วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทียบค่าโดยสารรถไฟฟ้า ‘ไทย’ VS ‘ต่างประเทศ’ ใครแพงกว่า?

เมื่อคุณขึ้นรถไฟฟ้า เจอราคาค่าโดยสารเท่านั้นเท่านี้ ทันใดนั้น ก็มีคำถามโผล่ขึ้นมาในหัวคุณทันที “เราจ่ายค่าโดยสารแพงไปไหมราคานี้?” ประชาชนตาดำๆ อย่างเราก็ได้แค่คิดและก็สงสัย ถามตัวเองอยู่ในใจ ยังไม่ได้คำตอบ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จัดมาให้เน้นๆ เทียบให้เห็นชัดๆ แพงไปไหมราคานี้?

รถไฟฟ้าบีทีเอสนั้น เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2542 จัดเก็บค่าโดยสาร 10-40 บาท และได้ปรับราคาครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2549 เป็น 15-40 บาท ครั้งที่สอง ในวันที่ 1 มิ.ย.2556 เป็น 15-42 บาท และล่าสุดกับครั้งที่สามที่ชาวกรุงโวยกันลั่นสนั่นบ้านสนั่นเมือง กับราคา 16-44 บาท ซึ่งครั้งนี้ ถือว่าเป็นปีครบรอบการให้บริการ 18 ปีเต็มอีกด้วย

ถัดมาอีก 5 ปีหลังรถไฟฟ้าบีทีเอสเปิดประเดิมให้ใช้บริการ หรือในปี 2547 รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือที่เราเรียกกันว่า MRT สายเฉลิมรัชมงคล จากสถานีหัวลำโพง ไปสถานีบางซื่อระยะทาง 21 กิโลเมตรก็ได้ถือกำเนิดขึ้น

โดยอัตราค่าโดยสารของรถไฟฟ้าบีทีเอส ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 นั้น มีราคาค่าโดยสารที่เรียกเก็บสำหรับรถไฟฟ้าบีทีเอสในส่วนของเส้นทางสัมปทานระยะทาง 23.5 กิโลเมตร สายสุขุมวิท สถานีหมอชิต – สถานีอ่อนนุช และสายสีลม สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ – สถานีสะพานตากสิน ในราคา 16  บาท – 44 บาท (จากเดิมราคาเริ่มต้น 15 บาท –  42 บาท)

ทั้งนี้ รถไฟฟ้าบีทีเอสจะเรียกเก็บสถานีแรก 16 บาท
เดินทาง 2 สถานี ราคา 23 บาท
เดินทาง 3 สถานี ราคา 26 บาท
เดินทาง 4 สถานี ราคา 30 บาท
เดินทาง 5 สถานี ราคา 33 บาท
เดินทาง 6 สถานี ราคา 37 บาท
เดินทาง 7 สถานี ราคา 40 บาท
เดินทาง 8 สถานี เป็นต้นไป ราคา 44 บาท

โดยอัตราราคาข้างต้นนี้เพิ่มขึ้นจากราคาเดิม 1- 3 บาท (ประมาณ 5%) ซึ่งยังอยู่ต่ำกว่าเพดานอัตราค่าโดยสารตามสัญญาสัมปทานซึ่งอยู่ระหว่าง 20.11 – 60.31 บาท

ส่วนอัตราค่าโดยสาร การเดินทางเข้า-ออก หรือผ่านส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีลม สถานีโพธิ์นิมิตรถึงสถานีบางหว้า และส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท สถานีบางจากถึงสถานีแบริ่งเที่ยวเดียว จะมีราคาสูงถึง 59 บาท

ในขณะที่ อัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT จะอยู่ที่ 16-42 บาท ไปจนถึง 2 ก.ค. 2561 โดยอัตราค่าโดยสารมีดังนี้
เดินทาง 0-1 สถานี ราคา 16 บาท
เดินทาง 2 สถานี ราคา 19 บาท
เดินทาง 3 สถานี ราคา 21 บาท
เดินทาง 4 สถานี ราคา 23 บาท
เดินทาง 5 สถานี ราคา 26 บาท
เดินทาง 6 สถานี ราคา 28 บาท
เดินทาง 7 สถานี ราคา 30 บาท
เดินทาง 8 สถานี ราคา 33 บาท
เดินทาง 9 สถานี ราคา 35 บาท
เดินทาง 10 สถานี ราคา 37 บาท
เดินทาง 11 สถานี ราคา 40 บาท
เดินทาง 12-17 สถานี ราคา 42 บาท

หากเทียบราคาค่าโดยสารของรถไฟฟ้าไทยกับประเทศอื่นๆ จะถูกหรือแพงมากน้อยเพียงได้ พิจารณาได้จากตารางด้านล่างนี้

อย่างไรก็ตาม ค่าครองชีพในแต่ละประเทศนั้น มีความแตกต่างกันพอสมควร จึงอาจทำให้การเปรียบเทียบค่าโดยสารรถรถไฟฟ้าว่าแพงหรือถูกนั้น จึงเป็นไปได้ยาก

นักวิชาการ ทีดีอาร์ไอ มองว่าแพงกว่าต่างชาตินิดหน่อย แนะวิธีทำค่าตั๋วถูก

ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า หากเทียบราคาค่าโดยสารของรถไฟฟ้ากับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศสิงคโปร์ และฮ่องกง โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าโดยสารรถไฟฟ้าของประเทศไทยไม่ได้แพงกว่าทั้งสองประเทศนี้เท่าใดนัก

หากนำราคาค่าโดยสารมาเทียบกันกับค่าครองชีพของทั้งสองประเทศ ประเทศไทยอาจจะมีราคาแพงกว่านิดหน่อย แต่ถ้าไปเทียบกับประเทศจีนที่มีราคาค่าโดยสารถูกมากๆ อาจจะเทียบไม่ได้ เพราะรัฐบาลจีนสนับสนุนระบบรถไฟฟ้าของประเทศตัวเองด้วยจำนวนเงินจำนวนมาก ดังนั้น ประชาชนของเขาจึงได้ราคาค่าโดยสารที่ถูกมากเป็นพิเศษ” ดร.สุเมธ กล่าว

ทั้งนี้ รถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นโครงการที่เอกชนลงทุนด้วยตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม โดยที่รัฐบาลไม่ได้อุดหนุนเอกชนแต่อย่างใด ดังนั้น เอกชนจึงสามารถปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารตามสัญญาสัมปทานได้ และเมื่อเทียบกับที่รถไฟฟ้าให้บริการจะครบ 18 ปีในเดือนธันวาคม 2560 นี้จะเห็นได้ว่า มีการปรับราคาน้อยครั้งมาก

“หากต้องการทำให้ราคาค่าโดยสารลดลง หรือมีโปรโมชั่นส่วนลดให้กับประชาชน รัฐบาลจะต้องออกมากระทำการอะไรบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น รัฐบาลมีเงินอุดหนุนหรือสนับสนุนเอกชน โดยมีเงื่อนไขคือ รถไฟฟ้าบีทีเอสจะต้องไม่ขึ้นราคาค่าโดยสาร, รัฐบาลอุดหนุนประชาชนทุกคนที่ใช้บริการ เพื่อทำให้ประชาชนจ่ายเงินน้อยลง หรือแม้กระทั่ง รัฐบาลอุดหนุนเฉพาะประชาชนในกลุ่มที่มีรายได้น้อย ซึ่งจุดนี้เป็นเรื่องของอนาคตว่า รัฐบาลจะทำอย่างไรกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยังไม่มีรัฐบาลชุดใดให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง ดร.สุเมธ กล่าว

ดร.สามารถ มองค่าโดยสารรถไฟฟ้าไทยแพง แนะเร่งเชื่อมต่อให้แล้วเสร็จ ช่วยราคาถูก

ขณะที่ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบขนส่งและจราจร กล่าวกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ถึงกรณีค่าโดยสารรถไฟฟ้าไทยและต่างประเทศว่า หากพิจารณาตามค่าครองชีพ และเทียบกันตามกิโลเมตรแล้วนั้น ค่าโดยสารรถไฟฟ้าของประเทศไทยค่อนข้างมีราคาแพง

“ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น ถ้าเราเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจากบางนาเพื่อเข้าเมือง เราต้องเสียค่าโดยสารเป็นจำนวนเงิน 59 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างขั้นต่ำ เพราะฉะนั้น ถ้าหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วค่อนข้างมาก ก็ถือว่าค่าโดยสารนั้นๆ มีราคาแพง” ดร.สามารถ กล่าว

โดยหลักการแล้วนั้น หากจะทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้ามีราคาถูก ดร.สามารถ มองว่า วิธีการก็คือ รัฐต้องยอมแบกรับภาระค่าโดยสารบางส่วนให้กับประชาชน แต่วิธีการนี้จะเป็นภาระให้แก่รัฐอย่างมาก เพราะรัฐต้องนำเงินจำนวนมากมาแบกรับค่าโดยสารของระบบขนส่งทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น รถเมล์ รถไฟ หรือรถไฟฟ้า

“เพราะฉะนั้น ทางออกสำคัญก็คือ รัฐต้องทำให้มีผู้โดยสารจำนวนมากๆ ด้วยการสร้างโครงการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะสายสีเหลือง สีส้ม หรือสีชมพูให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด และเมื่อมีผู้โดยสารใช้งานจำนวนมาก รัฐก็สามารถทำให้ราคาค่าโดยสารลดลงได้ เพราะถ้าหมดสัมปทานกับเอกชนเมื่อใด รัฐก็นำรถไฟฟ้ามาบริหารจัดการเอง ซึ่งการทำให้ราคาค่าโดยสารถูกลงก็ย่อมจะเป็นไปได้” ดร.สามารถ กล่าว.

ถูกหรือแพงคุณคิดอย่างไร
แต่ชีวิตคนเมือง ไม่ว่าจะราคาไหน ยังไงก็หนีไม่พ้น...

เมื่อคุณขึ้นรถไฟฟ้า เจอราคาค่าโดยสารเท่านั้นเท่านี้ ทันใดนั้น ก็มีคำถามโผล่ขึ้นมาในหัวคุณทันที “เราจ่ายค่าโดยสารแพงไปไหมราคานี้?” ประชาชนตาดำๆ อย่างเราก็ได้คิดและก็สงสัย ถามตัวเองอยู่ในใจ ยังไม่ได้คำตอบ... 10 ต.ค. 2560 18:32 11 ต.ค. 2560 03:37 ไทยรัฐ