วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถาวร จี้ คสช.เร่งปฏิรูป 3ใน5เรื่องให้เสร็จก่อน ลต.หวั่นเสียของรอบสอง

นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ บี้ คสช.เร่งปฏิรูปประเทศให้เสร็จ 3 ใน 5 เรื่อง ก่อนเลือกตั้ง หวั่นเสียของรอบสอง เตือน วงจรอุบาทว์จะกลับมา

วันที่ 11 ต.ค. นายถาวร เสนนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำกลุ่ม กปปส. กล่าวถึงการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. กำหนดช่วงเวลาวันเลือกตั้งอยู่ในเดือน พ.ย. 2561 ว่า นักการเมืองคงดีใจที่จะเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง แต่สำหรับมวลมหาประชาชน และ กปปส.แล้ว การเลือกตั้งจะเร็วหรือช้า ไม่มีผลใดๆ กับเรา แต่อยากให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทำการปฏิรูปประเทศ ตามที่เคยได้ประกาศไว้ว่า จะปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งเหลือเวลาอีก 1 ปี ก็ควรจะปฏิรูป ให้ได้ 3 เรื่อง ใน 5 เรื่อง ที่เป็นข้อเสนอของมวลมหาประชาชน คือ 1. การทำพรรคการเมืองให้เป็นของประชาชนโดยแท้จริง โดยการขจัดกลุ่มทุนสามานย์ที่ใช้ทุนจากการทุจริต เพื่อเอาคนของตัวเองเข้าสู่อำนาจ แล้วมาถอนทุนโดยการทุจริตคอร์รัปชัน หรือการขจัดพรรคการเมืองที่ยังเป็นทาสรับใช้ของทุนสามานย์ การที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนดให้มีไพรมารีโหวต ยังไม่พอ ต้องไปเขียนในกฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือกฎหมายหลาน ระบุเจาะจงให้ชัดเจนในการตรวจสอบแหล่งที่มาเงินทุนเหล่านี้ เพื่อตรวจสอบถึงแหล่งเงินทุนของกลุ่มทุนที่สนับสนุนพรรค เพื่อไม่ให้นายทุนสามานย์เข้ามาเป็นเจ้าของพรรค หรือทำตัวเป็นนายทาส ส.ส.

2. การปฏิรูปตำรวจ ต้องเป็นการปฏิรูปเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ปฏิรูปเพื่อประโยชน์ของตำรวจ เพราะเท่าที่เห็น การเอา พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ มาเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและตำรวจ ของรัฐบาล คสช. แต่กรรมการกลับเป็นตำรวจทั้งหมด ก็ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างขององค์กรตำรวจ เพื่อประโยชน์ของประชาชนที่แท้จริงได้ แต่ควรจะฟังความเห็นของประชาชน นักวิชาการ เช่น พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ นายวิทยา แก้วภารดัย อดีต สปท. การปฏิรูปที่ทำอยู่เวลานี้ บอกได้คำเดียวว่า หมดหวัง แต่เวลา 1 ปี ที่เหลือยังสามารถปรับเปลี่ยนทบทวน แก้ไขได้ ยังไม่สาย อยู่ที่ความจริงใจว่าจะทำหรือไม่

นายถาวร กล่าวต่อว่า 3. การปฏิรูปการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน แม้ขณะนี้จะมีการบังคับใช้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลอาญาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งสามารถพิจารณาคดีลับหลังผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีได้ แต่ควรมีการแก้ไขเพิ่มเติมให้ประชาชนในฐานะเจ้าของเงินภาษี สามารถเป็นโจทก์ฟ้องร้องคดีการทุจริตได้ ในฐานะที่ประชาชนเป็นผู้เสียหายโดยตรงในคดีการทุจริตทุกเรื่อง และเป็นคดีที่ไม่มีอายุความ รวมถึงการกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่น ไม่ใช่ทำรัฐประหารแล้วกลับรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางและภูมิภาค แต่ส่วนท้องถิ่นกลับถูกยึดอำนาจลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะด้านการคลัง และการใช้งบประมาณ การกล่าวอ้างว่าส่วนท้องถิ่นมีการทุจริตมาก ทั้งที่ส่วนกลางและภูมิภาคก็มีการทุจริตคอร์รัปชันเช่นกัน ถ้ากฎหมายปราบโกงกำหนดให้คดีทุจริตไม่มีอายุความ โดยประชาชนสามารถฟ้องร้องเอาผิดได้ คดีทุจริตเหล่านี้จะลดลง

“ดังนั้น การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย. 2561 ผมถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่หากเลือกตั้งไปโดยที่ยังไม่มีการปฏิรูปให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง ก็คาดการณ์ได้ว่า การเมืองจะกลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์ ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม จะเกิดเผด็จการรัฐสภาโดยเสียงข้างมาก จะละเลยหลักนิติรัฐ นิติธรรม โดยอ้างว่าเขาได้รับเสียงสวรรค์มาจากประชาชน มีสิทธิ์ทำทุกเรื่อง ถูกต้อง เพราะผ่านฉันทามติประชาชนมาแล้วเหมือนที่เคยเป็นมา จึงขอให้ คสช.ทบทวน และเร่งปฏิรูปอย่างน้อย 3 เรื่อง อย่างที่ผมเสนอในเวลา 1 ปี ถ้าตั้งใจจริงสามารถทำทันได้ มิเช่นนั้นแล้วการรัฐประหารครั้งนี้ก็จะเสียของ สูญเปล่า เหมือนครั้งที่ผ่าน มาเสียโอกาสประเทศ” นายถาวร กล่าว.