วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แม่เอาตัวรับกระสุนแทนลูก 7 ขวบ คนร้ายกราดยิงใส่รถ สาหัสพร้อมพ่อ

คนร้ายควบเก๋งประกบรถกระบะรับซื้อไม้ยาง ก่อนใช้อาวุธสงครามกราดยิงเข้าไปในรถ พ่อ แม่ สาหัส ส่วนลูกสาว 7 ขวบปลอดภัย หลังแม่เอาตัวบัง รับกระสุนแทน บนถนนสายหนองจิก-หาดใหญ่ ...

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 10 ต.ค. ร.ต.ท.มีชัย ช่อสม รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกัน บนถนนสายหนองจิก-หาดใหญ่ บ้านปรัง ม.2 ต.ท่ากำชำ หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะตอนเดียว ยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน บฉ 855 ปัตตานี กระบะหลังดัดแปลงมีรั้วไว้บรรทุกไม้ ตรวจสอบพบกระจกหน้ารถถูกยิงจนแตก และประตูด้านขวามีรูกระสุนหลายนัด ภายในรถพบเลือดจำนวนมาก ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บพลเมืองดีได้ช่วยกันนำส่ง รพ.หนองจิก ทราบชื่อ นายซอและ ตาเยะ อายุ 37 ปี และ นางฟาตีเมาะ เจะอามะ อายุ 35 ปี ชาว อ.หนองจิก ทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากัน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามอาก้าเข้าลำตัวอาการสาหัส ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนตกเกลื่อนบนถนนกว่า 10 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ทั้งสองมีอาชีพรับซื้อไม้ยาง ก่อนเกิดเหตุทั้งสอง เพิ่งกลับมาจากขายไม้ยางที่โรงงานและกำลังกลับบ้าน โดยมีลูกสาววัย 7 ขวบนั่งมาด้วย ระหว่างที่นายซอและขับรถอยู่และมาถึงที่เกิดเหตุ ปรากฏว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้รถเก๋งไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน ขับเบียดประกบขวา ทำให้นายซอและต้องชะลอรถ ก่อนที่คนร้ายฉวยโอกาส ใช้อาวุธสงครามกราดยิงทันทีหลายนัด เสียงดังสนั่น จนชาวบ้านละแวกที่เกิดเหตุตกใจพากันวิ่งหลบกระสุน ซึ่งขณะที่คนร้ายกราดยิง นางฟาตีเมาะ ได้โอบกอดลูกสาวที่นั่งอยู่บนตัก โดยใช้ร่างตัวเองบังกระสุน จนทั้งสองคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนลูกสาวปลอดภัย หลังก่อเหตุคนร้ายได้เร่งเครื่องหลบหนีไปในเส้นทางเข้าหมู่บ้าน

พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุโดยเฉพาะปลอกกระสุนปืนเพื่อนำไปตรวจสอบว่า เป็นอาวุธปืนที่เคยก่อเหตุใดบ้าง ซึ่งคาดว่าจะรู้ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด

ขณะที่ พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ทพ.43 นำกำลังไปที่เกิดเหตุพร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่สนธิกำลังกระจายปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุทันที ในรัศมี 500 เมตร โดยเฉพาะเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี ได้มีการประสานชุดหน่วยกำลังในพื้นที่ท่ากำชำออกไล่ล่าคนร้าย เชื่อว่าคนร้ายน่าจะกบดานอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากช่วงเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นเส้นทางเข้าออกทุกเส้นทาง ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ขัดแย้งเรื่องธุรกิจ หรือเป็นการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ เพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ.