วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หลักฐานชัด พระชั้นราชเชียงใหม่ สวมชื่อพระมหาคนชัยภูมิ เจ้าคุณยังล่องหน

ชัดเจนขึ้นตามลำดับ กรณีพระผู้ใหญ่ใน จ.เชียงใหม่ ถูกร้องสวมบัตรประชาชนคนตายและน่าจะเป็นต่างด้าวมาบวช ล่าสุดญาติ ‘พระมหาดวงดี’ ที่ชัยภูมิ ออกมายืนยันพระตายจริง เผาศพจริง ก่อนจะมีชื่อ ‘พระราชรัชมุนี’ เข้ามาสวมอยู่ในทะเบียนเดียวกัน.. 

จากกรณีมีผู้มาร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมเชียงใหม่ ว่า พระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก และเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ สวมบัตรประชาชนคนตายและน่าเชื่อว่าการปลอมแปลงชื่อ ที่อยู่จากเดิมที่มีสัญชาติเป็นชาวเมียนมา ขณะที่เจ้าตัวหายไปอย่างลึกลับ ยังไม่มีผู้ใดติดต่อได้ ไม่ทราบว่าไปจำวัดอยู่ที่ใด

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ภายหลังมีพระผู้ใหญ่ ใน จ.เชียงใหม่ สวมบัตรประชาชน จนกลายเป็นคนในครอบครัวของนางบัวไล รัศมีพันธ์ ชาวอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางยังบ้านเลขที่ 283/1หมู่ 2 บ้านหนองดินดำ ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นบ้านตามที่อยู่ตรงตามบัตรประชาชนของเจ้าอาวาสวัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ พบว่าบ้านหลังดังกล่าว ปรากฏว่าได้เปลี่ยนมือไปเป็นเจ้าของคนใหม่ไปแล้ว และไม่พบนางบัวไล รัศมีพันธ์ พี่สาวของพระมหาดวงดี ทราบว่าเดินทางเข้ากรุงเทพฯทั้งบ้าน 

นางหนูแดง ลาโสม อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 291/2 หมู่ 2 บ้านหนองดินดำ ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว และนางบุญกว้าง ยงขามป้อม อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 488 หมู่ 18 บ้านหนองดินดำ ซึ่งเป็นญาติของพระมหาดวงดี ได้พาผู้สื่อเดินทางไปดูบ้านหลังเก่าและหลังปัจจุบัน รวมถึงจุดที่ได้ดำเนินการในเรื่องการเผาศพของพระมหาดวงดี ยืนยันว่าพระมหาดวงดี ได้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2538 จริง

จากคำบอกเล่า ทราบว่า พระมหาดวงดี เกิดเมื่อ 5 มิ.ย.2513 เมื่อเรียนจบชั้น ป.6 ได้บวชเรียนจนเป็นพระภิกษุ จำพรรษาที่วัดพระพิเรนทร์ กรุงเทพฯ สอบได้เปรียญธรรม 3 มีรูปถ่ายรับพัดเปรียญธรรม กับสมเด็จพระสังฆราชฯ และเมื่อประมาณ ปี 2532 ได้ย้ายทะเบียนบ้าน ไปในพื้นที่ กทม. ต่อมาปี 2538 อาพาธด้วโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมรณภาพลงในพื้นที่บ้านหนองดินดำ หมู่ 2 ต.บ้านแก้ง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ทางญาติได้ประกอบพิธีเผาศพที่วัดตาล บ้านหนองดินดำ ต.บ้านแก้ง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ แต่ก็มิได้แจ้งตายต่อหน่วยงานราชการ ต่อมาประมาณเดือนกันยายน 60 ได้มีกลุ่มบุคคลใน จ.เชียงใหม่ ประสานทางญาติมาว่า หมายเลขบัตรประตัวประชาชนของ ด.ช.ดวงดี ยังปรากฏในสารบบของทางราชการระบุว่ายังมีชีวิตอยู่ และเปลี่ยนเป็นชื่อ พระราชรัชมุนี (นิมิตร ทิพย์ปัญญาเมธี) ตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ 

จากนั้น มีการขอให้ทางญาติไปแจ้งตายต่อนายทะเบียนอำเภอภูเขียว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่อำเภอภูเขียว ได้แนะนำให้ไปลงบันทึกประจำวันต่อ สภ.ภูเขียว และนำหลักฐานไปออกหนังสือรับรองการตาย เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 60 เพื่อใช้เป็นหลักฐาน

ทั้งนี้ ญาติ ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับ พระราชรัชมุนี และจากการสอบถาม ประชาชน ในพื้นที่ต่างเชื่อว่า พระมหาดวงดี ถูกสวมชื่อจริง เนื่องจากทางญาติ ได้ไปติดต่อที่อำเภอ ได้รับแจ้งว่าข้อมูลของ ด.ช.ดวงดี ยังอยู่ในฐานข้อมูลของทางราชการ และจากการสอบถามนายอำเภอภูเขียว ได้ให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ว่า มีการย้ายออกของ ด.ช.ดวงดี ตั้งแต่ปี 2532 หลังจากนั้น ก็ไม่ทราบรายละเอียดจากข้อมูลที่ปรากฏ เชื่อว่า น่าจะมีการสวมตัวบุคคลรายของ ด.ช.ดวงดี จริง แต่ไม่ทราบสวมตัวในพื้นที่จังหวัดใด

ส่วนความเคลื่อนไหวใน จ.เชียงใหม่ ภายหลังการหายตัวไปอย่างลึกลับของ พระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังสถานปฏิบัติธรรมพระมหารัชมังคลาจารย์ ที่มีการระบุว่า หลวงพ่อวัดดังเดินทางมาจำวัดที่สถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้ บนดอยอ่างขาง พบว่าบรรยากาศของวัดเงียบเหงา พบเพียงพระลูกวัดชื่อพระแสง บอกกับผู้สื่อข่าวว่า หลวงพ่อวัดดังได้เดินทางออกไปตั้งแต่ในช่วงวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมาแล้ว โดยปกติ หลวงพ่อจะมาจำวัดที่สถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้ในช่วงเข้าพรรษา เพื่อเขียนหนังสือ โดยทุกครั้งที่มาก็จะมีรถมาเอง บางครั้งมีสามเฌรที่เป็นลูกสิทธิ์ตามมาบ้าง ในวันที่ 5 ต.ค. ก่อนหลวงพ่อออกไปได้บอกกับพระแสงว่า มีธุระ จะไปแล้ว โดยออกไปกับรถตู้สีดำซึ่งพระแสงเองก็ไม่ทราบว่า ไปที่ใด

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายวรศักดิ์ พรานทอง ปลัดอาวุโสอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ถึงความคืบหน้ากรณีพระวัดดังสวมบัตรประชาชน ซึ่งทางปลัดฯ กล่าวว่ายังไม่มีหนังสือสั่งการมาอย่างเป็นทางการ หากมีหนังสือสั่งการมา ทางอำเภอจะได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงต่อไป ส่วนการตรวจสอบต้องดู ผู้ถูกร้องว่าสวมบัตร เหตุเกิดที่ใด ซึ่งกรณีนี้จะต้องไปตรวจสอบจากพื้นที่ผู้ร้องเรียนก่อนว่าถูกต้อง หรือไม่ เนื่องจากทางอำเภอแม่อายเป็นปลายเหตุ ส่วนกรณีสวมบัตร หากเป็นการสวมบัตรจากต้นทางจะต้องตรวจสอบว่า มีผู้ใดเกี่ยวข้องอีก

ขณะที่นายวิเศษ ผงนอก หัวหน้างานทะเบียนอำเภอแม่อาย กล่าวว่า หากได้รับหนังสือสั่งการมาทางฝ่ายทะเบียนจะต้องค้นหาเอกสารของผู้ถูกร้องว่า มีหรือไม่ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องด้วย.