วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิกฤติ “นางร้าย”! โดน “นางเอก” ขโมยอาชีพ

นางร้ายเดี๋ยวนี้แทบจะไม่มีที่ยืนกันอยู่แล้ว!...เมื่อละครหลายเรื่องจับ “นางเอก” สลัดภาพใสๆลุกขึ้นมาสวมหน้ากากนางมารร้ายไล่ตบตีนางร้ายตัวจริงจนกระเจิดกระเจิง แม้พวกเธอจะ “ร้ายเหนือนางร้าย” ขนาดนี้ ก็ยังอุตส่าห์เรียกอย่างลำเอียงอีกตะหากว่า “นางเอกร้าย” บ้างก็บอก “นางเอกสายสตรอง” เอาที่สบายใจ!...แต่ยิ่งเจ็บช้ำยิ่งกว่านั้นก็คือเป็นนางเอกแท้ๆ แต่ลดชั้นลงมาล้วงลูกแย่งบทนางร้ายไปเล่นซะเอง อย่างนี้ “นางร้าย” ทั้งหลายก็ตกงานไปตามระเบียบสิคะ!

ล่าสุดที่เพิ่งสร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนวงการนางร้ายก็คือการ พลิกบทบาทครั้งสำคัญของ มิว-นิษฐา ในละคร “รากนครา” ทางช่อง 3 ซึ่งผู้จัดฯและผู้กำกับ อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ สายตาแหลมคมมองทะลุความสวยใสของ มิว มอบบท “มิ่งหล้า” นางร้ายของเรื่องให้เล่นอย่างเหนือความคาดหมาย ถือเป็นการท้าทายครั้งสำคัญของ มิว เพราะถ้า “เล่นได้ก็เกิด เล่นไม่ได้ก็ดับ” ซึ่งสุดท้าย มิว ก็สอบผ่าน และได้รับการกล่าวขานไม่แพ้บทนางเอกของ แต้ว-ณฐพร เลยทีเดียว...

ในเรื่อง “รากนครา” เช่นเดียวกันยังได้เห็นอีกหนึ่งนางเอกคือ น้ำฝน-พัชรินทร์ ที่มารับบท “เจ้านางปัทมสุดา” พระชายากษัตริย์เมืองมัณฑ์ที่ร้ายกาจสุดๆ บทนี้ใครเล่นก็ต้องกดดันเพราะก่อนนี้ดาราเจ้าบทบาท เหมียว-ชไมพร เคยเล่นไว้ แต่ไม่น่าเชื่อว่านางร้ายมือสมัครเล่นอย่าง น้ำฝน ที่เล่นนางเอกมาตลอดชีวิตการแสดงรวม 25 เรื่อง พอมาเล่นร้ายเรื่องแรกจะสามารถแผ่ออร่าความร้ายออกมาได้แรงจนได้รับคำชมเชยมากมาย

ละครเรื่อง “เพลิงบุญ” ที่เพิ่งลาจอไปหมาดๆ พร้อมกับกวาดเรตติ้งสูงสุดของช่อง 3 ในปีนี้ ความดีความชอบต้องยกให้ 2 สาวที่เชือดเฉือนกัน เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กับ เบลล่า-ราณี โดยเฉพาะ เจนี่ ที่ครั้งนี้ยอมสละตำแหน่งนางเอกมาเล่นเป็นนางร้ายเต็มตัวในบท “ใจเริง” เปิดศึกฉกสามีเพื่อนไปกกกอดอย่างไม่ละอายต่อบาป แม้ เจนี่ จะเป็นนางเอกมายาวนานถึง 20 ปี แต่เมื่อมาเป็นนางร้ายก็เล่นได้ร้ายไม่เหลือเค้าลางนางเอกให้เห็น ทั้งสีหน้าแววตาท่าทางอย่างกับเกิดมาเป็นนางร้ายเพื่อฆ่านางเอกยังไงยังงั้น

“คลื่นชีวิต” เป็นละครเรตติ้งดีอีกเรื่องในปีนี้ของช่อง 3 ซึ่งเราได้เห็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ ญาญ่า-อุรัสยา กับการรับบท “มิสจี” นางเอกสายสตรอง ใครดีมาก็ดีด้วย ใครร้ายมาก็เจอร้ายกลับเป็นสองเท่า เป็นการสลัดหลุดเป็นครั้งแรกกับภาพติดตัวการเป็นนางเอกสายแบ๊วของ ญาญ่า ว่าเป็นนักแสดงเต็มตัวเป็นสาวเต็มวัยไม่ใช่เด็กสาววัยใส แต่แต่งตัวเปรี้ยวก็ดีหรือแต่งเซ็กซี่ก็ได้ ไม่เพียงเท่านั้นบท มิสจี ยังมีส่วนสำคัญในการลุกมาเปลี่ยนลุคตัวเองของ ญาญ่า ให้หันมาแต่งตัวเซ็กซี่ขึ้นในเวลาต่อมาอีกด้วย...

สำหรับ ญาญ่า ยังเป็นแค่ “นางเอกร้าย” “นางเอกสายสตรอง” แต่ในเรื่องเดียวกันนี้สาว เต้ย-จรินทร์พร ถือว่าพลิกคาแรกเตอร์จากนางเอกใสๆมาเป็นนางร้ายเลย ขี้วีนขี้เหวี่ยง เอาแต่ใจ อารมณ์ร้าย ขี้หึง มีนิยามประจำตัว “ผัวข้าใครอย่าแตะ” งานนี้ปะฉะดะกับ ญาญ่า ชนิดไม่มีใครยอมใคร

ย้อนไป 3 ปีตอนที่ จุ๋ย-วรัทยา หมดสัญญาช่อง 7 สีโดดมาเล่นละครช่อง 3 เรื่องแรกใน “สามีตีตรา” ก็ทำให้ฮือฮาเมื่อมารับบท “สายน้ำผึ้ง” ถือเป็นการผันบทจากนางเอกมาเล่นนางร้ายครั้งแรก ตอนแรกหลายคนก็ไม่เชื่อว่า จุ๋ย จะร้ายได้ เพราะตอนอยู่ช่อง 7 ก็เป็นนางเอกแสนดีมีดราม่าบ้างเล็กๆ ถึงขั้นมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าน่าจะจับ จุ๋ย กับ พลอย-เฌอมาลย์ นางเอกของเรื่องสลับบทบาทกัน แต่ผลลัพธ์กลับเกินคาด เพราะ จุ๋ย เล่นได้ร้ายกาจมาก ร้ายซะจนทำให้นางเอกสายสตรองอย่าง พลอย-เฌอมาลย์ ดูเป็นแสนดี๊แสนดีไปเลย (ฮา)...พอมาละครเรื่อง “เมียหลวง” ทางช่อง 3 จุ๋ย-วรัทยา พลิกกลับมาเล่นเป็นนางเอกเหมือนเดิม ส่วนคนที่พลิกบทบาทก็คือนางเอกหมวย คริส หอวัง ที่รับบท “อรอินทร์” แม่ม่ายสาวพราวเสน่ห์ที่แย่งผัวคนอื่นโดยไม่เลือกวิธีใช้...

ละครแนวผัวๆเมียๆที่คล้ายกันอย่างเรื่อง “น้ำเซาะทราย” ทางช่อง 7 สีมีความดังมากเมื่อตอนออนแอร์เมื่อกลางปี ทั้งเรื่องการคืนจอในรอบ 5 ปีของ กบ-สุวนันท์ ที่กลับมารับบทเมียหลวงเจ้าระเบียบ เจ้ากี้เจ้าการ บ้างานจนละเลยครอบครัวจนทำให้ผัวแอบนอกใจ และการรีเทิร์นของอดีตพระนางคู่ขวัญ 7 สี (สมัยก่อนยังไม่มีคู่จิ้น) กบ-สุวนันท์ กับ หนุ่ม-ศรราม แต่ที่น่าสนใจก็คือการพลิกบทบาทของนางเอกไฮโซ เจี๊ยบ-โสภิตนภา ที่มารับบทนางร้าย “พุดกรอง” ม่ายสาวเสน่ห์ร้อนแรง แรกๆ หลายคนก็ไม่เชื่อเหมือนกันว่า เจี๊ยบ จะร้ายได้ อีกทั้งยังต้องประชันฝีมือกับ กบ-สุวนันท์ อีกตะหาก จะไหวเหรอ? แต่เอาเข้าจริงๆ เจี๊ยบ ตีบทแตก สวยร้ายดูแพงจริตจะก้านแพรวพราวมาก ยิ่งลีลาเลิฟซีนเร่าร้อนกับ หนุ่ม-ศรราม บอกเลยว่าจัดเต็มกอดจริงจูบจริงไม่มีกั๊กให้เสียเกรด

แต่ในบรรดานางเอกที่หันมาขโมยอาชีพนางร้ายหลายรายไม่มีใครเกินหน้า ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ในละครเรื่อง “หลงไฟ” ทางช่อง GMM 25 ด้วยบท “ก้านแก้ว” ที่เธอเล่นเป็นนางเอกก็จริง แต่เป็นนางเอกที่ไม่ใช่นางเอกทั่วไปไก่กาอาราเร่ “ก้านแก้ว” สะท้อนชีวิตของสาวออฟฟิศคนหนึ่งซึ่งตกเป็นธาตุเงินทอง ยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งเอาเนื้อตัวเข้าแลกเป็นสาวไซด์ไลน์ และนับวันก็ยิ่งถลำลึกจนสุดท้ายถูกหลอกบังคับขายตัวที่ต่างประเทศทั้งวันทั้งคืนชีวิตเหมือนตกนรกทั้งเป็น เรียกว่าเป็นบทที่ทั้งร้ายและเหลวแหลกเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นนางเอก

ซึ่ง ใบเฟิร์น เล่นได้แซ่บยิ่งกว่าซดเล้งหม้อไฟ ทุ่มเททั้งตัวกอดจริงจูบจริงกับนัก แสดงชายหลายคน ฉีกภาพใสๆซะกระจุย และด้วยสปิริตเกินร้อยนี่เองที่ช่วย ใบเฟิร์น ล้างภาพนางเอกวัยรุ่นใสๆที่ติดหนึบจากหนังดังที่สร้างชื่อให้เธอเรื่อง “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า...รัก” ให้ขยับขึ้นมาเป็นสาวเต็มตัว รับงานแสดงได้หลากหลายขึ้น แรกๆก็เจอเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าบทแรงเกินตัวและเกินวัยจะเล่นได้หรือ? แต่ตอนนี้ ใบเฟิร์น ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า อย่าปรามาสกันจะบทนางเอกหรือบทนางร้ายจะเล่นได้หรือไม่ได้มันไม่ใช่อยู่ที่วัย แต่มันวัดกันด้วยฝีมือ.