วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กแมตช์ลีกคัพ

เสร็จสิ้นจากภารกิจทีมชาติไปแล้ว ฟุตบอลในประเทศก็จะกลับมาเตะกันต่อในโปรแกรมที่เหลือ ทั้งบอลลีกและบอลถ้วย

เริ่มจากบอลถ้วย “ลีกคัพ” ที่จะเตะรอบ 8 ทีมสุดท้าย ในแมตช์ “มิดวีก” กลางสัปดาห์ พุธที่ 11 ต.ค. ซึ่งแน่นอนไฮไลต์หนีไม่พ้นเกมซุปเปอร์บิ๊กแมตช์ “ภาค 3” ของฤดูกาลนี้ ระหว่าง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คู่ปรับตลอดกาล

คู่นี้เจอกันในไทยลีกครบทั้ง 2 นัด เรียบร้อยแล้ว เป็นแชมป์เซราะกราวที่ได้เฮ เพราะนัดแรกเปิดบ้านเอาชนะไปได้ 2-0 ก่อนจะบุกไปเสมอกับทีมกิเลนผยองถึงรังเอสซีจี 1-1 ในเลกสองที่ผ่านมา

ทำให้สถานการณ์บนตารางคะแนนบอลลีกเวลานี้ใกล้แบเบอร์เต็มทีสำหรับบุรีรัมย์ เพราะรอยห่าง 6 แต้ม ขณะที่ยังเหลือคิวฟาดแข้งอีก 5 นัด ยังพอมีโอกาสเป็นไปได้ทางทฤษฎีก็จริงสำหรับผู้ตามอย่างเมืองทอง

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ขอบอกเลยว่ายาก ถึงยากที่สุดครับท่าน!

ดังนั้น ถ้าจะหวัง “แชมป์” ฤดูกาลนี้ สำหรับไทยลีกคงลำบาก แต่ในบอลถ้วยซึ่งอะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะเป็นบอลแมตช์เดียว ผมว่าน่ารักน่าลุ้น กว่ากันเยอะ

ที่สำคัญ “สร้างความเจ็บช้ำ” ได้ไม่แพ้กัน เพราะอย่าลืมว่าด้วยมาตรฐานของทีมปราสาทสายฟ้า เขาต้องการที่จะยึดมันทุกถ้วยในประเทศนี้อยู่แล้ว

ดังนั้น ถ้าแข้งกิเลนเขี่ยพวกเขาพ้นเส้นทางลุ้นแชมป์ไปได้ ก็น่าจะลบความผิดหวังเรื่องของบอลลีกไปได้บ้างไม่มากก็น้อย

เพราะในความเป็นจริง ทีมเซราะกราวชุดนี้ก็ถือว่าไม่ใช่ทีมที่ “ดีที่สุด” ในช่วงต้นเลกแรกหวิดจะหลุดวงโคจรลุ้นแชมป์ไปแล้วด้วยซ้ำ

แต่บังเอิญ เอสซีจี เมืองทองฯ ดันมาพลาดท่าเตะขาตัวเอง จนโดนเขาไล่ทันและแซงไปได้ในที่สุด

โดยเฉพาะในช่วงเลกหลัง ขณะที่ทัพกิเลนผยองผ่าตัดเปลี่ยนแปลงทีมในหลายๆ ตำแหน่ง ทำให้ระบบต่างๆยังไม่ลงตัว ทำแต้มหลุดมือไปพอสมควร

ผิดกับบุรีรัมย์ ที่ “เสถียร” กว่า และไม่พลาดในแต่ละแมตช์ที่ลงสนาม เรียกว่าถึงไม่มีอะไรหวือหวาน่าตื่นเต้น แต่คงเส้นคงวารักษามาตรฐานตัวเองได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ทีมปราสาทสายฟ้ายังโชคดีที่ “รัศมีแข” หรือ “จาจ้า” แจ็คสัน โคเอลโญ กองหน้าโนเนม ที่ไม่มีใครคาดหวัง ดันระเบิดฟอร์มยิงกระจาย จนกลายเป็น “สตาร์” ของทีมในซีซั่นนี้

ยิ่งเลกหลังเจ้าตัวดันมา“คลิก” เข้าขากับ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ดาวยิงแซมบ้าขวัญใจคนเดิม มันก็เลยยิ่งไปกันใหญ่ ทั้งแต้มและความได้เปรียบจึงทิ้งห่างเมืองทองถึง 2 ช่วงตัวกว่าๆ อย่างที่เห็นกัน

ฉะนั้นผมถึงได้บอกว่าถ้าจะไล่ทีมปราสาทสายฟ้าให้ทันในบอลลีกตอนนี้ดูจะสายเกินไป มาเอาความ “สะใจ” ในบอลถ้วยมันส์กว่าเยอะ

นัดนี้ถึงบุรีรัมย์จะได้เล่นในไอโมบายของตัวเองก็จริง แต่สถิติช่วงปีหลังๆมันชี้ชัดว่าพวกเขาจะเล่นได้ไหลลื่นกว่ายามเป็นทีมเยือน

และมักฟอร์มฝืดไม่ได้ดั่งใจ หรือผลแข่งขันไม่ค่อยสมใจนึกพอเล่นเกมเหย้า ซึ่งจะเป็นเรื่องของ “ความกดดัน” อะไรลึกๆหรือเปล่าก็ไม่รู้

เอาเป็นว่านี่คือ “บิ๊กแมตช์ลีกคัพ” ที่แฟนบอลทุกคนต้องติดตาม เพราะบุรีรัมย์เจอ

เมืองทองทีไร เป็นต้องมีประเด็นให้ “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” กันทุกที

นี่ยังเหลืออีกถ้วย คือ ศึกเอฟเอคัพ ที่ทั้ง 2 ทีม ต่างทะลุถึงรอบก่อนรองชนะเลิศเช่นเดียวกัน

ลุ้นกันครับว่า “คู่ปรปักษ์บอลไทย” แห่ง พ.ศ.นี้

จะได้เจอกันอีกหรือเปล่า!!!

บี บางปะกง