของผู้ตายมาเปลี่ยนชื่อสกุล ย้ายเข้าทะเบียนบ้านวัด และไปทำบัตรประชาชนโดยเอาบุคคลอื่นมาสวมเป็นรายการของผู้ตาย

กฎหมายอาญา ฐานปลอมแปลงเอกสาร

ด้าน นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ให้ข้อมูลในด้านประมวลกฎหมายอาญา กรณีพระภิกษุสงฆ์สวมบัตรประชาชนคนอื่นนั้น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ผู้ใดปลอมเอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000-10,000 บาท

มาตรา 266 ผู้ใดปลอมเอกสารต่อไปนี้ (1) เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท

นอกจากนี้ หากผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตาม มาตรา 264 มาตรา 265 มาตรา 266 หรือ มาตรา 267 ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ ด้วย

“สำหรับกรณีพระสงฆ์นั้น เมื่อถูกจับมาดำเนินคดีถูกควบคุมตัวต้องสึก แต่ถ้าอนุญาตให้ประกันตัวก็ยังไม่ต้องสึก จนกระทั่งก่อนที่ศาลจะตัดสิน ศาลจะให้สึก” นายปรเมศวร์ กล่าว

กฎหมายคณะสงฆ์

นายประทีป พูลลาภ ผอ.ส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เผยว่า ขณะที่กฎหมายบ้านเมืองดำเนินไป ในส่วนของเจ้าคณะผู้ปกครองขึ้นอยู่กับเจ้าคณะตามลำดับชั้นอำเภอ จังหวัด ที่เกี่ยวข้องพิจารณา โดยตามหลักจะให้ยุติเรื่องไว้ชั่วคราว ซึ่งจะปลดหรือพักการตำแหน่งหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าคณะผู้ปกครอง จนกว่าผลการดำเนินการทางกฎหมายบ้านเมืองจะสิ้นสุด

ทั้งนี้ เมื่อพระถูกจับว่ากระทำผิดทางอาญาและศาลไม่เห็นควรให้ปล่อยตัวชั่วคราวจึงจะสึกได้ แต่หากเห็นควรปล่อยตัวชั่วคราวก็ไม่ต้องสึกสามารถไปสู้คดีได้จนกว่าคดีจะยุติ

ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 29 พระภิกษุรูปใดถูกจับโดยต้องหาว่ากระทําความผิดอาญา เมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราวและเจ้าอาวาสแห่งวัดที่พระภิกษุรูปนั้น สังกัดไม่รับมอบตัวไว้ควบคุม หรือพนักงานสอบสวนไม่เห็นสมควรให้เจ้าอาวาสรับตัวไปควบคุม หรือพระภิกษุรูปนั้นมิได้สังกัดในวัดใดวัดหนึ่ง ให้พนักงานสอบสวนมีอํานาจจัดดําเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้

“กรณีที่เกิดขึ้นเท่าที่ทราบทางเจ้าคณะผู้ปกครองกำลังดำเนินการอยู่ โดยตำรวจดำเนินการขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนเจ้าคณะผู้ปกครองจะพิจารณาว่าจะพักตำแหน่งไว้ก่อนหรือปลดออกจากตำแหน่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ” ผอ.ส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนา อธิบาย

แต่งตั้งชั้นยศพระ...ไม่ใช่คนไทย มีโอกาสหรือไม่?

หากพระภิกษุที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย จะมีโอกาสถูกแต่งตั้งขึ้นชั้นยศต่างๆ ได้หรือไม่ นายประทีป กล่าวว่า ในกฎของมหาเถรสมาคมไม่ได้ระบุไว้ว่า การแต่งตั้งพระภิกษุจะต้องมีสัญชาติไทยเท่านั้น โดยคุณสมบัติภาพรวมทั่วไป เช่น พระรูปนี้จะต้องมีพรรษาสมควรแก่ตำแหน่ง, มีความรู้สมควรแก่ตำแหน่ง, มีความประพฤติเรียบร้อยตามพระธรรมวินัย, เป็นผู้ฉลาดสามารถในการปกครองคณะสงฆ์, ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพไร้ความสามารถ, ไม่เคยต้องคำวินิจฉัยลงโทษในอธิกรณ์ที่พึงรังเกียจมาก่อน, ไม่เคยถูกถอดถอนหรือถูกปลดจากตำแหน่งใดเพราะความผิดมาก่อน นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งอีก

ส่วนการพิจารณาแต่งตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์แก่พระสงฆ์ เป็นหน้าที่ทางคณะสงฆ์จะช่วยกันพิจารณาให้ความเห็นชอบตามลำดับขั้น คือ จากเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะใหญ่ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากเจ้าคณะผู้ปกครองตามลำดับแล้ว สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงได้เสนอเรื่องเพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานสมณศักดิ์

อย่างไรก็ดี ในอดีตเคยมีพระอาจารย์มิตซูโอะ ชาวญี่ปุ่น เป็นผู้บุกเบิกวัดป่าสุนันทวนาราม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นวัดป่านานาชาติ และเคยดำรงสถานะเป็นเจ้าอาวาสด้วย จึงขึ้นอยู่ที่ว่าพระภิกษุรูปใดประพฤติดี ประพฤติชอบมากกว่า

“ถามว่าต้องใช้เอกสารทางราชการประกอบการแต่งตั้งด้วยหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของการปกครองคณะสงฆ์ คณะสงฆ์จะเป็นผู้แต่งตั้ง เช่น ตำแหน่งเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบลเป็นผู้เสนอตามลำดับชั้นไป แต่ตามข้อมูลแล้วไม่ได้ระบุว่าจะต้องมีเอกสารอื่นๆ แต่ในแนวปฏิบัติของแต่ละท้องที่อาจจะไม่เหมือนกัน” ผอ.ส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนา ระบุ.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้